13 ม.ค. เวลา 09:06 • การเมือง

EP.2 — ย้อนรอยปี 2001: รุ่งอรุณแห่งระเบียบวินัย

แม้จุดกำเนิดของ The Estate จะเลือนรางในความทรงจำ แต่ปี 2001 คือหมุดหมายแรกที่ประวัติศาสตร์เริ่มถูกจดบันทึกอย่างเป็นทางการ มันคือปีแรกที่มีการจัดลำดับ Funding, การเปิดเวที Pitch, การเสนอชื่อ President และการปรากฏตัวของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “Prax”
“เราจะไม่เป็นแค่ผู้ประสานงาน แต่จะบริหาร The Estate ให้เหมือนองค์กรที่มีประสิทธิภาพ” — สไลด์แผ่นแรกของ Prax ในการ Pitch ปี 2001
Prax ไม่ได้เป็นเพียงชื่อกลุ่ม แต่คือตัวแทนของความเชื่อมั่นใน "ระบบ" พวกเขาศรัทธาว่าโครงสร้างที่แข็งแรงจะขจัดความไร้ระเบียบได้ หัวหน้ากลุ่มในวัยไม่ถึง 40 ปี มาพร้อมดีกรีที่ปรึกษากลยุทธ์และฐานเสียงแน่นปึ้กจากกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ในหลาย Sector
บรรยากาศแห่งการเริ่มต้น
ในปีนั้น The Estate เปรียบเสมือนดินแดนใหม่ที่ไร้กฎเกณฑ์ซับซ้อน ยังไม่มีระบบตรวจสอบ ไม่มี Board คอยอนุมัติ และไร้กลไกถ่วงดุล กติกามีเพียงข้อเดียว: ใคร Pitch ได้ดีที่สุด และระดม Funding ได้สูงสุด ก็มีสิทธิเสนอชื่อ President ได้ทันที
ซึ่ง Prax ทำสำเร็จ
กลุ่มที่ได้คะแนนรองลงมา (ซึ่งเอกสารไม่ได้ระบุชื่อแน่ชัด) เลือกที่จะนิ่งเฉย บ้างก็ว่าเพราะเชื่อในความโปร่งใสของ Prax แต่บ้างก็วิเคราะห์ว่า "เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครตระหนักว่าผลพวงของการ Pitch จะส่งผลระยะยาวเพียงใด"
ความสำเร็จและภาพลักษณ์ (2001–2005)
ตลอด 4 ปีแรก Prax เปลี่ยนโฉมหน้า The Estate ด้วยสิ่งที่หลายคนนิยามว่า “วินัยแบบญี่ปุ่น” รายงานหลายฉบับบันทึกถึงโครงการ “ห้องทำงานแบบโปร่งใส”, “ระบบติดตามผลงานรายไตรมาส” และการนำเครื่องมือบริหารธุรกิจสากลมาปรับใช้
“ไม่ใช่ทุกคนใน The Estate ที่เข้าใจคำว่า KPI ในตอนนั้น” — บันทึกส่วนตัวของ Dove (เผยแพร่ในปี 2009)
Prax ทำให้การ Pitch กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย พวกเขายึดมั่นในระบบคุณธรรม (Meritocracy) ว่าคนเก่งควรได้นำ และนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ใครบางคนเริ่มไม่พอใจ
มุมมองจากอีกฟากฝั่ง
ในสายตาของ Grim (ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้รวมกลุ่มภายใต้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการ) สิ่งที่ Prax ทำไม่ใช่การพัฒนา แต่คือความพยายามจะ “เปลี่ยนแก่นแท้ของ The Estate” พวกเขามองว่า Prax ไม่เคารพรากเหง้า และกำลังเปลี่ยนบ้านที่คนหลายรุ่นร่วมสร้าง ให้กลายเป็นเพียงบริษัทที่ต้องวิ่งเต้นทำตัวเลขส่งงบทุกไตรมาส
คนของ Prax อาจไม่ได้เจตนา... แต่การเปลี่ยน "ห้องประชุม" ให้เป็น "ห้องโปรเจกต์" และการเรียกคนทำงานว่า "Stakeholder" แทนที่จะเรียกว่า "พี่น้อง" ได้สร้างระยะห่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ
จุดเริ่มของความเงียบ
ปี 2001 จึงผ่านพ้นไปโดยไร้เสียงคัดค้าน แต่รอยร้าวได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต เพราะทุกคนต่างยุ่งง่วนอยู่กับวาทกรรม "การทำงานให้มีประสิทธิภาพ"
ความสงบเรียบร้อยในปีนั้น จะกลายเป็นฉากหลังให้พายุลูกใหญ่ในปี 2006... แต่ ณ เวลานั้น ยังไม่มีใครล่วงรู้เลย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา