7 ม.ค. เวลา 11:53 • สุขภาพ

Hyaluronate 0.1% คืออะไร? ช่วยตาแห้งต่างจากน้ำตาเทียมทั่วไปยังไง

ความสัมพันธ์ระหว่างฟิล์มน้ำตากับภาวะตาแห้ง (Dry Eye Disease)
ภาวะตาแห้ง (Dry Eye Disease) เป็นความผิดปกติของพื้นผิวดวงตาและฟิล์มน้ำตา อันเกิดจากการเสียสมดุลของระบบหล่อเลี้ยงผิวตา ซึ่งนำไปสู่อาการระคายเคือง แสบตา รู้สึกเหมือนมีเศษผงอยู่ในตา น้ำตาไหลมากกว่าปกติ หรือมีการมองเห็นพร่ามัวเป็นช่วงๆ
พยาธิสภาพที่เกี่ยวข้องมักพบร่วมกันหลายกลไก เช่น
* ปริมาณน้ำตาลดลง
* ฟิล์มน้ำตาแตกตัวเร็ว (tear film break-up)
* การระเหยของน้ำตาเพิ่มขึ้น
ฟิล์มน้ำตาประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ไขมัน โปรตีน มิวซิน (mucin) และอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวในการเคลือบและปกป้องพื้นผิวดวงตาให้คงความชุ่มชื้นและสมดุล
ความหมายของ Hyaluronate 0.1% ในยาหยอดตา
Hyaluronate 0.1% ที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ยาหยอดตาโดยทั่วไป หมายถึง sodium hyaluronate หรือ hyaluronic acid ในรูปเกลือ ที่มีความเข้มข้น 0.1% จัดเป็นสารในกลุ่มไกลโคซามิโนไกลแคน (glycosaminoglycan) ซึ่งมีคุณสมบัติชอบน้ำสูง และพบได้ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงในระบบตา
ในแง่ของการใช้ในน้ำตาเทียม Hyaluronate จัดอยู่ในกลุ่มสารเพิ่มความหนืดและช่วยหล่อลื่น (viscosity-enhancing agents) ซึ่งถูกเติมลงในสูตรน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลือบผิวตาให้นานขึ้น ลดการระคายเคือง และช่วยให้รู้สึกสบายตาหลังหยอด
ดังนั้น Hyaluronate 0.1% จึงไม่ใช่สารที่แยกจากน้ำตาเทียมทั่วไป หากแต่เป็นน้ำตาเทียมสูตรหนึ่ง ที่มีสารออกฤทธิ์หลักคือ hyaluronate เพื่อเน้นคุณสมบัติด้านการหล่อลื่นและการคงตัวของฟิล์มน้ำตา
กลไกสำคัญของ Hyaluronate 0.1% ในการบรรเทาอาการตาแห้ง
Hyaluronate 0.1% เป็นสารที่นิยมนำมาใช้ในน้ำตาเทียม เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความเสถียรของฟิล์มน้ำตา บรรเทาอาการไม่สบายตาในผู้ป่วยที่มีภาวะตาแห้ง โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญหลายประการ ดังนี้
1. เพิ่มความชุ่มชื้นบนผิวตา
Hyaluronate เป็นสารที่มีคุณสมบัติชอบน้ำ (hydrophilic) และสามารถจับโมเลกุลน้ำได้ในปริมาณมาก จึงช่วยคงความชุ่มชื้นบนพื้นผิวกระจกตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามน้ำหนักโมเลกุลของสาร
2. ช่วยยืดเวลาการแตกตัวของฟิล์มน้ำตา
การใช้ sodium hyaluronate ความเข้มข้น 0.1% พบว่าสามารถเพิ่มเสถียรภาพของฟิล์มน้ำตา โดยเฉพาะในผู้ที่มี tear film break-up time สั้น เมื่อเปรียบเทียบกับความเข้มข้นที่ต่ำกว่า
3. ปรับความหนืดตามจังหวะการกระพริบตา (Shear-thinning)
น้ำตาธรรมชาติมีคุณสมบัติของของเหลวที่ความหนืดเปลี่ยนตามแรงเฉือน (non-Newtonian fluid) ซึ่ง hyaluronate เองก็มีคุณสมบัตินี้เช่นกัน
* ขณะลืมตา (แรงเฉือนต่ำ): ความหนืดเพิ่มขึ้น ช่วยลดการไหลออกและการระเหยของน้ำตา
* ขณะกระพริบตา (แรงเฉือนสูง): ความหนืดลดลง ทำให้กระพริบได้ลื่นไหล ลดแรงเสียดทานและอาการระคายเคือง
กลไกนี้ช่วยให้รู้สึกสบายตาและเพิ่มประสิทธิภาพการคงตัวของสารบนผิวตา
1
4. ยึดเกาะกับชั้นเมือกบนผิวตา (Mucoadhesion)
Hyaluronate มีคุณสมบัติในการเกาะติดกับชั้น mucin บนผิวตาได้ดี ช่วยให้สารคงอยู่บนผิวตาได้นานขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเคลือบและลดอาการตาแห้งได้อย่างต่อเนื่อง
5. สนับสนุนการซ่อมแซมผิวตาและลดการอักเสบ (ในบางสถานการณ์)
มีข้อมูลจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการว่า hyaluronate อาจส่งเสริมการสมานแผลของกระจกตา โดยกระตุ้นการเคลื่อนที่ของเซลล์ผิวตา รวมถึงลดตัวบ่งชี้การอักเสบบางชนิด และเพิ่มปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซม
> หมายเหตุ: กลไกการสนับสนุนการซ่อมแซมและลดอักเสบนี้ มิได้หมายความว่า hyaluronate เป็น “ยารักษาสาเหตุ” ของโรคตาแห้งทุกประเภท แต่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพผิวตาในหลายลักษณะทางคลินิก
Hyaluronate 0.1% ต่างจาก “น้ำตาเทียมทั่วไป” อย่างไร?
แม้คำว่า “น้ำตาเทียมทั่วไป” จะครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายสูตร แต่โดยพื้นฐานแล้ว ส่วนใหญ่มักมีลักษณะร่วมกันคือ ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายหลัก และมีการเติม สารเพิ่มความหนืดหรือช่วยหล่อลื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น CMC, HPMC, PEG, PVA, carbomer, HP-guar หรือแม้แต่ hyaluronic acid (HA) เอง
สำหรับ Hyaluronate 0.1% ซึ่งหมายถึง sodium hyaluronate ที่ความเข้มข้น 0.1% นั้น มีจุดต่างจากน้ำตาเทียมทั่วไปในหลายมิติ ดังนี้
1. แตกต่างที่ “สารเพิ่มความหนืดหลัก” และลักษณะสัมผัสขณะหยอด
* สูตรที่ใช้ HA มีจุดเด่นด้านการกักเก็บน้ำ (hydration), การปรับความหนืดตามแรงเฉือน (shear-thinning), และการเกาะติดกับผิวตา (mucoadhesion) จึงมักให้ความรู้สึก “ลื่น” และสามารถเคลือบผิวตาได้นาน โดยยังคงความชัดของการมองเห็น
* สูตรที่ใช้ cellulose derivatives เช่น CMC หรือ HPMC ก็ให้คุณสมบัติด้านความหนืดและการยึดเกาะที่ดีเช่นกัน แม้จะมีโครงสร้างและคุณสมบัติทางวัสดุต่างจาก HA
2. แตกต่างที่ “ความหนืดรวมของสูตร”
ระดับความหนืดของผลิตภัณฑ์มีผลต่อ:
* เวลาการคงอยู่บนผิวตา (อยู่ได้นาน)
* ความรู้สึกขณะใช้ เช่น ภาพพร่าชั่วคราว คราบที่ขนตา หรือขอบตา
โดยทั่วไป Hyaluronate 0.1% มักมีความหนืดระดับกลาง เหมาะสำหรับการใช้ระหว่างวัน ขณะที่บางสูตรอาจมีความหนืดสูงกว่า (หรือเป็นรูปเจล) ซึ่งเหมาะกับการใช้ก่อนนอนหรือในรายที่มีอาการรุนแรง
3. แตกต่างที่ “องค์ประกอบเสริมในสูตร”
นอกเหนือจากสารเพิ่มความหนืด บางสูตรมีการเสริมองค์ประกอบอื่น เช่น:
* สารลด osmolarity ในภาวะตาแห้งที่มีน้ำตาเข้มข้นเกิน
* สารเสริมชั้นไขมัน (lipid/emulsion-based)
* ส่วนผสมเฉพาะสำหรับตาแห้งแต่ละชนิด
แม้องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความเหมาะสมเฉพาะราย แต่ในภาพรวม ยังไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในประสิทธิภาพระหว่างสูตรต่างๆ เมื่อนำมาเปรียบเทียบในระดับประชากร
4. แตกต่างกันจริงแค่ไหนตามหลักฐานการศึกษา?
ภาพรวมจากงานวิจัยพบว่า:
* น้ำตาเทียมที่มี HA ความเข้มข้น 0.1–0.4% สามารถลดอาการและสัญญาณทางคลินิกของภาวะตาแห้งได้ชัดเจน โดยมีความปลอดภัยในระดับที่น่าพึงพอใจ
* การเปรียบเทียบระหว่าง 0.1% HA กับ 0.5% CMC ในผู้ป่วยที่มีตาแห้งระดับปานกลาง พบว่าทั้งสองกลุ่มมีผลการรักษาที่ดีพอๆ กัน โดยบางช่วงเวลาผู้ป่วยมีความพึงพอใจมากกว่าในกลุ่ม HA
* ความเข้มข้นที่สูงขึ้นในบางสูตร เช่น HA 0.3% อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในบางลักษณะของตาแห้ง เช่นในกรณีการระเหยของน้ำตาที่เพิ่มขึ้น
สรุปโดยรวม
Hyaluronate 0.1% มีจุดเด่นเฉพาะในด้านสมบัติวัสดุ ความสามารถในการเคลือบผิวตา และความรู้สึกขณะใช้ ซึ่งแตกต่างจากน้ำตาเทียมทั่วไปบางสูตร
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ น้ำตาเทียมหลายชนิด “อาจให้ผลดีเช่นกัน” และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับ:
* ชนิดของตาแห้ง (เช่น ขาดน้ำ, ระเหยเร็ว, มีการอักเสบ)
* ความรุนแรงของอาการ
* ความชอบส่วนบุคคล และความทนต่อสูตร
การเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดในแต่ละราย
แนวทางการเลือกใช้ Hyaluronate 0.1% ในภาวะตาแห้ง
เหมาะสมในกรณีใดบ้าง?
Hyaluronate 0.1% อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้งในสถานการณ์ต่อไปนี้:
* ต้องการน้ำตาเทียมที่ใช้ระหว่างวัน มีคุณสมบัติ “ให้ความชุ่มชื้น–หล่อลื่น–อยู่บนผิวตาพอสมควร”
* มีอาการแสบตา ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา และต้องการสูตรที่มีหลักฐานสนับสนุนด้านการเพิ่มเสถียรภาพของฟิล์มน้ำตา
* ต้องการสูตรที่มีแนวโน้มช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูผิวตา โดยเฉพาะในรายที่มีความบอบบางหรือมีภาวะผิวตาเสื่อมร่วมด้วย
หากใช้งานแล้วไม่ตอบโจทย์ เช่น ยังคงแห้งมาก เห็นภาพพร่า หรือไม่สบายตา อาจต้องพิจารณาปรับ:
* ความเข้มข้นของ hyaluronate
* สูตรของน้ำตาเทียม (เช่น แบบเจล หรือสูตรมีไขมัน)
* ตรวจสอบปัจจัยร่วม เช่น ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน, ภูมิแพ้ตา, พฤติกรรมการใช้สายตา หรือผลข้างเคียงจากยา
ประเด็นเรื่องสารกันเสีย: ทำไมบางคนแนะนำสูตรที่ไม่มีสารกันเสีย?
น้ำตาเทียมหลายชนิดผลิตในขวดที่ใช้ซ้ำ ซึ่งมักมีการเติมสารกันเสียเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ benzalkonium chloride (BAK) ซึ่งมีรายงานว่าการใช้ต่อเนื่องระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อผิวตาในบางราย
ดังนั้น ในผู้ที่มีอาการแสบจากการใช้ หรือมีความจำเป็นต้องหยอดบ่อย จึงมีแนวโน้มเลือกใช้สูตร preservative-free โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาความไวหรือใส่คอนแทคเลนส์
แนวทางง่ายๆ: หากมีอาการแสบตา หรือใช้บ่อยเกินวันละ 4–6 ครั้ง ควรสอบถามเภสัชกรหรือจักษุแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกที่ไม่มีสารกันเสีย และวิธีการใช้ที่ปลอดภัย
วิธีใช้ Hyaluronate 0.1% อย่างถูกต้อง
* ล้างมือก่อนหยอดทุกครั้ง
* หลีกเลี่ยงไม่ให้ปลายขวดสัมผัสตา ขนตา หรือผิวหนัง
* หยอด 1 หยด แล้วหลับตาเบาๆ ประมาณ 30–60 วินาที (ไม่ต้องบีบตาแน่น)
* หากใช้ร่วมกับน้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาชนิดอื่น ควรเว้นระยะห่าง 5–10 นาที
* หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรตรวจสอบฉลากว่า “สามารถใช้ขณะใส่เลนส์ได้หรือไม่”
* หากมีอาการแสบผิดปกติ ตาแดงมากขึ้น หรือปวดตา ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สัญญาณที่ควรพบจักษุแพทย์
ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้:
* ปวดตารุนแรง เห็นภาพพร่าลงชัดเจน หรือแพ้แสงอย่างรุนแรง
* ตาแดงข้างเดียวมาก หรือมีขี้ตาเหนียวคล้ายหนอง
* ใส่คอนแทคเลนส์แล้วมีอาการเจ็บตาหรือแดงผิดปกติ
* ใช้น้ำตาเทียมอย่างสม่ำเสมอแล้วอาการยังรบกวนชีวิตประจำวัน
ในกรณีเหล่านี้ อาจต้องประเมินและรักษาที่ "สาเหตุของโรค" มากกว่าการเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว
สรุปในภาพรวม
Hyaluronate 0.1% เป็นน้ำตาเทียมชนิดหนึ่ง ที่ใช้ hyaluronic acid (HA) เป็นสารเพิ่มความหนืดและช่วยหล่อลื่น
จุดเด่น ได้แก่:
* กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี
* มีคุณสมบัติ shear-thinning ทำให้ “ลื่นตอนกระพริบ–หนืดตอนลืมตา”
* ยึดเกาะกับผิวตาได้นาน (mucoadhesion)
* มีหลักฐานว่าเพิ่มเสถียรภาพของฟิล์มน้ำตาได้จริงในระดับที่เห็นผลทางคลินิก
อย่างไรก็ตาม น้ำตาเทียมยังมีหลายสูตร และไม่มีสูตรใดเหมาะกับทุกคน ความเหมาะสมขึ้นกับชนิดของตาแห้ง ความรุนแรง และความรู้สึกขณะใช้ในแต่ละบุคคล ดังนั้นการเลือกใช้อย่างเหมาะสมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
โฆษณา