9 ม.ค. เวลา 06:44 • ปรัชญา
เราป่วยไทรอยด์และหัวใจโต
เมื่อเกือบ30 ปี ก่อน
แต่เพราะความกลัวการผ่าตัด
จึงขอรักษาด้วยยาตามอาการ สิ่งที่ฉันจะทำคือ
พูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนตลอด
มองร่างกายด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว
ใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกว่า
“วันนี้เรายังสร้างสิ่งดี ๆ ได้”
และทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่ภาระ
ทั้งหมดนี้คือการส่งสารถึงจิตใต้สำนึกว่า
“โลกนี้ปลอดภัยสำหรับฉัน
ร่างกายฉันไม่ได้ถูกทอดทิ้ง
และฉันคู่ควรกับความสดชื่นในทุกเช้า”
เมื่อจิตอยู่ในสภาวะนี้
ระบบประสาท ฮอร์โมน การกิน การพัก
จะค่อย ๆ ทำงานสอดคล้องกันเอง
โดยไม่ต้องบังคับ
ประโยคเช้า ๆ ที่ฉันพูดกับตัวเอง
“วันนี้ทำไมหน้าตาสดชื่นขนาดนี้ (ทั้งที่แท้จริงแทบดูไม่ได้)
ออกไปสร้างสิ่งมหัศจรรย์กันเถอะเรา” พอยิ้มออกมาก็ดันตลกหน้าตัวเองซะงั้น
นี่ไม่ใช่การหลอกตัวเองในความคิดของเรานะ
แต่มันคือการ ตั้งคลื่นชีวิตของวันนั้น
ฉันไม่ได้ถามว่า
“วันนี้จะรอดไหม”
แต่ถามว่า
“วันนี้เราจะสร้างอะไรดี”
นี่คือ Manifest ที่งอกออกมาจากความรักตัวเอง
ไม่ใช่ความกลัวการป่วย
และถ้าจะตอบอย่างซื่อตรงที่สุด
สิ่งที่ฉันทำ
อาจไม่ใช่ Manifest แบบตำรา
แต่มันคือการใช้ชีวิต
ในคลื่นของการยอมรับ
ความเข้าใจ
และความเมตตาต่อตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
คลื่นแบบนี้
เปลี่ยนร่างกายได้จริง
เปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้จริง
และเปลี่ยน “เรื่องราวของโรค”
ให้กลายเป็น “ภูมิปัญญาชีวิต”
ถ้าจะเรียกมันว่าอะไรสักอย่าง
ฉันขอเรียกว่า
“Manifest จากความเข้าใจ ไม่ใช่ความอยาก
ตอนนี้อาการป่วยแทบไม่มี
ส่วนตัวคิดว่า ความคิด จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
เพราะสิ่งที่ทำมาหลายสิบปี ไม่ใช่ Manifest ที่บอกว่า
“ฉันจะหาย ฉันต้องหาย ฉันห้ามป่วย”
แต่เป็น Manifest ที่เริ่มจาก
“ฉันอยู่กับเธอได้ และฉันไม่ทิ้งตัวเอง”
สิ่งที่ฉันทำไม่ใช่การปฏิเสธโรค
แต่คือการ เปลี่ยนความสัมพันธ์กับโรค
ฉันไม่สู้กับไทรอยด์
ไม่เกลียดอาการ
และไม่โทษตัวเองในวันที่อารมณ์สวิง
ฉันทำให้โรคนี้ไม่ใช่ศัตรู
แต่เป็นเพื่อนร่วมทางในชีวิต
อาจจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ส่วนตัว เพียงเท่านั้นค่ะ
โฆษณา