15 ม.ค. เวลา 07:28 • ไลฟ์สไตล์
เรื่องราวของสติปัญญา ที่มีมากับจิต ..มีพระองค์หนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กท่านก็วิ่งเล่นสนุก เห็นพี่คนนั้นคนนี้ โตขึ้น ก็มีครอบครัว มีลูก เห็นคนแก่ เจ็บตาย ท่านก็รู้สึกว่า เอ..เราคงต้องเป็นเหมือนเค้า เราไม่อยากเป็นอย่างนั้น ท่านก็คิดได้ตั้งแต่ห้าขวบ ก็ชอบไปนั่งเล่น ในป่าช้า อยากไปดูว่า ตายแล้วเป็นยังไง ไปนั่งในป่าช้า ก็รู้สึกเงียบเหงา รู้สึกกลัว ก็นั่งไปปรากฏภาพพระปฏิมากร ที่ก็เลย
ท่าน .เพ่งมองพระปฏิมากร ก็ไม่รู้สึกกลัวภูตผีปีศาจ พอมีพระธุดงค์ผ่านมา ท่านก็ขอพ่อแม่ตามพระธุดงค์ ไปนั่งตามป่าเขา พระท่านก็บอกว่านั่งตรงนี้น่ะ ก็แยกกันนั่งห่างกัน
ท่านนั่งสมาธิไป ก็มีเสียงเสือโคร่ง มาคำราม กึกก้องตรงหน้าท่าน .ท่านก็กลัว นึกถึงว่า หากเสือเป็นเจ้ากรรมนายเวร ก็มากัดกินกายนี้ได้ จะได้รู้จักว่า ตายแล้วเป็นอย่างไร ..ก็นั่งท่องภาวนา .จนจิตนั้นเป็นหนึ่ง พอจิตนั้นเป็นหนึ่ง ก็เกิด ..จิตมีแสงสว่างขึ้น .เสียงเสือโคร่ง ก็หายไป ท่านก็มาสำรวจตรวจสอบ ว่า เสืยงเสือโคร่ง ทำไม่หายไป ก็ได้รู้ว่า เสือนั้นเจอแสงรัตนะ ส่องเจิดจ้า มาจากกายท่าน ..จิตของท่าน เสือก็มีตารับรู้ เห็นแสงนั้นก็กลัว วิ่งหายไป
ที่น่าสนใจ ก็เกิดมาอาศัยกายนี้อยู่ แล้วก็ต้องตายแน่นอน ตายแล้วไปไหนยังไม่รู้ .ก็เลยต้องอาศัยกายนี้ มาสร้างบุญกุศลบารมี เพื่อที่จะได้เรียนรู้จักกรรม พาไปทางไหน แล้วก็นำกายนี้มาสร้างบุญกุศล เมื่อสร้างบุญกุศลเกิดขึ้น เราก็พอรู้จัก เรื่องราวกายบุญ จิตอาศัยในกายบุญกุศล ก็มีความสุข นั่นก็พอให้รู้จีักว่า เมื่อจากกายนี้ไป เราคงได้ไปอาศัยกายที่เป็นบุญ ที่ว่า กายเทพยดาอินทร์พรหม ยิ่งเราเคยเจอะเจอ เทพยดาอินทร์พรหม ก็เห็นท่านมีความสุข
ที่น่าสนใจ ก็ยังมีลมหายใจอยู่ ทำอย่างไรหนอให้กายเป็นบุญเกิดขึ้น แล้วก็จิตมีธรรมหล่อเลี้ยงจิต แม้ในปัจจุบันสืบต่อเนื่องไปวันข้างหน้า
โฆษณา