Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
14 ม.ค. เวลา 02:09 • ธุรกิจ
Borland หายไปไหน? จากผู้ท้าชิงที่ Microsoft ยังกลัว สู่ตำนานที่ “สาบสูญ”
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1990 หากคุณเดินเข้าไปในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หรือแอบมองหน้าจอของโปรแกรมเมอร์ในยุคนั้น
สิ่งที่คุณจะเห็นจนชินตา คือหน้าจอสีน้ำเงินเข้มที่มีตัวหนังสือสีเหลืองเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
มันคือสัญลักษณ์ของยุคสมัย และเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของเด็กหนุ่มสาวมากมายที่อยากจะสร้างซอฟต์แวร์เปลี่ยนโลก
ชื่อของ “Borland” ในเวลานั้น ยิ่งใหญ่ไม่แพ้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน
เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่าง “Turbo Pascal” เปรียบเสมือนแบบเรียนเล่มแรกที่สอนให้คนทั้งโลกเขียนโปรแกรม
และอย่างน้อย 15 ปี ที่ “Delphi” เป็นอาวุธคู่กายที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ขาดไม่ได้
แต่คำถามที่น่าสนใจคือ เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทแห่งนี้
ทำไมบริษัทที่เคยสร้างนวัตกรรมระดับปฏิวัติวงการถึงสองครั้งสองครา ถึงได้เงียบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เทคโนโลยี
เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่การล้มเหลวทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือบทเรียนราคาแพงของการตัดสินใจ และการสูญเสียจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้ง
…
เพื่อให้เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่ Borland ทำ เราต้องย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้น
ลองจินตนาการถึงโลกยุค 1980 ยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน
การเขียนโปรแกรมในสมัยนั้น ไม่ใช่เรื่องสนุกเหมือนในปัจจุบัน แต่มันคือบททดสอบความอดทนขั้นสูงสุดของมนุษย์
กระบวนการทำงานมันช่างยุ่งยากและซับซ้อน เริ่มจากการเปิดโปรแกรม Text Editor เพื่อพิมพ์โค้ดลงไป พิมพ์เสร็จก็ต้องบันทึกไฟล์แล้วปิดโปรแกรมออกมา
จากนั้นต้องเรียกโปรแกรมอีกตัวที่เรียกว่า “Compiler” มาแปลภาษาที่เราเขียนให้เป็นภาษาเครื่อง
ถ้าโชคดีไม่มีข้อผิดพลาด คุณถึงจะไปสู่ขั้นตอนต่อไปคือการเชื่อมไฟล์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แล้วค่อยลองรันโปรแกรมดู
แต่ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะส่วนใหญ่มักจะเกิดข้อผิดพลาด หรือที่เรียกว่าบั๊ก
เมื่อเจอบั๊ก สิ่งที่คุณต้องทำคือเริ่มกระบวนการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น เปิดโปรแกรมแก้ไข ค้นหาบรรทัดที่ผิด แก้ไข บันทึก ปิดโปรแกรม รันตัวแปลภาษาใหม่
มันเป็นวงจรนรกที่กินเวลาชีวิตมหาศาล เพียงเพื่อจะแก้ไขจุดเล็ก ๆ จุดเดียว อาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง
ในความมืดมนนั้นเอง ชายคนหนึ่งมองเห็นโอกาส
เขาชื่อ “Philippe Kahn”
Kahn ไม่ใช่แค่นักธุรกิจทั่วไป แต่เขามีบุคลิกที่ผสมผสานระหว่างความเป็นศิลปินและความเป็นขบถ
เขาขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ เล่นแซกโซโฟน จบการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ แต่ในเวลานั้นเขาอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาแบบผิดกฎหมายเพราะไม่มีกรีนการ์ด
ด้วยสถานะที่ไม่มีอะไรจะเสีย เขาจึงมีความกล้าที่จะเดิมพันด้วยวิสัยทัศน์ที่คนอื่นมองข้าม
Kahn ได้พบกับชาวเดนมาร์กสามคน และร่วมกันก่อตั้งบริษัท Borland ขึ้นมาในปี 1981
เป้าหมายของพวกเขาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการทำให้ชีวิตของโปรแกรมเมอร์ดีขึ้น
1
และแล้วในปี 1983 โลกก็ได้รู้จักกับ “Turbo Pascal”
คำว่า Turbo ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาแค่ให้ดูเท่ แต่เพราะมันทำงานได้เร็วเหมือนติดเทอร์โบจริง ๆ
ในขณะที่เครื่องมือของคู่แข่งต้องใช้เวลาหลายนาทีในการ Compiler แต่ Turbo Pascal กลับทำเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที
1
ความเร็วนั้นเปรียบเสมือนเวทมนตร์สำหรับโปรแกรมเมอร์ในยุคนั้น
แต่สิ่งที่ปฏิวัติวงการจริง ๆ คือแนวคิดที่เรียกว่า IDE หรือ Integrated Development Environment
Borland ได้รวมทุกขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทั้งการเขียนโค้ด การ Compiler และการรันโปรแกรม เข้าไว้ในหน้าจอเดียว
คุณสามารถเขียนโค้ด กดปุ่มเพียงปุ่มเดียวเพื่อรันโปรแกรม และถ้ามีข้อผิดพลาด ระบบจะพาคุณกลับไปที่บรรทัดที่มีปัญหาทันทีโดยไม่ต้องออกจากหน้าจอ
1
ความรู้สึกของคนที่ได้ใช้ครั้งแรก เหมือนกับคนที่เคยขี่เกวียนแล้วได้เปลี่ยนมาขับรถสปอร์ต
มันมอบความรู้สึกของการเป็นผู้ควบคุมและมีพลังอำนาจอยู่ในมือ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่น่าหลงใหลอย่างยิ่งสำหรับนักสร้างสรรค์
นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว กลยุทธ์ด้านราคาก็เป็นอีกหนึ่งไม้ตายสำคัญ
ในยุคนั้น ซอฟต์แวร์สำหรับมืออาชีพมักมีราคาสูงถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นกำแพงที่สูงลิ่วสำหรับนักเรียนหรือคนทั่วไป
แต่ Philippe Kahn ตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่น เขาตั้งราคาขาย Turbo Pascal เพียงแค่ 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ
ราคานี้ถูกจนน่าตกใจ ถูกจนธนาคารท้องถิ่นระงับการจ่ายเช็คของบริษัทในช่วงแรก เพราะยอดสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากผิดปกติจนพวกเขาคิดว่าเป็นการฉ้อโกง
กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองนี้ได้ผลดีเกินคาด จากที่ตั้งเป้าว่าจะขายได้หลักหมื่นชุด กลายเป็นว่าพวกเขาสร้างยอดขายถล่มทลายหลายแสนชุดในเวลาอันรวดเร็ว
Borland กลายเป็นชื่อที่ติดปากคนในวงการไอที และเงินสดจำนวนมหาศาลก็ไหลเข้าสู่บริษัท
เมื่อประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ความมั่นใจก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความทะเยอทะยาน
ผู้บริหารของ Borland เริ่มมองว่าแค่ตลาดเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมอาจจะยังไม่พอ
พวกเขาต้องการขยายอาณาจักรไปสู่ตลาดซอฟต์แวร์สำนักงานและฐานข้อมูล เพื่อต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft โดยตรง
การขยายตัวเป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่กำลังเติบโต แต่ปัญหาคือทิศทางที่พวกเขากำลังจะไป
Borland เริ่มไล่ซื้อกิจการอื่น ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก หนึ่งในดีลที่ใหญ่และสร้างปัญหาที่สุดคือการเข้าซื้อ “Ashton-Tate” เจ้าของโปรแกรมฐานข้อมูลชื่อดังอย่าง “dBase”
การซื้อครั้งนี้สร้างความสับสนภายในองค์กร เพราะ Borland มีผลิตภัณฑ์ฐานข้อมูลของตัวเองที่ชื่อ “Paradox” อยู่แล้ว
แทนที่ผลิตภัณฑ์จะเสริมแรงกัน กลับกลายเป็นว่าทีมงานต้องมาแข่งกันเอง ทรัพยากรถูกแบ่งแยก และวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกันทำให้เกิดรอยร้าวลึก
ในขณะที่ Borland กำลังวุ่นวายอยู่กับปัญหาภายใน คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดก็เริ่มขยับตัว
“Bill Gates” และ Microsoft รู้ดีว่ากุญแจสำคัญของการยึดครองโลกไอที คือการทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มาอยู่ฝ่ายเดียวกับตน
Microsoft จึงเปิดเกมรุกรอบด้าน ทั้งการพัฒนาภาษา “Visual Basic” ที่ใช้งานง่าย และการผลักดันระบบฐานข้อมูลของตัวเองอย่าง SQL Server
แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด คือการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีจากยุค DOS มาสู่ยุค Windows
การเขียนโปรแกรมบน Windows นั้นมีความซับซ้อนกว่าบน DOS หลายเท่าตัว
นักพัฒนาต้องจัดการกับกราฟิก หน่วยความจำ และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งเครื่องมือเดิม ๆ ของ Borland เริ่มไม่ตอบโจทย์
โปรแกรมเมอร์จำนวนมากเริ่มรู้สึกท้อแท้และหันไปหาเครื่องมือของ Microsoft ที่ดูเหมือนจะพร้อมกว่า
สถานการณ์ของ Borland เริ่มสั่นคลอน แต่พวกเขายังมีไพ่ตายใบสุดท้ายซ่อนอยู่…
ในปี 1993 ทีมงานระดับหัวกะทิภายใต้การนำของอัจฉริยะนามว่า “Anders Hejlsberg” ได้ซุ่มพัฒนาโครงการลับ
เป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างเครื่องมือที่รวมความง่ายของ Visual Basic เข้ากับความทรงพลังของภาษา Pascal
และในปี 1995 โลกก็ได้รู้จักกับ “Delphi”
ชื่อนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ในตำนานกรีก เพื่อสื่อว่าเป็นเครื่องมือที่เกิดมาเพื่อจัดการกับฐานข้อมูล Oracle ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Delphi คือปาฏิหาริย์ครั้งที่สองของ Borland
มันช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมบน Windows ได้อย่างรวดเร็วด้วยการลากวางปุ่มและหน้าต่างต่าง ๆ แต่เบื้องหลังยังคงเป็นโค้ดที่ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
มันคือกู้สถานการณ์ให้ Borland กลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างามอีกครั้ง
ดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย แต่แล้วจุดแตกหักภายในองค์กรก็เกิดขึ้น
ความขัดแย้งเรื่องทิศทางการบริหารระหว่าง Philippe Kahn และคณะกรรมการบริหารรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ผู้ก่อตั้งและจิตวิญญาณของบริษัทต้องเดินจากไป
การสูญเสียผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ไปแล้วหนึ่งคน อาจยังไม่เลวร้ายเท่ากับการสูญเสีย “สมอง” ของบริษัท
Microsoft มองเห็นโอกาสนี้ และทำในสิ่งที่โหดร้ายแต่ชาญฉลาดที่สุดในโลกธุรกิจ
พวกเขายื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ให้กับ Anders Hejlsberg บิดาผู้สร้าง Turbo Pascal และ Delphi
มีข่าวลือว่ามูลค่าการเซ็นสัญญาซื้อตัวครั้งนั้นสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ลองจินตนาการดูว่า หากบริษัทของคุณต้องเสียคนที่เข้าใจเทคโนโลยีหลักของบริษัทดีที่สุดไปให้กับคู่แข่ง นั่นแทบจะไม่ต่างอะไรกับการยื่นกุญแจบ้านให้กับโจร
การจากไปของ Anders Hejlsberg คือจุดเริ่มต้นของจุดจบอย่างแท้จริง
เมื่อไร้แม่ทัพใหญ่ และไร้แม่ทัพคู่ใจ Borland ก็เหมือนเรือที่ขาดหางเสือ
1
ผู้บริหารชุดใหม่พยายามเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยหันไปเน้นตลาดลูกค้าระดับองค์กรและขึ้นราคาซอฟต์แวร์อย่างมหาโหด
1
จากเครื่องมือราคาหลักสิบหลักร้อยดอลลาร์ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ กลายเป็นสินค้าราคาหลักพันดอลลาร์
การกระทำนี้เป็นการตัดขาดฐานลูกค้าเดิมที่เป็นนักเรียนและนักพัฒนารายย่อย ซึ่งเป็นรากฐานความสำเร็จของบริษัทมาโดยตลอด
1
ในขณะที่ Microsoft เลือกทางเดินตรงกันข้าม พวกเขาแจกจ่ายเครื่องมือให้นักเรียนใช้ฟรี หรือขายในราคาถูก เพื่อสร้างความคุ้นเคยและผูกขาดตลาดในระยะยาว
2
เมื่อไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้การใช้งาน ชุมชนผู้ใช้ Delphi ก็เริ่มโรยราและลดน้อยลง
และฟางเส้นสุดท้ายก็มาถึงในช่วงต้นยุค 2000
เมื่อ Microsoft เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “.NET” พร้อมกับภาษาโปรแกรมใหม่ที่ชื่อว่า “C#”
สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับ Borland คือภาษา C# นี้ ถูกออกแบบโดยสถาปนิกซอฟต์แวร์ที่ชื่อ Anders Hejlsberg คนเดิมนั่นเอง
มันเหมือนตลกร้ายที่ Borland ต้องมาต่อสู้กับอดีตพนักงานมือหนึ่งของตัวเอง ที่ตอนนี้ไปสร้างอาวุธใหม่ที่ทันสมัยกว่าให้กับคู่แข่ง
1
นักพัฒนาจำนวนมหาศาลเริ่มย้ายค่ายจาก Delphi ไปสู่ Visual Studio และ C# เพราะมันดูมีอนาคตกว่า และได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งกว่า
1
Borland พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายด้วยการออกผลิตภัณฑ์ที่รองรับ .NET แต่มันก็สายเกินไปและเต็มไปด้วยปัญหาทางเทคนิค
สุดท้าย ชื่อของ Borland ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ ทรัพย์สินต่าง ๆ ถูกขายทอดตลาด และเหลือไว้เพียงชื่อในหน้าประวัติศาสตร์
1
เรื่องราวของ Borland บอกเราอีกครั้งว่า ความสำเร็จในอดีตไม่ได้การันตีความอยู่รอดในอนาคต
1
ในวันที่ Borland รุ่งโรจน์ที่สุด คือวันที่พวกเขาเข้าใจลูกค้าที่สุด วันที่พวกเขาสร้างเครื่องมือเพื่อให้คนทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ในราคาที่จับต้องได้
แต่ในวันที่ล่มสลาย คือวันที่พวกเขามองข้ามสิ่งเหล่านั้น แล้วหันไปสนใจแต่เกมการเงินและการแข่งขันในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด
1
ซอฟต์แวร์และการสร้างธุรกิจเทคโนโลยี บางครั้งก็เหมือนงานศิลปะที่ต้องการวาทยกรผู้มีวิสัยทัศน์คอยควบคุมวง
1
เมื่อธุรกิจเข้ามาแทนที่ความหลงใหล และตัวเลขเข้ามาแทนที่จิตวิญญาณ เพลงบรรเลงที่เคยไพเราะก็ต้องจบลง
วันนี้ แม้ชื่อ Borland จะหายไป แต่ DNA ของพวกเขายังคงแฝงอยู่ในเครื่องมือเขียนโปรแกรมสมัยใหม่ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็น C#, TypeScript หรือแม้แต่ VS Code ล้วนมีรากฐานแนวคิดที่สืบทอดมาจากตำนานหน้าจอสีน้ำเงินแห่งยุค 90 ทั้งสิ้น
1
และนี่คือเรื่องราวของยักษ์ใหญ่ผู้เคยท้าทาย Microsoft แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับกาลเวลาและการตัดสินใจของตัวเอง…
References : [wikipedia, computerhistory, embarcadero, microsoft, techcrunch]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/where-did-borland-go/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
คลิกเลย -->
https://www.blockdit.com/articles/5cda56f1e5eac0101e278c73
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
25 บันทึก
30
15
25
30
15
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย