14 ม.ค. เวลา 03:14 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

🔮 "Work Trends in 2026" เมื่อ AI ครองกระดาน “ความเป็นมนุษย์” คือแต้มต่อสุดท้าย

เมื่อ ‘ทักษะมนุษย์’ กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร และตัวแปรชี้ขาดความอยู่รอด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่พูดถึง Future of Work คำว่า AI มักจะเป็นคำแรกที่ถูกหยิบขึ้นมาในห้องประชุมเสมอ "AI จะมาแทนงานใคร, จะลดคนแค่ไหน, จะทำให้องค์กรต้องปรับโครงสร้างเร็วเพียงใด"
คำถามเหล่านี้ไม่ผิด แต่ก็ไม่ครบ เพราะหากเราถอยออกมามองภาพใหญ่จากบทวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 10 คน ที่ Forbes รวบรวมไว้เพื่อมองข้ามช็อตไปยังปี 2026 สิ่งที่ปรากฏชัดกลับไม่ใช่ “ชัยชนะของเครื่องจักร” แต่คือ ความจริงที่ย้อนแย้งอย่างยิ่ง ว่า
“ยิ่ง AI เก่ง ล้ำ และเร็วขึ้นเท่าไร คุณค่าของ ‘ความเป็นมนุษย์’ กลับยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น”
บทความนี้จึงไม่ได้ชวนให้กลัว AI หรือหลงเทคโนโลยี แต่ชวนผู้นำ องค์กร และคนทำงานทุกระดับ รีเซ็ตกรอบคิด ว่า ในเกมการทำงานยุคใหม่ สิ่งใดคือ “แต้มต่อที่แท้จริง” และสิ่งใดกำลังกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อย่างรวดเร็ว
====
1. "ลืมคำว่า Soft Skills ไปได้เลย” นี่คือยุคของ “Power Skills”
Jen Paterno นักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมอาวุโสจาก CoachHub ชี้ชัดว่า คำว่า Soft Skills เป็นคำที่ทั้งล้าสมัยและบิดเบือนความจริง เพราะมันทำให้ทักษะที่สำคัญที่สุดในยุค AI ดูเหมือนเป็น “ของรอง” ทั้งที่ในความเป็นจริง ทักษะเหล่านี้คือ แกนกลางของความเป็นผู้นำ
เมื่อ AI สามารถทำงานเชิงเทคนิคได้เหนือกว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโค้ด การสรุปรายงาน หรือแม้แต่การตัดสินใจเชิงตรรกะ สิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ คือทักษะที่ ไม่สามารถถูกอัตโนมัติได้ ได้แก่
* Emotional Intelligence (EQ) ความสามารถในการเข้าใจ จัดการ และอ่านอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น
* Resilience ความสามารถในการล้มแล้วลุกไว อยู่กับความไม่แน่นอนโดยไม่พัง
* Curiosity & Creativity การตั้งคำถามกับสิ่งเดิม กล้าคิดนอกกรอบที่ AI ถูกฝึกมา
* Social Influence & Collaboration การสร้างความร่วมมือในโลกที่ต้องทำงานกับทั้งคน และ AI
Power Skills ไม่ใช่ “ทักษะเสริม” สำหรับคนเก่ง แต่คือ ฐานรากของความเป็นผู้นำ ในโลกที่เครื่องจักรทำงานได้เร็วกว่า แต่ยัง “ไม่เข้าใจความหมาย” ของงานที่ทำ
====
2. "การจ้างงานปี 2026" ไม่ใช่แข่งกับ Bot แต่ต้อง “โดดเด่นในฐานะมนุษย์”
Heidi Barnett จาก isolved อธิบายภาพตลาดแรงงานอนาคตไว้อย่างเฉียบคมว่า เมื่อ AI ทำให้กระบวนการสรรหาถูกถมด้วย Resume, Portfolio และ Content จำนวนมหาศาล สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Noise ไม่ใช่ Quality
ในบริบทนี้ คนที่โดดเด่นไม่ใช่คนที่เขียน Resume ให้ถูก Algorithm มากที่สุด แต่คือคนที่
* เล่าเรื่องตัวเองได้อย่างมีความหมาย
* เชื่อมโยงประสบการณ์กับผลลัพธ์ที่จับต้องได้
* แสดง Impact ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่เคยทำ
ในโลกที่ AI เลียนแบบ “ความรู้” ได้ แต่ยังเลียนแบบ “ความหมาย” และ “ตัวตน” ไม่ได้ ความแท้จริง (Authenticity) จะกลายเป็นสกุลเงินใหม่ของตลาดแรงงาน
====
3. จุดจบของพิธีกรรม “ประเมินผลปลายปี” และการเกิดของ Continuous Feedback
Audra Stanton จาก Ninety.io พูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
“Annual Performance Review พังมานานแล้ว และมันไม่สอดคล้องกับความเร็วของโลกการทำงานอีกต่อไป”
ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการประเมินปีละครั้ง ไปสู่ Continuous Feedback Loop ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานจริง
AI จะเข้ามาเป็น Co-pilot ของหัวหน้างาน คือ ช่วยฟังการประชุม วิเคราะห์ Tone ตรวจจับสัญญาณความขัดแย้ง และส่งสัญญาณเตือน (Nudge) เมื่อถึงจังหวะที่ควรให้ Feedback
ผลลัพธ์ไม่ใช่การควบคุมคนให้แน่นขึ้น แต่คือการทำให้การพัฒนาเป็นเรื่อง “ปกติ” ไม่ใช่ “เรื่องน่ากลัวปลายปี” อีกต่อไป
====
4. เมื่อ Remote Work กลายเป็น “สวัสดิการพรีเมียม” ไม่ใช่มาตรฐาน
* Frank Weishaupt จาก Owl Labs ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ Hybrid Creep คือ องค์กรจำนวนมากค่อยๆ เพิ่มวันเข้าออฟฟิศ จาก 2 วัน เป็น 3–4 วัน โดยไม่ประกาศชัด แต่ทำให้เป็นเรื่องปกติ
* ในโลกที่การเข้าออฟฟิศกลายเป็น Mandate งานที่อนุญาตให้ทำ Remote ได้จริง จะกลายเป็น Premium Perk สำหรับ Talent ระดับสูง และกลายเป็นอาวุธเชิงกลยุทธ์ในการแย่งชิงคนเก่ง
* ความยืดหยุ่นจะไม่ถูกวัดด้วยคำถามว่า “ทำงานที่ไหน” แต่เปลี่ยนเป็น “ทำงานเมื่อไหร่” และองค์กรที่ออกแบบ Employee Experience ได้ดี จะได้เปรียบมากกว่าองค์กรที่ยึดติดกับการควบคุม
====
5. "HR ยุคใหม่” = งบประมาณต้องแลกด้วย “Scalable Impact”
Ryan Starks จาก Rising Team เตือนชัดว่า ปี 2026 CFO จะไม่มอง HR เป็น Cost Center แบบเดิมอีกต่อไป แต่จะมองเป็น Investment ที่ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์
* ระบบที่ Nice to have จะถูกตัดออก
* งานเอกสารและ Admin จะถูก AI Agent ดูดไปแทบทั้งหมด
* ตัวชี้วัดใหม่ของ CHRO คือ “คุณคืนเวลาให้ Manager ได้มากแค่ไหน?”
HR ที่อยู่รอดคือ HR ที่ทำให้ผู้นำมีเวลาไปโฟกัสเรื่อง Coaching, Clarity และ Connection ไม่ใช่จมอยู่กับแบบฟอร์ม
====
6. "Skills-first มาแรง" แต่ปริญญายังเป็น “เพดานรายได้”
* Kara Ayers จาก Xplor Technologies มองว่า ปี 2026 คือยุคของ Skills-first Hiring อย่างแท้จริง โดย On-the-job Learning และ Bootcamp จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
* แต่ Chris Graham จาก National University เตือนด้วยข้อมูลจริงว่า แม้องค์กรจะเปิดกว้างด้านทักษะ แต่สถิติยังชี้ชัดว่า คนที่มีปริญญาตรียังมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนไม่มีถึง 68%
* กลยุทธ์ที่ฉลาดจึงไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือ "Hybrid Strategy” หรือ ใช้ Skills เพื่อเข้าสู่ตลาดงาน และใช้การศึกษาเพื่อขยายเพดานรายได้ในระยะยาว
====
🎯 บทสรุปเชิงกลยุทธ์ --> "มนุษย์ + AI = Superhuman"
ปี 2026 ไม่ใช่สนามรบระหว่าง “คน” กับ “AI” แต่คือสนามคัดกรองรูปแบบใหม่ของโลกการทำงาน
* คนที่ใช้ AI ไม่เป็น → ถูกแทนที่
* คนที่ใช้ AI เป็น แต่ขาด Power Skills → เป็นได้แค่ผู้ช่วย
* คนที่ผสาน AI กับความเป็นมนุษย์ได้ลึกซึ้ง → จะกลายเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่องค์กรต้องการ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ AI จะมาแทนคุณไหม แต่คือ
“คุณกำลังรักษา ‘ความเป็นมนุษย์’ ไว้ได้ดีพอหรือยัง ในวันที่โลกต้องการมันที่สุด”
====
====
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#FutureOfWork2026
#PowerSkills
#AICollaboration
#HRTransformation
#HybridWork
#SkillsFirst
โฆษณา