วันพฤหัสที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙

แรม ๑๒ ค่ำ เดือนยี่ (๒) ปี มะเมีย
อปฺปมาเท ปโมทนฺติ
คนฉลาดย่อมไม่ยินดีในความประมาท
ค้นพบความสงบใจ ในสิ่งที่เราไม่อาจควบคุม
ทุกสรรพสิ่งในชีวิตล้วนดำเนินไปในหนทางที่เราไม่อาจคาดเดา เราตื่นขึ้นมาในทุกเช้าโดยไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าวันนี้จะนำพาอะไรมาให้ จะมีอารมณ์ใดเกิดขึ้น หรือสถานการณ์รอบตัวจะเปลี่ยนไปทิศทางไหนโดยไม่ทันตั้งตัว
แม้แต่ความสุขของเราเองก็ยังดูจับต้องได้ยาก มาแล้วก็ไปดั่งสภาพอากาศที่เราไม่อาจสั่งการ อารมณ์ของเราขึ้นลงดั่งกระแสน้ำ และบ่อยครั้งมันก็สวนทางกับความต้องการของเรา หากแม้แต่ใจตนเองยังยากที่จะบังคับ แล้วจะป่วยการอะไรกับการพยายามไปควบคุมผู้อื่น? หรือไปคาดคั้นให้เขาคิดและรู้สึกอย่างที่เราต้องการ?
ความจริงข้อนี้สอนให้เราถ่อมตนและปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระในเวลาเดียวกัน นั่นคือ ทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามวิถีของมัน ตามจังหวะเวลาที่เราไม่ได้เป็นผู้กำหนด
แต่สิ่งที่เราทำได้คือ เราสามารถมีความสงบใจในยามที่สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น เราสามารถเผชิญกับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา—ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ได้หรือเสีย—ด้วยจิตใจที่มั่นคงและเปิดกว้าง
หากสิ่งใดแก้ไขได้: เราไม่จำเป็นต้องกังวล เพียงแค่ลงมือทำด้วยเจตนาที่ชัดเจน
หากสิ่งใดแก้ไขไม่ได้: เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเช่นกัน เพียงยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และเก็บแรงไว้ใช้กับสิ่งที่เรากำหนดได้จริง
นี่ไม่ได้หมายความว่าเราเลิกใส่ใจ แต่หมายถึงเราหยุดเติมความทุกข์ที่ไม่จำเป็นให้กับชีวิต เราหยุดเหนื่อยไปกับการพยายามควบคุมสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แล้วหันมาโฟกัสที่สิ่งเดียวที่เรากำหนดได้จริง นั่นคือ “การตอบสนองของตัวเราเอง”
เราทำเช่นนี้ได้ด้วย "สติ" การกลับมารู้ที่ลมหายใจ คือการดึงใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ให้เรารู้ทันเมื่อเรากำลังเผลอใช้อารมณ์ตอบโต้ และเลือกที่จะตอบสนองด้วยความเข้าใจแทน
นี่คือหนทางในการนำความสงบกลับคืนสู่พื้นที่ในใจ เราไม่อาจห้ามพายุไม่ให้พัดมา แต่เราเรียนรู้ที่จะสงบเย็นท่ามกลางพายุนั้นได้ เราไม่อาจบงการพฤติกรรมของใคร แต่เราเลือกได้เสมอว่าจะวางใจและตอบสนองอย่างไร
ขอให้ท่านและสรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุขกาย สุขใจ และพบเจอแต่ความสงบด้วยเถิด
#WalkForPeace #AlokathePeaceDog #BuddhistMonks
โฆษณา