13 ม.ค. เวลา 15:47 • ธุรกิจ

ร้านยาเดี่ยว อาจไม่ได้ไปต่อในปี 2026

ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ แทบไม่มีหัวมุมตลาดตรงไหน ที่ไม่มีร้านยาคอยให้บริการประชาชนอยู่ เภสัชกรร้านยาทุกท่าน ล้วนมีความรู้ และความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะดูแลช่วยเหลือการใช้ยาของผู้รับบริการให้เป็นไปอย่างถูกต้องสมเหตุผล
แต่ในแง่ธุรกิจ ร้านยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านยาเดี่ยว กำลังเผชิญความท้าทายที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
การดำเนินธุรกิจร้านยา ขย.1 ในปัจจุบันมีต้นทุนแฝงที่สูงกว่าในอดีตอย่างมาก การลงทุนเบื้องต้นสำหรับร้านยาขนาด 1-2 คูหา อาจสูงถึง 1,000,000 บาท หากต้องการให้ได้มาตรฐาน GPP ครบถ้วน รายละเอียดต้นทุนเหล่านี้ประกอบด้วยค่าตกแต่งร้าน (100,000 - 300,000 บาท) ค่ายาและเวชภัณฑ์เริ่มต้น (150,000 - 500,000 บาท) และค่าระบบ POS ที่จำเป็นต่อการทำบัญชียาตามกฎหมาย (10,000 - 30,000 บาท)
นอกจากต้นทุนเริ่มต้นแล้ว ร้านยาอิสระยังต้องเผชิญกับ "Margin Squeeze" หรือภาวะกำไรที่ถูกบีบอัด เนื่องจากอำนาจการต่อรองกับผู้ผลิตยาลดลงเมื่อเทียบกับร้านยาเครือข่ายขนาดใหญ่ (Chain Stores) ข้อมูลการวิเคราะห์ระบุว่า Gross Margin ของธุรกิจยาจะอยู่ที่ประมาณ 21% - 23% ในช่วงปี 2568-2569 แต่เมื่อหักค่าจ้างเภสัชกรและค่าบริหารจัดการร้านให้ได้ตามมาตรฐาน GPP แล้ว กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อาจเหลือเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงอยู่ของร้านยาที่มีปริมาณการขาย (Volume) ต่ำ
ถึงแม้ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่าแม้จำนวนร้านยาในภาพรวมจะมีการเติบโตขึ้น โดยขยับจาก 16,053 แห่งในปี พ.ศ. 2559 ขึ้นมาเป็น 19,126 แห่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 แต่เบื้องหลังตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้คือสภาวะการคัดออกของร้านยาอิสระ (Independent Pharmacies) และการปิดตัวลงของสถานประกอบการที่ไม่สามารถปรับตัวตามมาตรฐานใหม่ได้
นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือ "จะหาเภสัชกรประจำร้านมาจากไหน?" ถึงแม้คนที่เปิดจะเป็นเภสัชกรเองก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีใครอยู่ร้านได้ตลอดชีวิต และการปิด ร้านบ่อยๆ ก็ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อฐานลูกค้า กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ร้านยา ขย.1 ต้องมีเภสัชกรประจำหน้าที่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ การรณรงค์อย่างเข้มข้นของสภาเภสัชกรรมและองค์กรวิชาชีพ ภายใต้จุดยืน "ร้านยาต้องมีเภสัชกรประจำเต็มเวลา" ทำให้การประกอบธุรกิจแบบ "แขวนป้าย" หรือการมีเพียงชื่อเภสัชกรแต่ตัวไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่จริงจึงไม่สามารถทำได้
ในปัจจุบันค่าตอบแทนของเภสัชกรร้านยาแบบฟูลไทม์อยู่ที่ประมาณ 30,000 - 50,000 บาทต่อเดือน เพื่อจ้างเภสัชกรฟูลไทม์ได้ เจ้าของร้านยาที่ไม่ใช่เภสัชกรจึงจำใจต้องปิดตัวลง เนื่องจากไม่สามารถหาบุคลากรมาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้
(อันนี้น้อยนะ เพื่อนผมทุกวันนี้โดยเฉลี่ยคือ 50-65k)
จากปัจจัยทั้งหมดนี้ ทำให้ร้านยาเดี่ยวมีแนวโน้มที่จะอยู่ยากขึ้น และอาจค่อยๆถูกแทนที่ด้วยร้านยาสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต พี่น้องเภสัชกรท่านใดอยากเปิดร้านยา ควรพิจารณาข้อมูลความเสี่ยงให้รอบด้านครับ
1
อ้างอิง
Krungsri Research. Industry Outlook 2025-2027: Pharmaceuticals [Internet]. Bangkok: Bank of Ayudhya Public Company Limited; 18 Dec 2024 [cited 2026 Jan 13]. Available from: https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/chemicals/phamaceuticals/io/io-pharmaceuticals-2025-2027
โฆษณา