เมื่อวาน เวลา 08:36 • ข่าวรอบโลก

พีระมิดอาหาร 2026 สรุปกินอะไรได้บ้าง

เป็นที่พูดถึงเยอะมากสำหรับพีรมิดอาหาร 2026 ที่ปรากฎใน Dietary Guidelines for Americans สหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดการถกเถียงกับความ "กลับหัว" ของพีระมิดอาหาร พร้อมข้อถกเถียงถึงเหตุผลที่นำมาสู่พีระมิดอาหารในลักษณะดังกล่าว
ปัจจุบันอเมริกากำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพ โดยผู้ใหญ่กว่า 70% มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน และวัยรุ่น 1 ใน 3 มีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ซึ่งเกิดจาก "Standard American Diet" ที่อุดมด้วยอาหารแปรรูป คาร์โบไฮเดรตกลั่น น้ำตาลเพิ่ม และโซเดียมสูง เมื่อรวมกับไลฟ์สไตล์นั่งนิ่ง ส่งผลให้โรคเรื้อรังกลายเป็นอุปสรรคต่อการรับใช้ทหารและโอกาสทางสังคม
Dietary Guidelines for Americans (DGA) ฉบับ 2025-2030 เรียกร้องให้ทุกครัวเรือนจัดลำดับความสำคัญให้อาหารทั้งหมดที่มีสารอาหารหนาแน่น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ โปรตีน ผลิตภัณฑ์นม ไขมันดี ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด โดยลดอาหารแปรรูปที่มีคาร์โบไฮเดรตกลั่น น้ำตาลเพิ่ม โซเดียมเกิน ไขมันไม่ดี และสารเติมแต่งเคมีอย่างมาก หลักการนี้สอดคล้องกับเวชกรรมป้องกันที่มุ่งสร้างพฤติกรรมสุขภาพระยะยาว เพื่อฟื้นฟูระบบอาหาร ลดการพึ่งพายา และสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตอาหารจริง
โปรตีนคุณภาพสูงเป็นหัวใจของรูปแบบการกินที่ดี โดยแนะนำให้บริโภคหลากหลายจากแหล่งสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่ อาหารทะเล และเนื้อแดง รวมถึงพืช เช่น ถั่ว เมล็ดพืช และถั่วเหลือง ปริมาณที่เหมาะสมคือ 1.2-1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ใช้วิธีปรุงอบ ย่าง หรือผัดแทนทอด และหลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือแป้งเพิ่ม สำหรับนม เลือกนมเต็มมันเนยไร้น้ำตาลเพิ่ม 3 ที่ต่อวันในรูปแบบ 2,000 แคลอรี ซึ่งให้โปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วน ในฐานะแพทย์ป้องกัน การเน้นโปรตีนทุกมื้อช่วยรักษากล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน และควบคุมน้ำหนักได้ดี
บริโภคผัก 3 ที่และผลไม้ 2 ที่ต่อวันในรูปแบบทั้งหมด สด แช่แข็ง หรือกระป๋องไร้น้ำตาลเพิ่ม ล้างให้สะอาดและปรุงด้วยเกลือ สมุนไพร ไขมันดีพบในเนื้อสัตว์ ไข่ อาหารทะเล อัลมอนด์ อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก โดยจำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งวัน ธัญพืชเต็มเมล็ด 2-4 ที่ต่อวัน หลีกเลี่ยงแป้งขาวและอาหารเช้าพร้อมทาน การรวมกลุ่มอาหารเหล่านี้ช่วยบำรุงลำไส้ (gut health) ด้วยไฟเบอร์และอาหารหมักดอง เช่น กิมจิหรือเคฟีร์ ส่งเสริมจุลินทรีย์ดีและย่อยอาหาร
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ขนมกรุบกรอบ เค้ก น้ำอัดลม ซึ่งมีรสเค็มหวาน สีสังเคราะห์ และสารกันบูด ไม่แนะนำน้ำตาลเพิ่มหรือสารให้ความหวานเทียมเลย มื้อละไม่เกิน 10 กรัม และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวาน โซเดียมจำกัดไม่เกิน 2,300 มก./วัน (เด็กน้อยกว่านั้น) และแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด โดยกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ งดสนิท ดื่มน้ำเปล่าหรือไม่หวานแทนเพื่อการไฮเดรตที่ดี การลดเหล่านี้ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง
ถึงพีระมิดดังกล่าวจะเป็นแนวทางที่ออกแบบสำหรับการแก้ปัญหาโภชนาการในอเมริกา แต่ก็สามารถสะท้อนความจริงบางอย่างทางโภชนาการ การบริโภคแป้งและน้ำตาลซึ่งให้พลังงานในวันที่รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม กิจวัตรประจำวันของคนเราโดยเฉลี่ยไม่ได้ใช้พลังงานมากเหมือนเมื่อก่อน การเน้นพลังงานจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ในทางกลับกัน จะยิ่งทำให้เกิดการสะสมพลังงานโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน ตามมา
ส่วนตัวผมรู้สึกว่าพีระมิดดังกล่าวมีความน่าสนใจ และมีแนวโน้มสูงที่กรมอนามัยก็อาจประยุกต์พีระมิดดังกล่าว มาปรับใช้ในข้อแนะนำโภชนาการของไทยได้เช่นกัน
อ้างอิง
U.S. Department of Health and Human Services, U.S. Department of Agriculture. Dietary Guidelines for Americans, 2025-2030. Washington, DC: USDA; 2026. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2569 จาก
โฆษณา