Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
14 ม.ค. เวลา 09:37 • ประวัติศาสตร์
“สาธารณรัฐโจรสลัด (Republic of Pirates)“ เมื่อเหล่าโจรสลัดปกครองตนเอง
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ขณะที่เหล่ามหาอำนาจยุโรปกำลังทำสงครามและขยายอำนาจอาณานิคม เหตุการณ์ที่น่าสนใจเหตุการณ์หนึ่งก็ได้เกิดขึ้นในหมู่เกาะบาฮามาส
เมืองนัสเซา (Nassau) ซึ่งบอบช้ำจากความขัดแย้งและถูกทางการอังกฤษเพิกเฉย ได้กลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่า "ไพรเวเทียร์ (Privateers)“ หรือก็คือเหล่าโจรสลัดซึ่งมหาอำนาจยุโรปใช้เพื่อก่อกวนกองทัพเรือฝ่ายตรงข้าม เรียกว่าเป็นโจรสลัดที่ทางการรับรองก็ว่าได้
เมื่อมี "ใบอนุญาตทำการประมง (Letters of Marque)“ อยู่ในมือ เหล่าไพรเวเทียร์จึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการโจมตีเรือสินค้าของชาติคู่แข่ง แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง กลับมีกัปตันจำนวนมากที่ครอบครองเรือติดอาวุธหนักแต่ไม่มีอะไรให้ทำ
เมื่อไม่มีค่าจ้างจ่ายเข้ามาและไม่มีผู้นำพลเรือนให้ต้องขึ้นตรง ไพรเวเทียร์เหล่านี้จำนวนมากจึงผันตัวเข้าสู่เส้นทางโจรสลัดเต็มตัว
ด้วยชัยภูมิของนัสเซาที่มีท่าเรือธรรมชาติ ร่องน้ำตื้น และการขาดการดูแลจากทางการ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งประมาณปีค.ศ.1713 (พ.ศ.2256) นัสเซาได้วิวัฒนาการไปสู่สิ่งที่นักเขียนยุคหลังเรียกว่า “สาธารณรัฐโจรสลัด (Republic of Pirates)“ หรือก็คือชุมชนนอกกฎหมายทางทะเลที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ แต่ดำเนินไปได้ด้วยดี
สิ่งที่เรียกว่าสาธารณรัฐโจรสลัดนี้ก่อตัวขึ้นในเมืองนัสเซา หมู่เกาะบาฮามาสในข่วงระหว่างปีค.ศ.1713-1717 (พ.ศ.2256-2260) ในช่วงรอยต่อจากการเปลี่ยนผ่านจากสงครามสืบราชสมบัติสเปนไปสู่ยุคสันติภาพ
แม้โจรสลัดจะเป็นคนนอกกฎหมาย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ไร้ระเบียบ เหล่าลูกเรือมีการเลือกกัปตัน ลงคะแนนเสียงในการตัดสินใจสำคัญๆ แบ่งสรรทรัพย์เชลยตามสัดส่วนและสัญญาที่ตกลงกันไว้ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎระเบียบความประพฤติที่สร้างสมดุลระหว่างความเป็นธรรมและวินัย ผู้ปกครองก็บริหารนัสเซาราวกับว่าที่นี่เป็นเมืองท่าอธิปไตย มีการซ่อมแซมเรือ ค้าขายสินค้าที่ยึดมาได้ และเจรจาพันธมิตรระหว่างกันเองรวมถึงกับมหาอำนาจใกล้เคียง
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เกาะแห่งนี้ได้มอบบางสิ่งที่กะลาสีส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับ นั่นคือระดับของความเสมอภาคและเจตจำนงส่วนบุคคล
ในโลกที่ปกติจะถูกจำกัดความด้วยลำดับชั้นทางเรือที่เข้มงวดและระเบียบวินัยของเรือพาณิชย์ แต่ “สาธารณรัฐ” แห่งนี้ดำเนินงานบนหลักการของการค้าเสรี เสรีภาพส่วนบุคคล และประชาธิปไตย หลายทศวรรษก่อนที่จะมีการก่อกำเนิดของสหรัฐอเมริกาซะอีก
นัสเซายังกลายเป็นแหล่งรวมกะลาสีที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกกดขี่ โดยชีวิตในท้องทะเลนั้นถูกวางโครงสร้างอย่างเข้มงวดและมีลำดับชั้นที่รุนแรง จึงมีผู้คนมากมายที่พยายามมองหาทางออกจากระบบการเดินเรือแบบเดิมๆ
ประชากรหลายคนในนัสเซาคืออดีตไพรเวเทียร์ บางส่วนเป็นแรงงานขัดหนี้หรือทาสที่หลบหนีมา และคนอื่นๆ คือเหล่าผู้สิ้นหวังที่มองหาการเลี้ยงชีพในยุคสมัยที่วุ่นวาย
ส่วนผสมเหล่านี้ทำให้ชุมชนนี้มีลักษณะที่หยาบกระด้างแต่มีความเป็นสากล สาธารณรัฐแห่งนี้ไม่ใช่รัฐที่เป็นทางการที่มีกฎหมายหรือพรมแดน แต่มันคือชุมชนที่มีธรรมเนียมปฏิบัติ ความคาดหวัง และความรู้สึกถึงจุดมุ่งหมายร่วมกัน ซึ่งหลักๆ ก็คือการมีชีวิตอยู่และปล้นสะดมตามเงื่อนไขของพวกเขาเอง ไม่มีใครในนัสเซาอยากกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของอำนาจดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ต้องการไปอยู่ใต้อำนาจอังกฤษ
ไพรเวเทียร์หลายคนยังรู้สึกว่าพวกตนนั้นถูกมหาอำนาจในยุโรปถีบหัวส่ง มหาอำนาจเหล่านี้พร้อมจะใช้ประโยชน์จากพวกตนเมื่อสบโอกาส แต่กลับทิ้งขว้างพวกตนเมื่อหมดประโยชน์
ความคับข้องใจที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งของเหล่าไพรเวเทียร์ก็คือ การที่มหาอำนาจอย่างอังกฤษผิดสัญญาเรื่องการจ่ายเงินตามที่พวกเขาควรได้รับ พูดง่ายๆ คือเบี้ยวค่าแรง อีกทั้งยังไม่มีทางออกหรืออาชีพที่ถูกกฎหมายให้นอกเหนือจากการกลับไปอยู่ใต้กฎระเบียบของกองทัพเรือ
เมื่อเคยเป็นกัปตันเรือของตัวเอง มีอิสระที่จะไปที่ไหนหรือทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ จึงมีน้อยคนนักที่อยากจะกลับไปอยู่ใต้อาณัติของกษัตริย์อังกฤษอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ด้วยเหตุนี้ เหล่าโจรสลัดจึงแต่งตั้งผู้นำของตนเองขึ้นมาเพื่อนำทางพวกเขาไปข้างหน้าและหาเงิน ซึ่งแม้จะไม่เคยเป็นผู้ปกครองในความหมายที่เป็นทางการ แต่ผู้นำโจรสลัดแห่งนัสเซาก็ทำหน้าที่เป็นผู้มีอำนาจโดยพฤตินัยในช่วงยุคสาธารณรัฐโจรสลัด
1
อิทธิพลของผู้นำเหล่านี้ตั้งอยู่บนชื่อเสียง ทักษะการเดินเรือ และความเต็มใจของกัปตันคนอื่นๆ ที่จะเดินตาม โดยมีการผลัดเปลี่ยนตัวผู้นำเรื่อยๆ
ภายใต้การปกครองของเหล่าผู้นำโจรสลัด สาธารณรัฐนี้ได้มีลักษณะเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยสมัยใหม่ นั่นคือคุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้อะไรจากผู้นำแต่ละคน เพราะแต่ละคนปกครองต่างกันและมีเป้าหมายที่หลากหลายเมื่อขึ้นสู่อำนาจในนัสเซา ผู้นำของสาธารณรัฐโจรสลัดแต่ละคนถูกเลือกโดยเพื่อนพ้องและมีภูมิหลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่เหมือนกับเหล่ากษัตริย์ในยุโรป
แต่ต่อมา เมื่อเหล่ามหาอำนาจทางทะเลที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อังกฤษ ซึ่งไม่พอใจที่จะเห็นแหล่งลี้ภัยของคนนอกกฎหมายเติบโตขึ้นภายในอาณาเขตของตน ดังนั้น เมื่อสงครามใหญ่ในยุโรปยุติลง อังกฤษจึงมีทั้งเวลา เงิน และความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับพวกโจรสลัดให้สิ้นซาก
แม้ว่าภัยคุกคามจากโจรสลัดจะถูกสร้างขึ้นมาจากการเลือกใช้ไพรเวเทียร์ในช่วงสงครามสืบราชสมบัติสเปน แต่ตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างความหวาดกลัวในทะเลแคริบเบียนอีกต่อไป
ในปีค.ศ.1718 (พ.ศ.2261) ราชสำนักอังกฤษซึ่งตื่นตระหนกกับการที่โจรสลัดขัดขวางการค้าในมหาสมุทรแอตแลนติก ได้ส่ง “วูดส์ โรเจอร์ส (Woodes Rogers)” มาเป็นผู้ว่าราชการคนใหม่ของบาฮามาส
โรเจอร์สเสนอการอภัยโทษให้แก่ผู้ที่ยอมจำนน ใครก็ตามที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรสลัดจะได้รับการละเว้นโทษหากพวกเขาสาบานตนว่าจะจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และสัญญาว่าจะเลิกเป็นโจรสลัดตลอดไป
ข้อเสนอนี้ได้ทำให้ชุมชนโจรสลัดแตกแยก โจรสลัดบางคนต้องการรับการอภัยโทษและทิ้งชีวิตโจรสลัดไว้เบื้องหลังดีกว่าต้องเสี่ยงกับตะแลงแกง ขณะที่คนอื่นๆ ต้องการจะสู้และปล้นสะดมต่อไปตามที่ใจต้องการ
วูดส์ โรเจอร์ส (Woodes Rogers)
ในที่สุด โรเจอร์สได้ใช้กองทัพเรือหลวงไล่ล่าผู้ที่ปฏิเสธจะยอมแพ้ ทำให้โจรสลัดที่มีชื่อเสียงแห่งยุคทีละคนได้ล้มตายลงในการสู้รบหรือไม่ก็ถูกแขวนคอ และภายในเวลาเพียงปีเดียว สาธารณรัฐโจรสลัดก็ล่มสลายลงในที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น เหตุการณ์ช่วงสั้นๆ ในนัสเซาก็ยังคงเป็นห้วงเวลาที่น่าทึ่งในประวัติศาสตร์ทางทะเล มันคือสถานที่ที่เหล่าคนนอกกฎหมายได้ปกครองตนเองเพื่อสร้างเสรีภาพในแบบฉบับที่หยาบกระด้าง และสามารถนำระบอบการปกครองของตนมาใช้งานได้จริงในช่วงเวลาสั้นๆ
แต่ในตอนจบ รัฐบาลที่มีอำนาจมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ สาธารณรัฐโจรสลัดไม่มีโอกาสที่จะต้านทานแสนยานุภาพของจักรวรรดิอังกฤษได้เลย
หลายคนเคยหวังว่าอังกฤษจะเข้าไปพัวพันกับสงครามอีกครั้งและกระตือรือร้นที่จะเสนอตัวกลับไปเป็นไพรเวเทียร์อีกครั้ง แต่ทว่า ความหวังเหล่านั้นก็ไม่เป็นจริง นัสเซาถูกอังกฤษยึดกลับคืนมา และบาฮามาสก็กลายเป็นดินแดนที่ถูกจัดระเบียบและควบคุมโดยกองทัพเรืออังกฤษนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
References:
https://grantpiperwriting.medium.com/the-republic-of-pirates-how-privateers-formed-their-own-democracy-in-the-caribbean-23177833490f?source=list---------0-------predefined%3Af06bcd4c0010%3AREADING_LIST----------------------------
https://everything-everywhere.com/the-republic-of-pirates/
https://www.ebsco.com/research-starters/history/republic-pirates
ประวัติศาสตร์
3 บันทึก
12
1
3
12
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย