เมื่อวาน เวลา 08:32 • การศึกษา

4 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเข้าคูหาลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

อีกไม่นาน (8 กุมภาพันธ์ 2569) ประชาชนไทยจะต้องเข้าคูหาเพื่อตอบคำถาม ที่ดูเรียบง่ายเพียงข้อเดียว ในการลงประชามติ: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
ท่านทราบหรือไม่.! ว่าเบื้องหลังคำถามสั้นๆ นี้ ยังจะมีกระบวนการที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอนกว่าที่หลายคนคาดคิด การกาเครื่องหมายกากบาทเพียงครั้งเดียวของคุณ คือประตูสู่เส้นทางที่ยาวไกลในการร่างอนาคตของประเทศ
บทความนี้ จะกลั่นกรองข้อมูลสำคัญจากเอกสารทางการ ย่อสรุป 4 ประเด็นหลักที่ทุกคนควรทราบ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณเป็นการตัดสินใจที่มาจากความเข้าใจอย่างแท้จริง
ข้อที่ 1. ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ: เผยเส้นทาง 3 ประชามติสู่รัฐธรรมนูญใหม่
หนึ่งในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่สุด คือการคิดว่าการโหวต "เห็นชอบ" ครั้งนี้จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ทันที แต่ในความเป็นจริง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๘/๒๕๖๘ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องผ่านการลงประชามติจากประชาชนถึง 3 ครั้ง
* ครั้งที่หนึ่ง: คือการลงประชามติที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อถามความเห็นประชาชนก่อนว่า “ต้องการ“ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่?
* ครั้งที่สอง: หากผลโหวตครั้งแรกคือ "เห็นชอบ" รัฐสภาจะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเพิ่ม "หมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" จากนั้นต้องจัดประชามติอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนั้น ซึ่งเป็นการอนุมัติกรอบกฎหมายและกลไกทั้งหมดที่รัฐสภาจัดทำขึ้น
* ครั้งที่สาม: หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกจัดทำขึ้นตามวิธีการที่ผ่านประชามติแล้ว จะต้องมีการจัดประชามติเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศลงมติว่าจะ "เห็นชอบ" กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์นั้นหรือไม่?
> นี่คือกระบวนการที่ยาวนานและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนสำคัญ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อที่ 2. ทำไมต้องมีประชามติ? ย้อนดูที่มาของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐
เหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการนี้ คือ ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๐) ซึ่งถูกร่างขึ้นในบริบทที่ประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐสภามาจากการแต่งตั้ง และกระบวนการร่างขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากประชาชน
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับคณะรัฐประหาร ผ่านกระบวนการประชามติที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เสรีและเป็นธรรม อีกทั้งยังมี "บทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย และขาดความสมดุลในการใช้อำนาจและการตรวจสอบ"
> การจัดทำประชามติครั้งใหม่ จึงเป็นความพยายามที่จะสร้างรัฐธรรมนูญที่มีรากฐานทางประชาธิปไตยที่มั่นคงขึ้น โดยยึดหลัก "อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน" ดังที่ปรากฏในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาซึ่งเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์นี้ว่า:
“จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และเพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
ข้อที่ 3. รื้อใหม่ทั้งหมด vs. แก้ไขรายมาตรา: สรุปข้อดี-ข้อเสียที่ต้องชั่งน้ำหนัก
การลงคะแนนเสียงครั้งนี้ สะท้อนถึงทางเลือกระหว่างสองแนวทางหลักในการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศ นั่นคือ "จัดทำใหม่ทั้งฉบับ" กับ "แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา" ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา
* ข้อดี (Pros)
1. เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ในการวางรากฐานรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
2. สามารถแก้ไขบทบัญญัติที่เป็นปัญหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว ทำให้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญสอดคล้องและสมบูรณ์ทั้งฉบับ
* ข้อเสีย (Cons)
1. อาจสร้างความขัดแย้งทางการเมืองได้มากกว่าการแก้ไขรายมาตรา ซึ่งสามารถจำกัดวงการถกเถียงให้แคบลงและหาข้อสรุปร่วมกันได้ง่ายกว่า
2. อาจสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก เพราะหากเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นส่วนใหญ่ ก็ไม่จำเป็นต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติแต่อย่างใด (ยกเว้นหมวดที่สำคัญ) เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น งบประมาณที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้รับจัดสรรนั้นมีมูลค่ากว่า 112 ล้านบาท (ข้อมูลจากสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)
ข้อที่ 4. กากบาทของคุณ "เปลี่ยน" อะไรได้บ้าง?
ผลลัพธ์ของการลงคะแนนเสียงของคุณในครั้งนี้ จะกำหนดทิศทางของกระบวนการทั้งหมดอย่างชัดเจน
* ถ้าผลคือ "เห็นชอบ": กระบวนการจะเดินหน้าต่อไป ผลคือ ผู้มีสิทธิเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา เพื่อเพิ่ม "หมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" และเริ่มต้นเส้นทางสู่ประชามติครั้งที่สอง
* ถ้าผลคือ "ไม่เห็นชอบ": กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้ความริเริ่มนี้จะสิ้นสุดลง ไม่สามารถดำเนินการในขั้นต่อไปได้
นอกจากนี้ ในบัตรลงคะแนนยังมีช่อง "ไม่แสดงความคิดเห็น" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการแสดงความเห็นในทางใดทางหนึ่ง
บทสรุป: ก้าวแรกบนเส้นทางที่ยาวไกล
> การลงประชามติครั้งนี้ ไม่ใช่วันตัดสินชี้ขาด แต่เป็นเพียงก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งบนเส้นทางที่ยาวไกลและซับซ้อน ไม่ว่าคุณจะมีความเห็นไปในทิศทางใด การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในผลลัพธ์ที่จะตามมา คือหัวใจของการใช้อำนาจในฐานะเจ้าของประเทศ
เมื่อมองไปข้างหน้าบนเส้นทางอันยาวไกลนี้ คุณคิดว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนที่ประเทศไทยต้องการอย่างแท้จริง?
[คลิปสรุปเนื้อหา] https://youtu.be/Yy2i_q580jA?si=qyGFPQX2RXO6myo5
กรภัทร์ จิติสกล
9 มกราคม 2569
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด และการกระทำ
โฆษณา