Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุขภาพดีไม่มีในขวด
•
ติดตาม
8 ม.ค. เวลา 12:00 • สุขภาพ
ปวดเข่า ปวดข้อ “กิน piroxicam ดีไหม?”
7 ข้อพิจารณาก่อนใช้ เพื่อลดความเสี่ยง “แผลกระเพาะ–ไตพัง”
Piroxicam คืออะไร และเหมาะกับอาการแบบใด
Piroxicam (ไพรอกซิแคม) เป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ใช้ในการบรรเทาอาการปวดและอักเสบ โดยเฉพาะในโรคข้อ เช่น ข้อเสื่อมและข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่สามารถรักษาต้นเหตุของโรคได้ และมีฤทธิ์บรรเทาอาการเฉพาะในช่วงที่มีการใช้ยาเท่านั้น
ควรทราบว่า piroxicam ไม่ใช่ยาที่เหมาะสำหรับใช้เป็นทางเลือกแรกในผู้ป่วยทุกราย ในบางประเทศมีการจำกัดการใช้ และแนะนำให้สั่งจ่ายโดยแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากยานี้มีความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหารและผิวหนัง ซึ่งอาจมากกว่ายาในกลุ่มเดียวกันบางชนิด
เหตุใดจึงมีความกังวลเรื่องแผลกระเพาะและไตกับยากลุ่ม NSAIDs
กลไกของ NSAIDs รวมถึง piroxicam คือการยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน ซึ่งมีบทบาทในการอักเสบและความรู้สึกเจ็บปวด แต่พรอสตาแกลนดินยังมีหน้าที่สำคัญในการ
* ปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้
* ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดไปยังไต โดยเฉพาะในภาวะขาดน้ำ หรือในผู้ป่วยที่มีโรคไตร่วม
เมื่อพรอสตาแกลนดินถูกยับยั้ง จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงการทำงานของไตที่แย่ลง หรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้ในบางกรณี โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
7 ข้อพิจารณาก่อนใช้ Piroxicam: เช็กลิสต์ลดความเสี่ยงก่อนตัดสินใจใช้ยา
1) อาการปวดข้อหรือปวดเข่า จำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่?
อาการปวดข้อหรือปวดเข่าไม่ได้หมายความว่าเกิดจากข้ออักเสบเสมอไป สาเหตุที่พบบ่อยอื่น ๆ ได้แก่
* การอักเสบของเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อจากการใช้งานหนักหรือเล่นกีฬา
* การบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกข้อเข่า
* การติดเชื้อในข้อ ซึ่งจำเป็นต้องรักษาเฉพาะทาง
* การกำเริบของโรคเกาต์หรือรูมาตอยด์ ซึ่งมีแนวทางการรักษาเฉพาะ
ในกรณีที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด การใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เพื่อลดอาการทันทีอาจบดบังอาการสำคัญ ทำให้วินิจฉัยโรคล่าช้า หรืออาจทำให้การดำเนินโรคแย่ลง โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการบวม แดง ร้อน ร่วมกับไข้ ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือปวดหลังจากอุบัติเหตุรุนแรง
2) ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อแผลกระเพาะหรือลำไส้หรือไม่
กลุ่มยา NSAIDs รวมถึง piroxicam มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดแผล เลือดออก หรือทะลุของกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาของการใช้ยา แม้ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่
* ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลกระเพาะอาหาร หรือเคยมีเลือดออกทางเดินอาหาร
* ผู้สูงอายุ
* ผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นเวลานาน หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด
นอกจากนี้ ข้อมูลทางระบาดวิทยาและการทบทวนวรรณกรรมพบว่า ความเสี่ยงต่อระบบทางเดินอาหารของ piroxicam อาจสูงกว่า NSAIDs หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงพื้นฐานอยู่แล้ว
แนวทางที่แพทย์มักพิจารณาเพื่อช่วยลดความเสี่ยง ได้แก่
* เลือกใช้ NSAID ที่มีความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารต่ำกว่า
* พิจารณาให้ยาป้องกันกระเพาะอาหารร่วมด้วย เช่น กลุ่มยาลดกรดชนิดยับยั้งโปรตอน (PPI)
3) การทำงานของไตอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่? และช่วงนี้มีความเสี่ยงภาวะขาดน้ำหรือเปล่า
Piroxicam อาจก่อให้เกิดพิษต่อไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังนั้นก่อนเริ่มใช้ยา ควรประเมินภาวะการทำงานของไต รวมถึงประวัติหรือสถานการณ์ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไตวายเฉียบพลัน เช่น
* มีโรคไตเรื้อรังอยู่เดิม
* มีภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เช่น จากการอาเจียน ถ่ายเหลว ไข้สูง หรือดื่มน้ำได้น้อย
* มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคตับ
* เป็นผู้สูงอายุ
* ใช้ยาร่วมกับกลุ่มที่เพิ่มความเสี่ยงต่อไต
เอกสารแนะนำการใช้ยา piroxicam ระบุว่า ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่มีภาวะไตบกพร่องรุนแรง เว้นแต่แพทย์เห็นว่าประโยชน์ของยามีมากกว่าความเสี่ยง โดยทั่วไปในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรมีการเฝ้าระวังค่าการทำงานของไตอย่างใกล้ชิดระหว่างใช้ยา
4) ตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือไตทำงานแย่ลง
ผู้ที่มีอาการปวดข้อหรือปวดเข่ามักรับประทานยาอื่นร่วมอยู่แล้ว การใช้ piroxicam ควบคู่กับยาบางกลุ่มอาจเพิ่มความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น
4.1 หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ NSAIDs หรือซาลิไซเลตตัวอื่น
ไม่ควรใช้ piroxicam ร่วมกับยาในกลุ่ม NSAIDs ตัวอื่น (เช่น ibuprofen, diclofenac) หรือแอสไพรินในขนาดต้านการอักเสบ เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคือง กระเพาะอาหาร และเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยทั่วไปไม่พบว่าการใช้ร่วมจะเพิ่มประสิทธิผลชัดเจน แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ
4.2 ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร
ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อจำเป็นต้องใช้ piroxicam ร่วมกับยาต่อไปนี้ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเกิดเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่
* ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin
* ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น aspirin ขนาดต่ำบางชนิด
* ยากลุ่ม corticosteroids (สเตียรอยด์)
* ยากลุ่ม SSRI และ SNRI ซึ่งใช้รักษาภาวะซึมเศร้า
หากมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง แสบท้อง หรือมีเลือดออก ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที
4.3 “Triple Whammy” เสี่ยงไตวายเฉียบพลัน
การใช้ยา ACE inhibitor หรือ ARB ร่วมกับยาขับปัสสาวะ และ NSAID เรียกว่า “Triple whammy” ซึ่งมีหลักฐานว่าทำให้เสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลัน จึงควรหลีกเลี่ยง หรือเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหากจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน
สรุป: ก่อนใช้ piroxicam ควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ รวมถึงยาสมุนไพร อาหารเสริม และยาที่ซื้อใช้เอง
5) โรคหัวใจ ความดัน บวมน้ำ: ความเสี่ยงที่มากกว่าปัญหากระเพาะอาหาร
NSAIDs รวมถึง piroxicam มีคำเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดการคั่งน้ำหรือบวม และทำให้อาการหัวใจล้มเหลวแย่ลงในบางราย
เอกสารกำกับยาระบุให้หลีกเลี่ยงการใช้ในบางบริบท เช่น ช่วงใกล้การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ และควรใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยต้องพิจารณาความเสี่ยงและประโยชน์อย่างรอบด้าน
6) ผื่นแพ้ยาและปฏิกิริยาผิวหนังรุนแรง: แม้พบไม่บ่อย แต่ควรตระหนัก
Piroxicam และ NSAIDs บางชนิดสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังรุนแรง เช่น SJS (Stevens-Johnson syndrome) และ TEN (toxic epidermal necrolysis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และในบางรายอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
เอกสารกำกับยาระบุให้หยุดยาทันทีหากเริ่มมีผื่นหรืออาการแพ้ และควรแจ้งผู้ป่วยให้รับรู้ถึงอาการเตือนเบื้องต้น
ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับในสหราชอาณาจักรยังชี้ว่า piroxicam มีรายงานความเสี่ยงต่อผิวหนังรุนแรงสูงกว่า NSAIDs บางตัวที่ไม่ใช่กลุ่ม oxicam โดยเฉพาะในช่วงแรกของการใช้ (มักพบภายใน 1 เดือนแรก)
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากการศึกษาด้านความปลอดภัยว่า NSAIDs กลุ่ม oxicams มีความเสี่ยงต่อ SJS/TEN มากกว่ายากลุ่มอื่น แม้โดยรวมจะถือว่าเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้น้อย
7) หากจำเป็นต้องใช้: การใช้ Piroxicam อย่างปลอดภัยควรมีแผนที่ชัดเจน
หากแพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องใช้ piroxicam ควรมีแนวทางลดความเสี่ยงที่เหมาะสม ดังนี้
* ใช้ในขนาดต่ำสุดที่ให้ผลทางคลินิก และในระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยอยู่ภายใต้การประเมินและกำกับโดยแพทย์
* ในบางประเทศมีคำแนะนำว่า ควรเริ่มใช้โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และควรมีการติดตามอาการภายในช่วงเวลาสั้น เช่น ประมาณ 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มยา และมีการประเมินอย่างต่อเนื่อง
* ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อแผลทางเดินอาหาร อาจพิจารณาให้ยาปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหารร่วมด้วย โดยขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
* ควรมีการติดตามค่าการทำงานของไต ความดันโลหิต และอาการบวมน้ำ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือใช้ยาร่วมกับกลุ่มที่มีผลต่อไต
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย