เมื่อวาน เวลา 09:00 • ไอที & แก็ดเจ็ต

เปิดตัว "ChatGPT Health" ฟีเจอร์ผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนตัวจาก OpenAI

OpenAI เปิดตัว "ChatGPT Health" ฟีเจอร์ผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนตัว ช่วยตอบคำถามสุขภาพ ให้เราเข้าใจรูปแบบสุขภาพระยะยาว เปิดใช้งานแล้วบางประเทศ เตรียมให้ใช้งานบนเว็บไซต์ - iOS เร็ว ๆ นี้
OpenAI ประกาศเปิดตัว “ChatGPT Health” สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อนำข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของผู้ใช้มาทำงานร่วมกับความสามารถของ ChatGPT อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกมีข้อมูลรอบด้าน เตรียมพร้อม และมั่นใจมากขึ้นในการดูแลและตัดสินใจด้านสุขภาพ
OpenAI ระบุว่า ปัจจุบัน “สุขภาพ” เป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีการใช้งาน ChatGPT มากที่สุด โดยมีผู้ใช้งานทั่วโลกหลายร้อยล้านคนสอบถามคำถามด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาวะในแต่ละสัปดาห์
ChatGPT Health จึงถูกพัฒนาขึ้น พร้อมชั้นการป้องกันเพิ่มเติมที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับข้อมูลสุขภาพ รวมถึงการเข้ารหัสและการแยกข้อมูลเฉพาะทาง เพื่อให้การสนทนาด้านสุขภาพได้รับการปกป้องอย่างเป็นระบบและเป็นสัดส่วน สามารถเชื่อมต่อเวชระเบียนและแอปฯ สุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้การสนทนาอ้างอิงกับข้อมูลสุขภาพจริงของตนเอง ส่งผลให้คำตอบมีความเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์มากขึ้น
ด้านการใช้งาน ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเวชระเบียนและแอปฯ สุขภาพ เช่น Apple Health, Function และ MyFitnessPal เพื่อให้ ChatGPT ช่วยอธิบายผลตรวจล่าสุด เตรียมตัวก่อนพบแพทย์ ให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย หรือช่วยทำความเข้าใจทางเลือกด้านประกันสุขภาพ โดยอิงจากรูปแบบการใช้บริการทางการแพทย์ของแต่ละบุคคล
OpenAI ย้ำว่า ChatGPT Health ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการวินิจฉัยหรือการรักษาโรค แต่มีเป้าหมายเพื่อช่วยตอบคำถามในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจรูปแบบสุขภาพในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเฉพาะช่วงเจ็บป่วย เพื่อให้สามารถเตรียมตัวและสื่อสารกับแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากใครที่กังวลเรื่องการหลุดรั่วของข้อมูล ChatGPT Health ถูกแยกเป็นพื้นที่เฉพาะที่มีการปกป้องความเป็นส่วนตัวในระดับสูง โดยบทสนทนาด้านสุขภาพจะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดลพื้นฐานของ OpenAI หากผู้ใช้เริ่มต้นสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพใน ChatGPT ระบบจะแนะนำให้ย้ายไปยังพื้นที่ Health เพื่อรับการป้องกันเพิ่มเติม
OpenAI พัฒนา ChatGPT Health ร่วมกับแพทย์กว่า 260 ชีวิตจาก 60 ประเทศทั่วโลก โดยประเมินผลผ่านเฟรมเวิร์ก “HealthBench” ที่เน้นมาตรฐานทางคลินิกจริง เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะให้คำแนะนำที่ชัดเจน ปลอดภัย และเตือนให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม
ในส่วนของการเปิดให้ใช้งาน ในระยะแรก OpenAI เปิดให้ผู้ใช้งานกลุ่มเล็ก ๆ ในบางประเทศ ยกเว้น กลุ่ม EU, สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร) ที่ใช้แผน Free, Go, Plus และ Pro เริ่มลงทะเบียน Waiting List ได้แล้ว โดยมีแผนจะขยายการใช้งานไปยังผู้ใช้ทั่วไปบนเว็บและ iOS ในเร็ว ๆ นี้ ส่วนการเชื่อมต่อบันทึกทางการแพทย์ผ่านเครือข่าย b.well ปัจจุบันยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้น
ที่มา: OpenAI
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5/265562
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา