8 ม.ค. เวลา 03:05 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำไมบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกาไม่ค่อยยินดียินร้าย

กับการเข้าควบคุมคลังน้ำมันสำรองของเวเนเซอุลา
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกาต่างค่อยๆ ถอยห่างจากแผนการอันใหญ่โตของทรัมป์ในเวเนซุเอลา ด้วยราคาน้ำมันในปัจจุบัน การพัฒนาแหล่งน้ำมันใหม่ในเวเนซุเอลาดูไม่น่าจะเป็นไปได้หรือแม้แต่จะทำกำไรให้ได้
การรักษาระดับการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาไว้ที่อย่างน้อยประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องใช้เงินลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 15 ปีข้างหน้า การเพิ่มการผลิตให้ถึงระดับในทศวรรษ 90 ที่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะต้องใช้เงินเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็น 80 ดอลลาร์ หรือในอุดมคติคือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นสิ่งที่สหรัฐมุ่งหวัง เอ็กซอนโมบิลสนใจที่จะผลิตน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกายอานามากกว่า และบริษัทโคโนโคฟิลลิปส์ยังคงไม่สามารถให้อภัยทางการเวเนซุเอลาสำหรับความสูญเสีย 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ได้รับหลังจากธุรกิจของตนถูกโอนไปเป็นของรัฐในปี 2006 ทำให้เหลือเพียงเชฟรอนเท่านั้นที่ผูกขาดในเวเนฯ
1
ซึ่งปัจจุบันเชฟรอนส่งออกน้ำมันปริมาณ 1.5 แสนบาร์เรลต่อวันออกจากเวเนซุเอลาแล้ว ขณะนี้ทรัมป์กำลังเรียกร้องให้เวเนซุเอลาจัดหาน้ำมัน 30-50 ล้านบาร์เรลในฐานะ “ค่าชดเชย” หรือจะเรียกว่าบรรณาการดี อย่างไรก็ตามด้วยความวุ่นวายภายในเวเนซุเอลา น้ำมันจำนวนนี้จะใช้เวลานานกว่าจะส่งไปถึงสหรัฐอเมริกา
ยิ่งไปกว่านั้นไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนักสำหรับอเมริกา ซึ่งปัจจุบันนำเข้าน้ำมันวันละ 8-9 ล้านบาร์เรลอยู่แล้ว นอกจากนี้ปัญหาที่คล้ายกันจะเกิดขึ้นในกรีนแลนด์ ที่แผนการใดๆ ในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจะต้องเผชิญกับคำถามที่น่ากังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้และผลกำไร
ซึ่งแน่นอนว่าพรรคเดโมแครตจะตั้งคำถามเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยกล่าวหาทำเนียบขาวว่าขาดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกันและเพิกเฉยต่อปัญหาที่แท้จริงในเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่น อัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น
บทความเขียนเมื่อ 8 มกราคม 2026
  • อ้างอิง:
1
<เครดิตภาพปก: MarketWatch Photo Illustration/iStockphoto>
โฆษณา