4 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
ขอมองลึกไปถึงแก่นมนุษย์
อาจไม่ใช่ “ความฝัน” หรือ
“ความรัก” ที่ควรรักษาไว้
เป็นอันดับแรกแต่คือความสามารถในการเผชิญความ
จริงโดยไม่หนีตนเอง
ดูแล้วมนุษย์ทุกคนล้วน
ต้องการความหมายแต่
ความหมายไม่ได้เกิดจาก
สิ่งที่เรายึดถือ
หากเกิดจากการยอมรับว่า
เราไม่อาจควบคุมทุกอย่างได้ ความฝันอาจแตกสลาย
ความรักอาจแปรเปลี่ยน
ทว่าแก่นแท้คือการยัง“ตื่นรู้”
อยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน
ไม่หลอกตัวเองไม่ทรยศต่อ
ความรู้สึกแท้จริงภายใน
ชีวิตที่ลึกซึ้งจึงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่อยากได้แต่อยู่ที่ความกล้าจะอยู่กับความว่างเปล่า
ความเปราะบางความไม่สมบูรณ์ของตนเอง
ตรงนั้นเองที่มนุษย์ได้สัมผัสเสรีภาพแท้เสรีภาพจากการ
ต้องเป็นอะไรบางอย่างเพื่อ
จะได้ “เป็น” อย่างแท้จริง
อาจเป็นภาวะที่ลึกยิ่งกว่า
การมีเป้าหมายด้วยซ้ำนะ
Pataคิดว่านะ!
เป้าหมายเป็นสิ่ปัจจัยนึง
ของ “ตัวตนที่อยากไปถึง”
แต่การไม่มีเป้าหมายคือ
การ“อยู่เป็น”ก่อนที่ตัวตน
จะถูกนิยามขึ้นมา
มนุษย์มักใช้เป้าหมายเพื่อ
หลบเลี่ยงความว่างเพื่อบอกตนเองว่าฉันกำลังไปไหน
สักแห่งไม่ว่าจะชีวิตงาน
ความรักรึการดำรงอยู่
ทั้งที่แก่นแท้ของการมีอยู่
ไม่ได้ต้องการปลายทางใด
มารับรองคุณค่าอันใดเลย
การมีชีวิตไม่ใช่การเดินทาง
แต่คือการรับรู้ว่ากำลังยืนอยู่
ตรงนี้อย่างสมบูรณ์หรือไม่?
การไม่ยึดเป้าหมายคือการ
คลาย “ตัณหา”ในอัตถิภา
ว่านิยมมันคือการยอมรับ
ความไร้ความหมายโดย
ไม่ตื่นตระหนกคล้ายเต๋า
มันคือการไหลไปโดยไม่ฝืน
อย่างเป็นธรรมะธรรมชาติ
การไม่มีเป้าหมายมันไม่ได้
แปลว่าล่องลอยดอกนะตะเอง
แต่คือการกระทำโดยไม่เอาอนาคตเข้ามาบงการปัจจุบัน
กินเมื่อหิวทำเมื่อควรทำรักเมื่อหัวใจเปิดไม่ใช่เพราะจะได้อะไรกลับมา
บางทีชีวิตไม่ต้องการคำว่า
“ควรไปถึงไหน”อยากถาม
ตะเองว่าขณะนี้ตะเองซื่อสัตย์
กับความจริงของการมีชีวิต
อยู่หรือไม่?
ไม่ต้องตอบมาดอกแค่
คุยกับใจความคิดลึกๆข้างใน
แล้วตอบตะเองนะที่รัก
โฆษณา