Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุขภาพดีไม่มีในขวด
•
ติดตาม
14 ม.ค. เวลา 07:36 • สุขภาพ
Pantoprazole คือยาอะไร? ใช้รักษาอะไรบ้าง? และเหตุผลที่จัดอยู่ในกลุ่ม PPI
1. Pantoprazole คืออะไร
Pantoprazole เป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPI) ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดการหลั่งกรดของกระเพาะอาหาร โดยออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างกรดในระดับเซลล์ ทำให้อาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะกรดเกิน เช่น กรดไหลย้อน หรือการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะอาหารจากกรด ลดลงได้
ยาในกลุ่มนี้มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคกรดไหลย้อน (GERD), แผลในกระเพาะอาหาร, และกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งกรดมากผิดปกติ
รูปแบบยา
Pantoprazole มักอยู่ในรูปแบบยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์ช้า (delayed-release) ซึ่งผ่านการเคลือบแบบ enteric coating เพื่อป้องกันการสลายตัวของตัวยาในสภาวะกรดของกระเพาะ และให้เริ่มออกฤทธิ์เมื่อผ่านไปถึงลำไส้เล็ก ซึ่งเหมาะสมต่อการดูดซึม
2. เหตุผลที่จัด Pantoprazole ไว้ในกลุ่ม PPI
ตัวยา Pantoprazole ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors เนื่องจากมีกลไกออกฤทธิ์โดยตรงต่อเอนไซม์ (H⁺, K⁺)-ATPase ซึ่งเป็น “proton pump” ที่อยู่บริเวณเยื่อหุ้มของเซลล์ (parietal cell) ในกระเพาะอาหาร
กลไกสำคัญ ได้แก่
* จับกับเอนไซม์แบบถาวร (covalent binding) ส่งผลให้ยับยั้งการทำงานของ proton pump ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการหลั่งกรด
* ลดได้ทั้งกรดพื้นฐานและกรดที่ถูกกระตุ้น ไม่ว่าจะจากอาหาร ความเครียด หรือสารกระตุ้นอื่น
* แม้ระดับยาในเลือดจะลดลงภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ฤทธิ์ในการยับยั้งการหลั่งกรดยังคงอยู่ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง
สรุป
Pantoprazole ทำหน้าที่ยับยั้งการหลั่งกรดที่ “ขั้นตอนปลายสุด” (terminal step) ของกระบวนการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร จึงได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม PPI อย่างเหมาะสม
Pantoprazole ใช้รักษาอะไรบ้าง
A. ข้อบ่งใช้หลักตามฉลากยา (Common Approved Indications)
1. การรักษาหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อน (Erosive Esophagitis; EE)
ยานี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการรักษาภาวะหลอดอาหารอักเสบซึ่งสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อน (GERD) โดยมีรายละเอียดการใช้ดังนี้
* ผู้ใหญ่: ขนาดที่ใช้บ่อยคือ 40 มิลลิกรัม วันละครั้ง เป็นระยะเวลาสูงสุด 8 สัปดาห์ หากยังไม่หาย อาจพิจารณาขยายระยะเวลาอีก 1 คอร์สตามดุลยพินิจของแพทย์
* เด็กอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป: สามารถใช้เพื่อการหายของ EE ได้เช่นกัน โดยระยะเวลาการใช้ไม่เกิน 8 สัปดาห์ ทั้งนี้ ข้อมูลความปลอดภัยของการใช้เกินช่วงเวลาดังกล่าวในเด็กยังมีจำกัด
2. การรักษาระยะคงสภาพของหลอดอาหารอักเสบ (Maintenance of Healing of EE)
ในผู้ใหญ่ อาจใช้เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โดยขนาดที่ใช้โดยทั่วไปคือ 40 มิลลิกรัม วันละครั้ง อย่างไรก็ตาม ฉลากยาระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องความปลอดภัยหรือประสิทธิผลของการใช้ในระยะยาวเกินกว่า 12 เดือนสำหรับวัตถุประสงค์นี้
3. ภาวะหลั่งกรดมากผิดปกติ (Pathological Hypersecretory Conditions)
เช่น Zollinger-Ellison syndrome
ขนาดยาอาจปรับตามการประเมินทางคลินิก โดยมักเริ่มที่ 40 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความรุนแรงของอาการ
> หมายเหตุ: ขนาดยาในที่นี้เป็นข้อมูลจากฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อการอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้เริ่มใช้ยาเอง
B. การใช้ที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ (บางส่วนเป็น Off-label Use)
1. โรคกรดไหลย้อน (GERD) ทั่วไป
ในทางปฏิบัติ มักใช้ pantoprazole สำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนโดยยังไม่ได้รับการส่องกล้อง หากไม่มีสัญญาณอันตราย การทดลองใช้ PPI เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ถือเป็นแนวทางเริ่มต้นที่นิยม โดยแนะนำให้รับประทานยาก่อนมื้ออาหารแรกของวัน ประมาณ 30–60 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา
2. เป็นส่วนหนึ่งของสูตรการรักษาการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori)
ในการรักษาการติดเชื้อ H. pylori แพทย์อาจใช้ pantoprazole เป็นส่วนหนึ่งของสูตร "bismuth quadruple therapy (BQT)" ซึ่งมักประกอบด้วย:
* PPI วันละ 2 ครั้ง
* Tetracycline
* Metronidazole
* Bismuth
การเลือกใช้ PPI ตัวใดในสูตร BQT ขึ้นอยู่กับบริบทของผู้ป่วยและดุลยพินิจของแพทย์
3. แผลกระเพาะหรือลำไส้ที่สัมพันธ์กับการใช้ NSAIDs
รวมถึงการใช้เพื่อป้องกันแผลในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจาก NSAIDs
ในบริบทนี้ Pantoprazole อาจใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดแผลในทางเดินอาหาร โดยแนะนำให้รับประทานก่อนอาหารประมาณ 30 นาที เพื่อการออกฤทธิ์ที่เหมาะสม
วิธีใช้ Pantoprazole: หลักการและเหตุผลทางเภสัชวิทยา
1. คำแนะนำในการรับประทานยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์ช้า (Delayed‑Release Tablet)
ยา pantoprazole ในรูปแบบเม็ดชนิดออกฤทธิ์ช้า มีการออกแบบเพื่อให้ตัวยาสามารถผ่านกระเพาะอาหารไปถึงลำไส้เล็กก่อนปลดปล่อยสารสำคัญ
> ห้ามบด เคี้ยว หรือหักเม็ดยา เนื่องจากจะทำลายชั้นเคลือบที่ป้องกันไม่ให้ตัวยาสลายตัวในกรดของกระเพาะ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ป่วยควรกลืนยา “ทั้งเม็ด” พร้อมน้ำ โดยไม่เคี้ยวหรือบดยาเด็ดขาด
2. ควรรับประทานพร้อมอาหารหรือไม่?
แม้เอกสารกำกับยาระบุว่าสามารถรับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารได้ แต่อาหารอาจทำให้การดูดซึมของยาช้าลงเล็กน้อย โดยไม่กระทบต่อปริมาณรวมที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
อย่างไรก็ตาม การรับประทานก่อนอาหาร 30–60 นาที มักให้ผลในการลดกรดได้ดีกว่า เนื่องจากกลไกของยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่เมื่อ “proton pump” ที่เป็นเป้าหมายของยา ถูกกระตุ้นจากมื้ออาหาร
> หากแพทย์หรือเภสัชกรให้คำแนะนำเฉพาะเวลาในการรับประทาน ควรปฏิบัติตามแนวทางนั้นเป็นหลัก
ผลไม่พึงประสงค์ และข้อควรระวัง
1. อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย
จากข้อมูลในผู้ใหญ่ อาการที่รายงานบ่อย ได้แก่:
* ปวดศีรษะ
* ท้องเสีย
* คลื่นไส้ อาเจียน
* ปวดท้อง ท้องอืด
* เวียนศีรษะ
* ปวดข้อ
อาการส่วนใหญ่มักมีลักษณะไม่รุนแรงและเป็นชั่วคราว แต่หากรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้ให้บริการทางการแพทย์
2. ข้อควรระวังเมื่อใช้ยาในระยะยาว
การใช้ PPI ต่อเนื่องในระยะเวลานาน อาจสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนบางประการ ได้แก่:
* ภาวะแมกนีเซียมต่ำ โดยเฉพาะหากใช้ต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี อาจเกิดอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
* ภาวะขาดวิตามิน B12 เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน (เช่น มากกว่า 3 ปี) อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทหรือโลหิตจาง
* การเกิดติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร (Fundic gland polyps) มีรายงานว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ PPI มากกว่า 1 ปี
* ผื่นแพ้รุนแรงบางชนิด อาจพบได้แม้ไม่บ่อย หากมีอาการผิดปกติทางผิวหนังร่วมกับไข้ บวม หรือเจ็บ ให้หยุดยาและพบแพทย์
3. ควรมีการทบทวนความจำเป็นของการใช้ PPI อย่างต่อเนื่อง
แนวทางเวชปฏิบัติในหลายประเทศแนะนำว่า
* ผู้ป่วยที่ใช้ PPI ต่อเนื่องควรได้รับการประเมินข้อบ่งใช้ซ้ำเป็นระยะ
* หากไม่พบข้อบ่งใช้ชัดเจน อาจพิจารณาลดยาหรือหยุดยาอย่างเหมาะสม
* ทั้งนี้ การหยุดยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากในบางกรณีอาจมีอาการ "rebound acid hypersecretion" หรือภาวะกรดหลั่งมากชั่วคราวหลังหยุดยา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย