9 ม.ค. เวลา 10:18 • หุ้น & เศรษฐกิจ

“ศก.ซบ” ทำยอดออกหุ้นกู้ปี25 ลดลง -3.51%

คาดปี26 ยอดออกทั้งปีแตะ 8.8 – 9.0 แสนลบ. ชู “ผลตอบแทน” ยังน่าสนใจกว่า “เงินฝาก” !!!
Fun of Funds: จบปี2025 “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ยังขยายตัว 4.67% จากสิ้นปีก่อน มีมูลค่าคงค้าง 17.91 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ
ในขณะที่มูลค่าการออก “หุ้นกู้ระยะยาว” ซบตามเศรษฐกิจ มีมูลค่า 8.81 แสนล้านบาท ลดลง -3.51% ลดลงทั้งกลุ่ม “Investment Grade” -3.59% และกลุ่ม “High Yield” -2.42%
ด้าน “นักลงทุนต่างชาติ” เดินหน้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 72,396 ล้านบาท มีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.18 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย
“อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย” (Bond Yield) ปรับตัวลดลงทั้งเส้นโดย Bond yield ระยะสั้นลดลงเร็วกว่าระยะยาวในลักษณะ “Bull steepening” สะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะหรือ Bond Supply ในระดับสูง
ทิศทางการเคลื่อนไหวใน “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในปี25 และมุมมองในอนาคตจะเป็นยังไงนั้น ทางทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ฟังกัน
“ตลาดตราสารหนี้ไทย” พื้นฐานไม่แย่...เผยปี25 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิ 7.2 หมื่นล้านบาท
โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย บอกว่า เศรษฐกิจไทยปี25 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากปัจจัยภายนอกเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในเรื่องระดับหนี้ครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่แข็งแกร่ง แต่ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยถือว่าพื้นฐานไม่แย่ “นักลงทุนต่างชาติ” ยังซื้อสุทธิ 72,396 ล้านบาท
โดยเป็นการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในไตรมาส1, 2 และ 4 รวม 75,666 ล้านบาท รวมกับการขายสุทธิ 3,270 ล้านบาทในไตรมาส 3 ทำให้ ณ สิ้นปี25 นักลงทุนต่างชาติมีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.18 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.09 ปี ลดลงจาก 8.66 ปี เมื่อสิ้นปี24 สะท้อนภาพเงินลงทุนต่างชาติไม่ใช่เงินที่เข้าออกเร็ว แต่เป็นเงินลงทุนระยะยาวเป็นหลัก
“ปี25 Yield Curve ปรับตัวลงทั้งเส้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ปรับตัวลดลงทั้งเส้น โดย Bond Yield ระยะสั้นลดลงเร็วกว่าระยะยาวในลักษณะ ‘Bull steepening’ ที่ Bond Yield ระยะสั้นปรับลดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ส่วน Bond Yield ระยะยาวปรับลดลงน้อยกว่าซึ่งน่าจะสะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะหรือ Bond supply ในระดับสูง ส่งผลให้ Bond Yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวลดลง 89, 81 และ 65 bps. จากสิ้นปี24 มาอยู่ที่ระดับ 1.13%, 1.28% และ 1.66% ตามลำดับ ณ สิ้นปี25”
“หุ้นกู้ระยะยาว” ซบตามศก. ยอดออกรวม 8.81 แสนล้านบาท ลดลง -3.51%...คาดปี26 ตัวเลข 8.8 – 9.0 แสนล้านบาท ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ด้าน “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ยอมรับว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ระยะยาวปี25 มีมูลค่าการออก “หุ้นกู้ระยะยาว” 881,083 ล้านบาท ลดลง -3.51% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการออกลดลงของผู้ออกทั้งในกลุ่ม Investment grade (IG) -3.59% และ High Yield (HY) -2.42% แต่ทั้งนี้ กลุ่ม IG สามารถออกหุ้นกู้ได้มากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่ยาวขึ้นและมูลค่าเฉลี่ยการออกสูงขึ้น
ในขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้ได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่สั้นลงและมูลค่าเฉลี่ยการออกต่ำลง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY, FINANCE, และ PROPERTY ตามลำดับ ทั้งนี้หุ้นกู้ระยะยาวที่ออกทั้งหมดในปี25 เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (PO) ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้คาดการณ์การออกหุ้นกู้ปี26 เท่ากับ 0.88 - 0.90 ล้านล้านบาท
“นอกจากนี้เศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักของไทยก็กระทบกับธุรกิจด้วยเช่นกัน ทำให้บางบริษัทไม่สามารถจ่ายชำระคืนหนี้และต้องขยายเวลาชำระหนี้ออกไป ปี25 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระ (Default) รวม 8,319 ล้านบาท จากผู้ออก 8 ราย และเลื่อนกำหนดชำระ (Delay) รวม 59,804 ล้านบาท จากผู้ออก 21 ราย (มี 14 บริษัท เป็นรายใหม่ที่ขอเลื่อน) อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
ทำให้โอกาสเกิดหุ้นกู้มีปัญหาเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนก็ได้เรียนรู้และระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ผู้ออกเองก็เช่นกัน ในระบบแบงก์ยังมีเรื่องของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก หากคิดสัดส่วนหุ้นกู้มีปัญหาในตลาดตราสารหนี้ไทยยังมีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของตลาดหุ้นกู้ทั้งระบบเลย”
ภาพรวม “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ปี25 ยังคงเติบโตได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งผู้ออกและนักลงทุนเองก็ระมัดระวังมากขึ้น เน้นไปโฟกัสที่กลุ่ม “Investment Grade” เป็นหลักในขณะที่หลีกเลี่ยง “High Yield” ที่สำคัญในช่วงปี24-25 Bond Yield ที่ปรับลดลงในปี24 – 25 ทำให้ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี
โดยเฉพาะตราสารระยะยาว ใน “ปีม้าไฟ” นี้ ผลตอบแทนในภาพรวมอาจไม่ดีเท่าในปีที่ผ่านมาแต่ก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับ “ดอกเบี้ยเงินฝาก” และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุน “สายเซฟ” ได้เป็นอย่างดี
โฆษณา