11 ม.ค. เวลา 08:42 • ประวัติศาสตร์

สงครามโลกครั้งที่ 1: สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ

แม้สงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1914–1918) จะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ในความเป็นจริง สงครามครั้งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ” เพราะทุกฝ่ายต่างสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งชีวิตมนุษย์ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และศรัทธาต่อมนุษยชาติเอง
ความสูญเสียที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยง
สงครามโลกครั้งที่ 1 คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 16 ล้านคน และบาดเจ็บอีกหลายสิบล้านคน เมืองและหมู่บ้านจำนวนมากถูกทำลายจนไม่อาจฟื้นฟูได้เหมือนเดิม ประเทศที่เข้าร่วมสงครามต้องแบกรับหนี้สินจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า
แม้ประเทศผู้ชนะจะรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเศรษฐกิจที่อ่อนแอและสังคมที่บอบช้ำไม่ต่างจากฝ่ายแพ้
สนามเพลาะและสงครามที่ไร้ศักดิ์ศรี
ลักษณะเด่นของสงครามโลกครั้งที่ 1 คือ สงครามสนามเพลาะ ทหารต้องใช้ชีวิตท่ามกลางโคลน ความหนาว โรคระบาด และความตาย การรบแทบไม่เปลี่ยนแนวหน้า แต่กลับต้องสูญเสียชีวิตวันละนับหมื่นคน
อาวุธสมัยใหม่ เช่น ปืนกล แก๊สพิษ และปืนใหญ่ ทำให้การสังหารกลายเป็นเรื่องอุตสาหกรรม มนุษย์ถูกลดคุณค่าเหลือเพียง “กำลังรบ”
ผู้ชนะที่แพ้ในระยะยาว
หลังสงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรบังคับให้เยอรมนีลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ซึ่งกำหนดบทลงโทษรุนแรง ทั้งด้านดินแดน กองทัพ และค่าปฏิกรรมสงคราม ผลลัพธ์คือความอดอยาก เงินเฟ้อ และความไม่พอใจในสังคมเยอรมัน
ความรู้สึกถูกเหยียดหยามนี้กลายเป็นเชื้อไฟสำคัญที่นำไปสู่การเกิดลัทธิชาตินิยมสุดโต่ง และการขึ้นสู่อำนาจของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ในเวลาต่อมา
จักรวรรดิที่ล่มสลาย
สงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้จักรวรรดิใหญ่ของโลกพังทลาย ได้แก่
จักรวรรดิเยอรมัน
จักรวรรดิออสเตรีย–ฮังการี
จักรวรรดิรัสเซีย
จักรวรรดิออตโตมัน
แม้จะมีประเทศใหม่เกิดขึ้น แต่หลายแห่งกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และการเมือง ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในศตวรรษต่อมา
บทเรียนจากสงครามที่ไม่มีผู้ชนะ
สงครามโลกครั้งที่ 1 แสดงให้เห็นว่า การใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง ไม่ได้สร้างผู้ชนะที่แท้จริง มีเพียงผู้สูญเสียในระยะสั้นและระยะยาว

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา