12 ม.ค. เวลา 02:56 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ทำความรู้จัก "Hollywood" นักบิน F-16 ผู้ครองสถิติชั่วโมงบินสูงสุดในไทย

"คนเก่งแต่ไม่ดีจะไปได้ไม่ไกล แต่คนดีที่มีความรับผิดชอบจะพัฒนาตัวเองจนเก่งได้ในที่สุด"
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "Hollywood"
นักบิน F-16 ที่มีชั่วโมงบินมากที่สุดในกองทัพอากาศไทย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน บทความนี้จะชอนำทุกท่านไปรู้จักกับสุดยอดนักบิน F-16 เบอร์หนึ่งของกองทัพอากาศไทย ไม่มีใครนึกเลยว่าท่านจะมาถึงจุดๅนี้ได้ ใครจะไปคิดว่าขนาดได้ยศพลอากาศเอกแล้วจะยังมีความสุขกับการบินไม่ต่างจากการบริหาร ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญพบกับพลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "Hollywood" ครับ
ในแวดวงกองทัพอากาศไทยชื่อของ พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือที่รู้จักกันในนามเรียกขาน (Call Sign) ว่า "Hollywood" หรือที่บรรดานักบินขับไล่ F-16 น้องๆเรียกว่า "พี่เอก" คือตำนานที่ยังมีลมหายใจ ในฐานะนักบินขับไล่ F-16 เพียงคนเดียวในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ชั่วโมงบินกับเครื่องบินรุ่นนี้มากกว่า 3,000 ชั่วโมง ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) แต่ยังคงทำหน้าที่นักบินขับไล่เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับคนรุ่นหลังโดยการขึ้นบินกับ F-16
Hollywood ขณะบรรยายประสบการณ์แก่นักเรียนนายเรืออากาศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
สำหรับนามเรียกขาน "Hollywood" ไม่ได้มาเพราะหน้าตาที่คล้ายดารา แต่รุ่นพี่ในฝูงบินเป็นผู้ตั้งให้ตามบุคลิกและ Character ในสมัยที่เพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนการบินและเริ่มฝึกพร้อมรบหรือ Combat Ready กับเครื่องบิน F-5 ที่กองบิน 23 อุดรฯ โดยเจ้าตัวเล่าติดตลกว่าอาจมาจากคำว่า "Hollywood Entertainment" เพราะสมัยนั้นท่านเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนและมีบุคลิกที่โดดเด่นในสายตาพี่ ๆ
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนพ.ศ.2510 ท่านมีความผูกพันกับกองทัพอากาศมาโดยตลอดเนื่องจากคุณพ่อคือพลอากาศเอกรังสฤษฏิ์ ถนอมสิงห์ เป็นนักบินขับไล่ที่ทำการบินเครื่องบินแบบ F-86 , A-37 และ F-5 ไม่เพียงเท่านี้คุณพ่อของท่านเคยไปปฏิบัติการณ์ในฐานะนักบินรบช่วงสงครามลับในลาวด้วย
ท่านเติบโตมาในกองบิน 4 ตาคลีกับบรรยากาศที่เห็นเครื่องบินขับไล่ F-5 ซึ่งในยุคนั้นยังมีสมรรถนะที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับ F-16 อย่างไรก็ตาม ความฝันแรกของท่านไม่ใช่การเป็นนักบินขับไล่ แต่คือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยเคยเป็นถึงนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุ 13-15 ปี
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อต้องเลือกเส้นทางอาชีพในระดับมัธยมปลาย ท่านตัดสินใจทิ้งความฝันด้านกีฬาและศิลปะ ที่เคยอยากเข้าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเป็นนักบินรบของกองทัพอากาศไทยตามรอยคุณพ่อ โดยใช้เวลาติวเข้มเพียง 3 เดือน จนสามารถสอบติดเป็น 1 ใน 150 คน จากผู้สมัครหลักหมื่นคนได้สำเร็จ
แม้อายุพี่เอกจะเพิ่มขึ้น แต่ท่านก็ยังคงรักการบินเสมอมาและยังได้ถ่ายทอดความรู้แก่นักบิน new gen ในฐานะพี่ชายคนหนึ่งด้วย
แม้ในช่วงเรียนภาควิชาการคะแนนของพี่เอกจะอยู่ในระดับแค่สอบผ่านแต่ในภาคปฏิบัติพี่เอกกลับทำคะแนนได้ในระดับท็อปจนครูการบินคัดเลือกให้ไปบินเครื่องบินขับไล่โดยที่ท่านไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องบินเครื่องบินประเภทนี้ ท่านเริ่มชีวิตนักบินรบตามรอยพลอากาศเอกรังสฤษฏิ์ ผู้เป็นบิดากับเครื่องบินขับไล่ F-5 ที่ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ก่อนจะย้ายมาบินกับ "เหยี่ยวพิฆาต'' เครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช และฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
สิ่งที่ใครๆไม่เคยรู้มาก่อนนั่นคือตอนที่ท่านเป็นนักบิน F-5 ท่านไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเติบโตไปเป็นนักบิน F-16 เพราะในขณะนั้นเครื่องบินขับไล่แบบนี้มีสมรรถนะสูงมากและรุ่นพี่ที่เป็นครูการบินก็ฝีมือไม่ธรรรมดา เมื่อเทียบกันแล้วเปรียบได้กับคนขับมอเตอร์ไซค์จะไปขับรถเบนซ์ ดังนั้นการเปลี่ยนแบบจาก F-5 ไปบิน F-16 ที่โคราชจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ท่านก็ผ่านมันมาได้พร้อมกับนักบินรุ่นเดียวกันคือ พลอากาศเอกกฤษฎา สุพิชญ์ ''Talon" , นาวาอากาศตรีสภาพร ภุมมา"Venom" และนาวาอากาศเอกคัมภีร์ คัมภีรญานนท์ "Topboot" ปัจจุบันมีนักบิน F-16 ที่ลาออกจากราชการไปแล้วทั้ง 2 ทาานคือท่านคัมภีร์และพี่สถาพร ส่วนพี่กฤษฎานั้นยังรับราชการในกองทัพอากาศต่อจนกว่าจะเกษียณ
สถิติ 3,000 ชั่วโมงบินที่ไม่มีใครทำลายได้นั้น มาจากความบ้าบิน และโอกาสในช่วงที่ประจำการ ณ กองบิน 4 ตาคลี ซึ่งขณะนั้นตอนบรรจุประจำการเครื่องบิน F-16 ได้ไม่นาน ยังมีนักบินน้อยมากแต่เครื่องบินมีสภาพใหม่และระบบที่ทันสมัยกว่า ทำให้ท่านสามารถขึ้นบินได้บ่อยครั้ง บางวันถึง 3 รอบเช้า , บ่าย และกลางคืน
ท่านบินแบบนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2537 ตั้งแต่ยศเรืออากาศเอก แล้วได้รับคัดเลือกให้เป็นนักบินผาดแผลง F-16 ตอนได้รับยศนาวาอากาศตรี ท่านย้ายจากตาคลีกลับมาสู่บ้านหลังแรกของ F-16 คือที่โคราชจนได้เป็นผู้บังคับฝูงบิน 103 ต่อจากพี่กฤษฎา จากนั้นก็มีชั่วโมงบินเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ชั่วโมงบินกับ F-16 จนกระทั่งเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บังคับบัญชา ท่านก็ยังหาเวลาขึ้นไปบินกับน้อง ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเข้าใจความเสี่ยงของลูกน้องในฐานะผู้สั่งการ
Hollywood ขณะกำลังจะขึ้นบิน
กว่าจะถึง 3,000 ชั่วโมงบินกับ F-16 พี่เอก Hollywood ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาหลายครั้ง ครั้งแรกเป็นเหตุการณ์ที่สังกัด F-5 กองบิน 23 ทิ้งระเบิดใส่ตัวเองระหว่างการฝึกบิน ระเบิดที่ทิ้งออกไปลอยกลับมากระแทกใต้ท้องเครื่องจนระบบไฮดรอลิกและเบรกใช้ไม่ได้ แต่ท่านก็สามารถประคองเครื่องลงจอดที่กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานีได้อย่างปลอดภัย
ต่อมาคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 สังกัดกองบิน 4 ตาคลี ท่านประสบปัญหาเครื่องยนต์ดับกลางอากาศซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับนักบินรบ แต่ก็รอดมาได้จึงไม่เกิดความสูญเสียทั้งเครื่องบินและนักบิน จนลงจอดที่กองบิน 4 ตาคลีได้ปลอดภัย
ทั้งนี้ท่านยังกล่าวเสริมอีกว่าสิ่งที่ต้องอดทนให้มากกว่าคำชมและคำด่าจากนักบิน F-16 ระดับครูการบิน นั่นคือการทนแรง G แน่นอนว่าใครที่จะไปเป็นนักบิน F-16 ต้องเผชิญกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางสูงถึง 9G ซึ่งเสี่ยงต่ออาการ G-LOC กล่าวคือหมดสติเนื่องจากเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง เพราะฉะนั้นนักบิน F-16 จะต้องมีสุขภาพกายและสุขภาพใจดีจึงจะสามารถบังคับเครื่องบินขับไล่ F-16 จนมีชั่วโมงบินที่สูงขึ้น
โดยเฉพาะ Hollywood ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น เพียงแต่ว่าท่านไม่เคยหันหลังกับแรงจีเลยสักครั้ง เพราะท่านชำนาญด้านการบินผาดแผลงในงานวันเด็กและงานแอร์โชว์สำคัญของกองทัพอากาศมาแล้ว เมื่อเทียบกับนักบินท่านอื่นๆที่เคยบินกับ F-16 มาหลายท่านในอดีตจะเห็นว่าพี่เอกมีชั่วโมงบินมากที่สุดกับเครื่องบินแบบนี้
อย่างไรก็ตามอีกไม่กี่ปีท่านจะเกษียณจากหน้าที่การงานตรงนี้ ท่านจึงยังคงบินต่อไปร่วมกับลูกน้องในฐานะนักบินขับไล่รุ่นพี่ที่คอยดูแลและให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องอยู่ไม่ห่าง จนกลายเป็นความผูกพันระหว่างพี่กับน้องมากกว่าคำว่าผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
พี่กฤษฎานักบิน F-16 รุ่นเดียวกับพี่เอก
ในฐานะผู้บังคับบัญชาระดับสูง พี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ให้ความสำคัญกับ ความดีมากกว่าความเก่ง ท่านเชื่อว่าคนเก่งแต่ไม่ดีจะไปได้ไม่ไกล แต่คนดีที่มีความรับผิดชอบจะพัฒนาตัวเองจนเก่งได้ในที่สุด นอกจากนี้ ท่านยังเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัยและการเชื่อฟังคู่มือการบิน เพราะการบินรบคือการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ไม่ใช่การแสดงบทฮีโร่เพียงคนเดียว ดังนั้นการขึ้นไปบินจึงต้องมีเครื่องบิน 3-4 ลำในฝูงขณะออกบินภารกิจจึงจะสำเร็จ
การบินเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง F-16 ที่พี่เอกต้องทนแรง G มหาศาลจนมาถึง 3,000 ชั่วโมงบิน เปรียบเสมือนการเล่นรถไฟเหาะที่รุนแรงกว่าปกติหลายร้อยเท่าติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งหากร่างกายและจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่อาจนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย
พี่เอกคือนักบิน F-16 ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครๆต่สงชื่นชอบที่จะเป็นนักบินแบบท่าน โดยเฉพาะเด็กๆเองก็มีความน่าสนใจ เพราะพวกเขาอาจได้ขับ Gripen ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยกว่า แม้ท่านจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แต่ชื่อและวีรกรรมของท่านจะถูกจารึกไว้ในฐานะยอดนักบินรบแห่งกองทัพอากาศไทย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
PAEIHERB
PERSPECTIVE
กองบิน 1 Home of Tiger
กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ
Spring News
KH Sim
PPTVHD36
Samritpol Nimwattankul
Chyrawe Putcharinya
คุณปิยะฉัตร แกหลง
PEEM SPOTTER
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา