Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
11 ม.ค. เวลา 12:27 • ประวัติศาสตร์
ทำไมตุรกีจึงไม่ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ?
เหตุผลที่ตุรกีไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจ ก็อาจจะเนื่องจากการผงาดขึ้นของกระแสโลกาภิวัตน์และระเบียบโลกแบบแองโกล-อเมริกัน (Anglo-American world order) ซึ่งดำรงอยู่มานานกว่า 250 ปี โดยระเบียบโลกนี้ได้ทำลายกำแพงทางการค้าและทำให้ภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอีกต่อไป
ในโลกการค้าเสรีแบบโลกาภิวัตน์ ภูมิศาสตร์ไม่มีความหมายใดๆ เพราะทุกอย่างถูกกำหนดบริบทผ่านระบบตลาดเสรี
แต่อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดของการเสื่อมถอยของจักรวรรดิออตโตมันและรัฐสืบทอดอย่างสาธารณรัฐตุรกี
เดิมที ชาวออตโตมันเคยปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของจักรวรรดิโรมันตะวันออกเดิมซึ่งดำรงอยู่ตั้งแต่ปีค.ศ.330 (พ.ศ.873) จนกระทั่งถูกทำลายโดยออตโตมันเมื่อปีค.ศ.1453 (พ.ศ.1996) ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางกลุ่มถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของยุคกลางด้วย
สำหรับจักรวรรดิออตโตมันนั้น ได้ปกครองตุรกีมาตั้งแต่ปีค.ศ.1299 (พ.ศ.1842) แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติของตุรกีได้ประกาศยุบระบอบสุลต่านออตโตมันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ.1922 (พ.ศ.2465)
ชาวตุรกีทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างถูกจำกัดด้วยภูมิศาสตร์ของตนเอง โดยถูกกักล้อมอยู่ในอนาโตเลีย หรือที่เรียกว่าเอเชียไมเนอร์ ซึ่งเป็นคาบสมุทรที่รวมพื้นที่ส่วนกลางและส่วนตะวันตกของตุรกีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน โดยพื้นที่นี้มีขนาดประมาณ 750,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีความสูงเฉลี่ย 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
เหตุผลของการถูกปิดล้อมนี้ นั่นเป็นเพราะทางทิศตะวันออกของจักรวรรดิออตโตมันคือจักรวรรดิเปอร์เซีย ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและครอบคลุมพื้นที่ของประเทศอิหร่านในปัจจุบัน และชาวออตโตมันก็ไม่สามารถเอาชนะดินแดนนี้ได้เนื่องจากอุปสรรคทางด้านภูมิประเทศ
แม้แต่จักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไบแซนไทน์ (Byzantine)” และแม้กระทั่งจักรวรรดิโรมันทั้งหมดในช่วงที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคสมัยของ "ห้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม (Five Good Emperors)” ในช่วงกลางศตวรรษที่ 2 ก็ยังไม่สามารถเอาชนะภูมิภาคนี้ได้เช่นกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวออตโตมันจึงไม่สามารถขยายอำนาจไปทางทิศตะวันออกได้เนื่องจากอำนาจของเปอร์เซีย และทำให้พวกเขามีศัตรูอยู่ทางทิศตะวันออกเสมอมา
ส่วนทางทิศตะวันตก ชาวตุรกีต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากเหล่ามหาอำนาจคริสเตียนในยุโรป ซึ่งการที่ออตโตมันจะรุกคืบไปถึงมหาสมุทรแอตแลนติกได้นั้น จำเป็นต้องผ่านจักรวรรดิสเปนและโปรตุเกส ซึ่งในช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของมหาอำนาจเหล่านั้น
บทบาทสำคัญของจักรวรรดิออตโตมันได้ถูกสกัดกั้นโดยราชวงศ์ฮับส์บูร์ก (Habsburg) ผู้ปกครองในฐานะจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ราชวงศ์ฮับส์บูร์กควบคุมทั้งอาร์ชดัชชีออสเตรีย สเปนที่รวมเป็นปึกแผ่น และดินแดนใต้อำนาจของราชสำนักฮังการี ซึ่งเป็นการสกัดกั้นการรุกคืบของตุรกีอีกครั้ง ส่งผลให้ชาวออตโตมันไม่สามารถบุกไปได้ไกลเกินกว่าประตูเมืองเวียนนา
มาทางด้าน “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)” ซึ่งค้นพบทวีปอเมริกาเมื่อปีค.ศ.1492 (พ.ศ.2035)
1
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)
ด้วยการค้นพบนี้รวมถึงเส้นทางการค้าอื่นๆ ก็ได้สร้างความมั่งคั่ง สามารถโกยทรัพยากรได้จากอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และจะงอยแอฟริกา ส่งผลให้เมื่อการค้าระหว่างยุโรปและตะวันออกไกลขยายตัวขึ้น จักรวรรดิออตโตมันก็ยิ่งสูญเสียอำนาจและอิทธิพลไปมากขึ้นเรื่อยๆ
จักรวรรดิออตโตมันใช้เวลานานมากในการเสื่อมถอยจากความเป็นมหาอำนาจจนกระทั่งถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีการทำสงครามมากมายกับมหาอำนาจยุโรปและเปอร์เซียที่อยู่รายล้อม
ในปัจจุบัน ตุรกีก็ไม่สามารถเป็นมหาอำนาจได้เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตน์ รวมถึงการพัฒนาการค้าและโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศ เช่น คลองสุเอซ ซึ่งช่วยข้ามผ่านช่องแคบบอสฟอรัสที่ไหลผ่านกรุงคอนสแตนติโนเปิล/อิสตันบูลที่ตุรกีควบคุมอยู่
มีเพียงในโลกที่ถอยห่างจากโลกาภิวัตน์ และในโลกที่มีการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจเท่านั้น ที่จะทำให้ตุรกีกลับมาผงาดขึ้นเป็นอำนาจสำคัญในภูมิภาคได้อีกครั้ง
ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่องแคบบอสฟอรัสเคยเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าจากเส้นทางสายไหมที่เดินทางจากจีนยุคราชวงศ์ฮั่นไปยังยุโรปตะวันตก แต่เมื่อสินค้าไม่จำเป็นต้องขนส่งทางบกอีกต่อไป ความสำคัญของบอสฟอรัสในฐานะเส้นทางเดินเรือหลักจึงลดน้อยลงอย่างมาก
รัสเซียยังคงสนใจที่จะเข้าควบคุมคอนสแตนติโนเปิล เนื่องจาก ปัญหาทางออกสู่ทะเลทั้งสี่ของรัสเซีย ซึ่งขัดขวางไม่ให้รัสเซียมีเส้นทางเดินเรือที่มั่นคงไปสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
อย่างไรก็ตาม สำหรับรัสเซียแล้ว สถานการณ์นั้นกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยย่นระยะเวลาการค้าระหว่างยุโรปและเอเชียตะวันออกได้มากถึง 50% และในระยะยาวจะทำให้ทั้งช่องแคบบอสฟอรัสและคลองสุเอซหมดความสำคัญลง เพราะมหาอำนาจอย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และยุโรป ไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลางอีกต่อไป
สำหรับชาวตุรกี ตราบใดที่โลกาภิวัตน์ยังคงดำเนินอยู่ ก็เป็นไปได้ยากที่พวกเขาจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับโลกอย่างแท้จริง พวกเขาเป็นเพียงมหาอำนาจระดับภูมิภาคในแถบทะเลอีเจียนและตะวันออกกลาง แต่ก็มีคู่แข่งอยู่มากมาย คู่แข่งในภูมิภาคเหล่านี้ก็ได้แก่ สหพันธรัฐรัสเซีย รัฐอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน ส่วนอิรักที่เคยเป็นหนึ่งในคู่ปรับสำคัญ แต่หลังจากการรุกรานโดยสหรัฐอเมริกาเมื่อปีค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) ปัจจุบันก็กำลังประสบปัญหาหนัก
ตุรกีจะผงาดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อโลกตกอยู่ในความโกลาหลทางการเมืองระหว่างประเทศ และยังไม่มีมหาอำนาจใดที่พร้อมหรือได้รับความไว้วางใจเพียงพอที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่สหรัฐอเมริกาทิ้งไว้
ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเมืองภายในโลกเช่นนั้นเอง ตุรกีจึงอาจจะกลับมาเป็นอำนาจทางการเมืองที่สำคัญได้อีกครั้ง
References:
https://medium.com/the-geopolitical-economist/why-turkey-is-not-a-great-power-2ef9b45ccb3f
https://www.geopoliticalmonitor.com/turkey-as-an-aspiring-great-power/
https://www.iemed.org/publication/turkeys-role-as-a-regional-power/
ประวัติศาสตร์
3 บันทึก
10
1
3
10
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย