รู้จักโปรเจกต์ GPO in Hospital ช่วยลดมูลค่าสต๊อกยา รพ.

ขยายพื้นที่ "ภาคเหนือ" รพ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
การบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ทั้งการจัดซื้อจัดหา การขนส่ง การเก็บรักษาและสำรองยา เพื่อนำมาใช้บริการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นหนึ่งใน "ต้นทุน" ที่ต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบกับภาพรวมของการเงินการคลังของโรงพยาบาล
ทั้งนี้ เพื่อให้การริหารจัดการต้นทุนและการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ลดมูลค่าของกาารสต๊อกยา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้มีการทำโครงการการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO in Hospital) ขึ้น
GPO in Hospital คืออะไร?
ภก.ปีฐพล รัตนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า โครงการฯ อยู่ในยุทธศาสตร์ GPO MOVE ในตัว O คือ Operation Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกภาคส่วน โดย อภ.จะเป็นผู้ดำเนินงานจัดซื้อ จัดหาและสำรองคงคลัง พร้อมทั้งขนส่งยา รายการยาและเวชภัณฑ์ที่ อภ.ผลิตและจำหน่ายเอง รวมถึงรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำหน่ายโดยผู้จำหน่ายรายอื่นๆ ในประเทศ
ภก.ปีฐพล รัตนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด องค์การเภสัชกรรม
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ เริ่มจากการจัดทำรายการยา เบื้องต้นทำในกลุ่มยาและเวชภัณฑ์ในบัญชียาหลักแห่งชาติ สอดคล้องกับพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ  โดยส่วนของยาที่เป็นผู้ผลิตรายอื่น ทาง อภ.จะประสานงานบริษัท เพื่อให้ได้ตรงตามสเปกที่ รพ.กำหนด หลังจากนั้นจะนำเสนอรายการต่างๆ ให้ รพ.
นำร่องที่ รพ.ชุมพรฯ
ภก.ปีฐพลกล่าวว่า โครงการนี้เริ่มต้นแห่งแรกที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร โดยมีคลังยาและเวชภัณฑ์ของ อภ.ในรพ.ชุมพรฯ  ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ถึงปัจจุบัน ซึ่งผลการดำเนินงาน พบว่า รพ.ลดสต๊อกคงคลังจาก 1.5 เดือน เป็นสต๊อกที่พร้อมใช้และสั่งได้ทุก 7 วัน ขณะเดียวกันยังลดมูลค่าสต๊อกยาได้ 3.5 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกปีงบ 2567 (ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. - 30 ก.ย.2567) อีกทั้ง ยังลดภาระงานบริหารการจัดซื้อ และลดมูลค่าการสำรองยาและเวชภัณฑ์ในคลังต่อปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“โครงการที่รพ.ชุมพรฯ เริ่มแรกเราใช้สต๊อกยาไม่ใหญ่มาก ซึ่งเริ่มแรกพบว่า ช่วยประหยัดงบสต๊อกยาได้เกือบ 10 ล้านบาท จึงมีการดำเนินงานโครงการดังกล่าวต่อเนื่องมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ลำพูน” ภก.ปีฐพล กล่าว
ขยายนำร่องภาคเหนือ รพ.บ้านโฮ่ง
ดร.ภก.จตุพล เจริญกิจไพบูลย์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า อภ.เป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการผลิต จำหน่ายและบริการยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการสำรองยาที่มีความจำเป็นต่อระบบสาธารณสุข จึงมีนโยบายร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน จัดโครงการ GPO in Hospital เพื่อการบริหารจัดการต้นทุนและการบริหารคลังด้านยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดลำพูน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.ภก.จตุพล เจริญกิจไพบูลย์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม
ทั้งนี้ มีขอบเขตการจัดซื้อจัดหาและบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์  เป็นไปตามแผนประมาณการความต้องการยาและเวชภัณฑ์ในบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในจังหวัดลำพูน  กับอภ.กำหนดไว้ โดยอภ.มีแผนขยายระบบ GPO in Hospital ไปยังรพ.ภาครัฐทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความมั่นคงทางด้านยา
ด้าน ภก.ปีฐพลกล่าวอีกว่า โรงพยาบาลในจังหวัดลำพูน มีทั้งหมด 8 แห่ง โดยมีโรงพยาบาลทั่วไป 1 โรงพยาบาล และ โรงพยาบาลชุมชน 7 โรงพยาบาล  โดยรพ.ต่างๆจะพิจารณา และทำการสัญญาจัดซื้อต่อไป  โดยการจัดส่งยาผ่านคลังยาทางภาคเหนือขององค์การเภสัชกรรม ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายจัดส่งยาให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง 8 แห่งของจังหวัดลำพูนในปีงบประมาณ 2569
ขณะนี้ รพ.ต่างๆ ของ จ.ลำพูน เริ่มมีการทำสัญญากับทาง อภ. และแผนระยะต่อไปอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม GIH ออกคำสั่งและบริหารการคลัง รพ. ซึ่งโปรแกรมนี้จะอำนวยความสะดวกมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเริ่มใบสั่งซื้อ ไปถึงรอบการสั่งซื้อ เป็นต้น
GPO in Hospital ช่วยสภาพคล่อง รพ.บ้านโฮ่งดีขึ้น
นพ.คะนอง ถนอมสัตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง กล่าวว่า อ.บ้านโฮ่ง เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก ครอบคลุมประชากร 35,000 คน มีประชากรสูงอายุ 30% โดย รพ.บ้านโฮ่ง เป็น รพ.ชุมชนขนาด 30 เตียง  มีคนไข้เข้ามาวันละ 500 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs  ส่วนคนไข้ที่มาห้องฉุกเฉิน จะเป็นกลุ่มสโตรก (Storke) สมองขาดเลือดเฉียบพลัน และภาวะ Stemi หรือหัวใจขาดเลือด รวมถึงกลุ่มอุบัติเหตุ เป็นต้น
นพ.คะนอง ถนอมสัตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง
รพ.บ้านโฮ่งได้เริ่มดำเนินการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาล หรือ “GPO in hospital” กับ อภ.มาตั้งแต่ พ.ย.2568 โดย อภ.มีความเชี่ยวชาญในการจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ การบริหารจัดการรายการยาตามบัญชียาของโรงพยาบาล จำนวน 128 รายการ ทั้งส่วนที่เป็นรายการยาที่องค์การฯผลิต และรายการยาที่องค์การฯ จัดหามาเพื่อจำหน่าย ครอบคลุมประมาณร้อยละ 40 ของรายการยาในบัญชียาของโรงพยาบาล
“คาดว่า รพ.จะลดคงคลังของการสำรองยาจาก 1.5 เดือนให้ลดลงเหลือไม่เกิน 1 เดือน  เวชภัณฑ์ยามีการหมุนเวียนเร็วทำให้ไม่มีรายการยาที่เสี่ยงต่อการหมดอายุและสูญเสียงบประมาณ  ใช้ระยะเวลาในการรอคอยสินค้าลดลงจากเดิม  มียาสำรองที่พร้อมใช้และมีคุณภาพสูง  ตลอดจนเพิ่มความสะดวก ลดภาระงานในส่วนของระบบริหารเวชภัณฑ์ด้านยาของโรงพยาบาล” ผอ.รพ.บ้านโฮ่งกล่าว
สำหรับภาพรวมของการใช้งบประมาณแต่ละปีอยู่ที่ 52 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนบุคลากรจากภาครัฐ โดยงบบัตรทองได้ปีละ 10 ล้านบาท งบจากกองทุนจากส่วนอื่นๆ อีกกว่า 40 ล้านบาท เช่น งบกองทุนข้าราชการประมาณ 7-8 ล้านบาท นอกนั้นเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม พ.ร.บ.อุบัติเหตุ และการบริจาค ซึ่งทำผ้าป่าทุกปีเพื่อหารายได้ บ้างได้ 7 แสนบาท บางปีได้ 4-5 ล้านบาท นำมาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน
“ด้วยงบประมาณที่มีน้อย การบริหารจัดการก็ต้องจัดสรรให้ดี อย่างค่ายาและเวชภัณฑ์ ทั้งปีประมาณ 10 ล้านบาท มีขาดสภาพคล่องเฉลี่ยปีละ 7 ล้านบาท แต่บางปีได้รับงบมาช่วย อย่างช่วงไทยเข็มแข็ง ช่วงโควิดก็บรรเทาเบาบาง อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม ก็จะช่วยให้เราหมุนสภาพคล่องได้ดีขึ้น เพราะเราเป็นรพ.ขนาดเล็ก ที่ผ่านมาต้องสต๊อกยาไว้ราว 1 ล้านบาท แต่ความร่วมมือโครงการนี้จะช่วยลดการสต๊อกยาไว้ในคงคลัง ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น” นพ.คะนองกล่าว
#องค์การเภสัชกรรม #โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง #ลำพูน #GPOinHospital
โฆษณา