Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Beyond Securities
•
ติดตาม
12 ม.ค. เวลา 07:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ
⚡️ FLASH NEWS | Beyond Wealth
Bond Yield ไทยขยับขึ้น กดดัน NAV ตราสารหนี้ระยะสั้น
12 มกราคม 2026
ในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา NAV ของกองทุนตราสารหนี้หลายกอง โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นถึงระยะกลาง อ่อนตัวลงเล็กน้อย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 0.10–0.20% ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ในตลาดปรับตัวลงตามกลไกปกติของตลาดตราสารหนี้
สาเหตุสำคัญของการขยับขึ้นของ Bond Yield รอบนี้ มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน
(1) แรงปรับพอร์ตของนักลงทุนบางส่วน ก่อนหน้านี้ Yield ปรับลดลงแรงจากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ทำให้เกิดการขายทำกำไรและสลับพอร์ต
(2) Supply พันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นจากการประมูล ส่งผลให้ตลาดต้องปรับระดับผลตอบแทนขึ้น (ซื้อในราคาถูกลง) ตามกลไก Demand Supply ปกติ
(3) ตลาดยังอยู่ในช่วงประเมิน policy space ของนโยบายการเงิน ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสามารถปรับลดลงได้อีกกี่ครั้ง ทำให้ Bond Yield ในช่วงสั้นถึงกลางยังมีความผันผวนเป็นระยะ ปัจจุบันตลาดประเมินว่าจะลดดอกเบี้ยในปี 2026 1 ครั้ง
📍 มุมมอง Beyond Wealth
ในช่วงวัฏจักรการลดดอกเบี้ยของไทยที่เข้าใกล้ช่วงปลาย (Late Cycle) ภาพรวมของตราสารหนี้จะเปลี่ยนจากการสร้างกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น (capital gain) ไปสู่การพึ่งพาผลตอบแทนจากการถือครอง (running yield) มากขึ้น
แม้ผลตอบแทนรวมอาจลดลงจากปี 2025 แต่ตราสารหนี้ยังคงน่าสนใจเมื่อเทียบกับเงินฝาก และยังมีบทบาทสำคัญในการลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
การปรับขึ้นของ Bond Yield รอบนี้มองว่าเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด หลังตลาดรับรู้ปัจจัยไปมากแล้ว ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้โอกาสในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมยังมีอยู่ ซึ่งช่วยจำกัด downside ของตราสารหนี้ในระยะถัดไป
อีกด้านหนึ่ง ระดับ Yield ที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่คาดหวังจากการถือครองในช่วงข้างหน้า สำหรับนักลงทุนที่ทยอยเข้าลงทุนในจังหวะนี้
ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำจัดพอร์ตตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับระยะเวลาการถือครองและระดับความเสี่ยงที่รับได้ ดังนี้
กองทุน Money Market (1–3 เดือน): *SCBTMFPLUS*
เหมาะสำหรับพักเงิน บริหารสภาพคล่อง และลดความผันผวน
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (3–6 เดือน): *KKP PLUS* ช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสด โดยยังคุมความเสี่ยงได้
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง–ยาว (6 เดือน – 1 ปี): *ES-SPlus* เหมาะสำหรับทยอยล็อกผลตอบแทนในช่วงที่ Yield อยู่ในระดับน่าสนใจ
กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว (2-3 ปี): *KFAFIX-A* สำหรับผู้ที่สามารถถือยาวและต้องการรับ running yield ที่ชัดเจนขึ้น
การลงทุนในตราสารหนี้ควรเลือกให้เหมาะสมกับ Time Horizon ของการถือครอง เพื่อให้ระดับความผันผวนของราคาและผลตอบแทนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนมีเสถียรภาพมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
#BeyondWealth #BondYield #FixedIncome #LateCycle #MoneyMarket #AssetAllocation
ข่าวรอบโลก
ข่าวเศรษฐกิจ
หุ้นกู้
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย