11 ม.ค. เวลา 12:53 • สัตว์เลี้ยง
กรุงเทพมหานคร

ความเห็นเรื่องการแบนแมวสายพันธุ์ Scottish Fold

จากประกาศการแบนสายพันธุ์แมว Scottish Fold ด้วยเหตุผลด้านความทุกข์ทรมานจากปัญหากระดูกอ่อนผิดปกติ เท่าที่ได้ข้อมูลมาแมวหูพับทุกตัวมีปัญหาเรื่องกระดูก แค่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มากน้อยแค่ไหนไม่เหมือนกัน ตอนเด็กๆ มักยังไม่พบความผิดปกติ แต่เมื่อแมวหูพับอายุมากขึ้นภาวะกระดูกผิดปกติจะสูงขึ้นตาม แค่ว่าแมวเราอยู่จนถึงวันนั้นมั้ย? ภาวะความผิดปกติของกระดูกมากน้อยแค่ไหน? แล้วเราเองสังเกตุเห็นหรือเปล่า
ต้องบอกว่าคนที่เลี้ยงแมวหูพับโดยส่วนมาก ไม่ทราบถึงปัญหาทางพันธุกรรมของสายพันธุ์นี้ด้วยซ้ำ แมวหูพับหลายตัวไม่เคยโดนเจ้าของลูบหาง กระดูกสันหลัง หรือสังเกตุท่าเดินท่ากระโดด เจ้าของบางคนยังไม่รู้เลยว่าแมวตัวเองที่ไม่ค่อยกระโดดแล้วไม่ใช่เพราะเค้าเรียบร้อยขึ้นตามอายุ แต่เค้าไม่สามารถกระโดดตามปกติได้ บางตัวอาจความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง หรือบางตัวเจ็บจากการเคลื่อนไหนร่างกาย หนักหนาเลยคือเจ้าของบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมวปกติมีท่าวิ่งหรือเดินปกติเป็นอย่างไร
แลบลิ้นอาจจะน่ารักแต่จริงๆแล้วเพราะหน้าสั้นจากผลกระทบของยีนหูพับ
หลายคนในประเภทที่พูดไปก็อยากมีหลานแมวหูพับน่ารักๆ เป็นของตัวเอง ซื้อพ่อแม่พันธุ์มาผสม
ผสมแบบไม่มีความรู้ ไม่มีความรู้ที่จะรู้ว่าตัวเองไม่รู้
ผลผลิตแมวหูพับในปัจจุบันเป็นคำตอบว่ามีคนส่วนน้อย น้อยมากจริงๆ ที่ทำให้ลูกแมวหูพับเกิดขึ้นมาบนความรู้ที่เพียงพอ นี่ยังไม่ได้พูดถึงจิตสำนึกในการผสม
บางคนก็มีความรู้มาก แต่ก็จะทำเพื่อได้แมวสวยเป็นผลงานที่ต้องตา ต้องใจ
บางคนก็พอจะมีความรู้ แต่อัตตาสูงจนบดบังว่าที่รู้นั้นรู้ไม่พอ
สุก็ไม่ได้บอกนะว่าสุรู้มาก รู้ไปหมด สุแค่รู้ว่าตัวเองยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ และตระหนักรู้ถึงปัญหาด้านการพัฒนาสายพันธุ์
ยีนที่ทำให้แมวหูพับมันไม่ใช่ยีนที่ทำงานตัวเดี่ยว
และแมวหูพับที่มันน่ารักอย่างที่เราเห็นๆ มันทำงานร่วมกันหลายชุดยีน
มันไม่ได้มีแต่ Fd Locus ที่ทำให้หูพับ แต่ต้องดูว่ามันไปยุ่งกับ TRPV4 , DLX5/6 แล้วขบวนการทำงานมันเป็นยังไง
ทำไมยิ่งพัฒนาให้น่ารัก หน้าถึงยิ่งกลม ปากยิ่งสั้น ตัวยิ่งป้อม?
ภาพจำลองเปรียบเทียบข้อต่อปกติ (ซ้าย) กับข้อต่อที่ได้รับผลกระทบจากยีน TRPV4 (ขวา): จะเห็นการหนาตัวที่ผิดปกติของกระดูกและข้อ (Exostoses) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเจ็บปวดและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในแมวหูพับ ซึ่งผลกระทบนี้เกิดขึ้นทั่วร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่ที่ใบหู
ย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อนจะเห็นได้เลยว่า Scottish Fold ไม่ได้หน้าตาแบบนี้ ถ้าคนที่อยู่กับวงการแมว Scottsih Fold มานาน จะผ่านช่วงที่โฟลด์หัวเป็นข้าวปั้นสามเหลี่ยม ย้อนกลับไปอีกมันก็เป็นแมวที่หัวใหญ่ กระบอกปากป้อม หน้าผากลาด ไม่ได้โค้งมนอย่างทุกวันนี้
และตัวใหญ่กว่านี้...
นอกจากหูที่พับ ขนาดเล็กลง ยังมีผลต่อดั้งจมูกและกระโหลก
เพราะการที่แมวหูพับมันไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่หูผิดปกติอย่างเดียว มันไปรบกวนอวัยวะอีกหลายส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างกระโหลก กระดูกร่างกาย ระบบประสาท
สุเคยบอกมาตลอดว่า Scottish Fold ต้องทำไปอย่างสมดุลย์ เพราะหูพับมันคือ “ยีนเด่น” ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของกระดูกทั่วร่างกาย มันคือความพิการ ความพิการในที่นี้หมายถึงการทำงานของระบบกระดูกอ่อนที่ผิดจากสรีรวิทยาปกติ แล้วมันไม่ได้ทำให้พิการแค่กระดูกหู ดังนั้นจึงต้องค่อยๆ พัฒนาเพื่อไม่ให้ยีนที่ทำให้หูพับไปปั่นป่วนอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายมากเกินไป ถ้าบรีดอย่างรู้ไม่พอ ก็จะไม่รู้ว่าลูกแมวที่เกิดขึ้นควรทำหมันหรือไม่ แล้วก็จะจับผสมต่อๆ ไป
ตอนนี้มีบ้านไหนบ้างที่ยังพัฒนา Scottish Fold สายโครงสร้างจริงๆ จังๆ?
มีบ้านไหนบ้างที่ยอมมีสายแมวที่ประกวดไม่มงเป็นสายยืนพื้นในบ้าน?
ยังมีนะ แต่เมื่อเทียบสัดส่วนในตลาด (รวมถึงเลี้ยงเล่นตามบ้าน ที่บอกว่าไม่ได้เป็นฟาร์มแต่มีลูกแมวก็ขาย) มีน้อยมากจริงๆ
ภาพรวมของแมวหูพับที่เกิดขึ้นใหม่มันถึงเป็นแบบนี้
มันถึงมีอ่อนแอลง อายุสั้นลง มีปัญหาสุขภาพมากขึ้น
สันจมูกของแมวหูพับมักมี Stopped ชัดเจนกว่าแมวไทย
คนเลี้ยงแมวเป็นคนผลักดันในแมวมาถึงจุดนี้เองหรือเปล่า?
เพราะความไม่รู้ เพราะความมักง่าย เพราะความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก
“ชีวิตแมวเกิดมา ไม่ได้เกิดมาเล่นๆ มันรีเซตไม่ได้”
ในสายพันธุ์อื่นที่มีความผิดปกติเรื่องกระดูก เช่น ในเปอร์เซียทำไมถึงยังอยู่ได้ทั้งๆ ที่มันดู exotic มากกว่า?
เอาจริงๆ ในสายพันธุ์เปอร์เซียมียีนที่เข้ามายุ่งกับการพัฒนากระดูกในส่วนต่างๆ เยอะมากกว่า Scottish Fold (จากข้อมูลที่พบในปัจจุบัน)
ความคิดสุนะ บรีดเดอร์รุ่นก่อนๆ เค้าปูพื้นมาดีมาก เค้าพัฒนาอย่างเข้าใจจริงๆ จนทำให้มันนิ่งมากกว่าแมวหูพับ ถึงแม้ว่าเราจะเจอปัญหาสุขภาพจากความหน้าบี้ แต่มัน “คง” ไม่ได้แย่ลงอย่างชัดเจนแบบ Scottish Fold ทั้งๆ ที่เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาก่อน
ในแมวขาสั้นเองตาม breed standards มันต่างจากแมวปกติแค่ขาสั้น มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างแมวเท่า Scottish Fold ในปัจจุบัน
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการพัฒนา new face ขึ้นมามันก็คนละยีนกับ Scottish Fold และยังคงสามารถ cross breed ไปหา domestic cats ขนสั้นได้อยู่ เลยมีความหลากหลายของพันธุกรรม
สีเทาแมวหูพับ
สุคงไม่มาบอกว่า Scottish Fold ควรถูกแบนหรือไม่ แต่ก็ยังเป็นคำเดิมที่พูดไว้ตั้งเเต่ 10 กว่าปีก่อนว่า “บรีดด้วยความรู้ เข้าใจในสิ่งที่ทำอยู่”
คำพูดที่ว่ามีลูกเมื่อพร้อม ก็ควรนำมาใช้กับการบรีดแมวเหมือนกัน ความพร้อมในที่นี้ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้ ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ จิตสำนึก ความตระหนักรู้
ตั้งแต่เลิกทำฟาร์มมาเป็นที่ปรึกษาแมว มีฟาร์ม Scottish Fold เข้ามาขอคำปรึกษาจากสุไม่น้อย และยอมแพ้ไปก็ไม่น้อย ไปทำสายพันธุ์อื่นพบปัญหาน้อยกว่า ดูแลง่ายกว่า
สุก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสายพันธุ์นี้ถ้าถูกบรีดอย่างบรีดเดอร์รุ่นเก่าๆ ภาพรวมมันจะยังแย่ลงอย่างทุกวันนี้มั้ย หรือยังไงมันก็จะแย่ลงแต่ช้ากว่านี้
นั้นเเหละคือสาเหตุที่สุเลิกทำฟาร์ม ตั้งเเต่สุศึกษาการพัฒนา Scottish Fold สุตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เมื่อพัฒนาให้มันสวยขึ้นตามที่มนุษย์กำหนด มันจะอ่อนแอลงไหม”
และวันนึงสุนั่งมองแมวที่เกิดมาทั้งในบ้านตัวเอง และบ้านอื่นๆ เมื่อทำให้สวยขึ้นอัตราการ Survive มันลดลง วันนั้นคือวันที่สุได้คำตอบ ใช้เวลาอยู่เป็นปีที่จะยอมรับความจริง
ถ้าทำเเล้วไม่พัฒนาต่อก็ไม่รู้จะให้แมวเสี่ยงชีวิตตั้งท้อง เบ่งลูกทำไม
สุเคยผ่านจุดที่ทำแมวที่เน้นแต่สุขภาพมาแล้ว มันก็ได้แค่ดำเนินไปต่อ สุก็ขายหมันอยู่ดีเพราะไม่ต้องการให้ลูกไปอยู่กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า เอาไปบรีดต่อแบบไม่รู้ แล้วจะยิ่งสนับสนุนการผสมแมวแบบไม่มีความรู้มากขึ้นๆ เพราะบรีดกับแมวสุมันช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับนึง แล้วเดี๋ยวจะบอกว่าก็บรีดแล้วไม่เห็นมีปัญหา ....
มันได้แมว Scottish Fold ที่เกิดมาเพื่อมีความสุขแบบแมวหมัน มีแมวที่เกิดมาบนโลกนี้อีกมากที่อยากมีความสุขในบ้านมนุษย์นะ
ข้าวนิลหน้าสั้นตัวแรกๆของที่บ้าน
เอาง่ายๆ ว่าทุกวันนี้แมวที่เหลือในบ้านที่เป็นหน้าตา develop ตายหมดแล้ว เหลือนิลที่ก็ต้องทำใจว่าสายเค้าในรุ่นที่หน้าตามันพัฒนาแล้วส่วนมากอายุสั้น
เหลือแค่แม่ตาลที่ยังคงเป็นหน้าเดิมๆ เขื่องๆ ที่ยังดูไม่แก่ วิ่งไปวิ่งมา นี่ไงผลงานของพี่ๆ บรีดเดอร์รุ่นก่อนหน้า ที่ให้โอกาสสุตั้งแต่แนะนำตาลมาเป็นแม่พันธุ์
สอนว่าสายไหนเป็นอย่างไร ควรบรีดอย่างไร ผลลัพท์ในการบรีดแต่ละสายเป็นอย่างไร เพราะอะไร
ยังโชคดีที่ชีวิตเหวี่ยงมาเป็นภาระพี่อร ต้องไปรื้องานวิจัยมาสอนเด็กช่างสงสัยคนนี้ตลอด
แมวจากบ้านสุที่ไม่ใช่สาย develop ก็ยังมีชีวิตอยู่บ้าง ตายบ้างไปตามวัย ตามวาระ แต่เท่าที่รู้สายที่พัฒนาเป็น new face ไม่เหลือแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นรุ่นหลัง
หรือนี้คือคำตอบ ? ถ้าไม่ทำให้มันสวยมากไปในระยะเวลาสั้นๆ Scottish Fold อาจมีปัญหาสุขภาพน้อยกว่านี้
สุว่าวันนี้ยังทันนะ ที่จะกลับมาพัฒนาความแข็งแรงให้สายพันธุ์นี้
เราไม่จำเป็นต้องมีแมวหน้าหวานทุกตัวหรอก อีเขื่องอย่างตาลมันก็น่ารัก หน้าเถื่อนๆ เวลามาอ้อนน่ารักจะตาย
ลองดูนะว่า Scottish Fold ที่บ้านเราในวันนี้ถ้าเลี้ยงชิลๆ ง่ายๆ เทอาหารเม็ดวางไว้กับน้ำเปล่า โครงสร้างมันเป็นยังไง
อ้วนไหม ผอมไหม ขนดีไหม?
สมัยก่อน Scottish Fold ไม่ใช่แมวตัวเล็กนะ ตัวผู้ก็ 5-6 กก. ตัวเมีย 4 กก. เป็นขนาดปกติกลางๆ ถ้าฟาร์มต้นสายแมวที่บ้านสุ มีใหญ่กว่านี้เยอะเลย
แล้ว Scottish Fold ที่เรามีอยู่ตอนนี้เป็นยังไง?
สังเกตุเห็นไหมว่าแมวที่ชนะการประกวด ก็เป็นแมวจากเจ้าของคนเดิม หรือดูย้อนกลับไปก็เป็นสายของกลุ่มฟาร์มเหล่านั้นเเหละ
ไม่ค่อยพบ Scottish Fold ที่ถูกปั้นสายใหม่ จากบ้านใหม่ๆ เข้ามาประกวดในไทยแล้วมีผลงานที่โดดเด่น
การประกวดถือเป็นการตรวจคุณภาพแมวในระดับนึงนะ
ในรูปสีเทาแก่แล้วแต่ก็ยังดูแลไม่ยาก อาหารเม็ดดีๆ กับน้ำสะอาด ผลเลือดของเทาสมบูรณ์ดี มีค่าไต SDMA ที่สูงนิดๆ แบบแมวแก่
แมว Scottish Fold สมัยสุเริ่มศึกษาการพัฒนาแมวเลี้ยงง่ายๆ แบบนี้ เพิ่มเติมคือพวกขนสั้นก็อาบน้ำปกติๆ ก็อยู่ใน condition ประกวดได้แล้ว
ทำไมเดี๋ยวนี้การเลี้ยงแมวมันถึงยากขึ้นจัง มันเพราะค่านิยมหรือความอ่อนแอของสายพันธุ์ที่สูงขึ้น?
เป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจพัฒนาแมวทุกคน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนที่มีความรู้ แต่ขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงแมวในหมู่มาก
การเลี้ยงแมวเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนยุคก่อนแล้ว เลี้ยงแมวด้วยความศรัทธามากขึ้น ความรู้ ข้อเท็จจริงช่างมัน ยิ่งพูดข้อเท็จจริงมากเท่าไหร่ ดราม่ายิ่งวิ่งมาหาแหละเนอะ
กดดูคลิปได้ที่นี่
โฆษณา