15 ม.ค. เวลา 09:20 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

“Lee Cronin’s The Mummy” เป็นส่วนผสมระหว่างหนังสยองขวัญและสืบสวน แบบ “Poltergeist” กับ “Se7en”

ขณะที่ตำนานมัมมี่ เคยถูกนำมาปรับแต่งและถ่ายทอดในหลายรูปแบบ แต่สำหรับ ลี โครนิน ที่เคยทำหน้าที่ปลุกชีพผีอมตะมาแล้วหนนึง เขาก็เตรียมขยับมาปลุกตำนานผีมัมมี่ ในหนังฉบับใหม่ของเขาอย่าง “Lee Cronin’s The Mummy” ก็ตัดสินใจจะหันกลับไปเน้น ในความขนพองสยองเกล้าของตำนานอันลึกลับของเทพอียิปต์ แต่ในวิถีที่แตกต่างและแปลกใหม่พอควร
โดยล่าสุด จากบทสัมภาษณ์ทาง IGN ด้านผู้กำกับฯ อย่าง ลี โครนิน จาก “Evil Dead Rise” ก็ได้พูดถึง “Lee Cronin’s The Mummy” ฉบับของเขาว่า เขาเองก็หลงใหลในความลึกลับดำมืดของตำนานเทพอียิปต์มาตั้งแต่เด็ก และอยากจะเล่าถึงความลับซ่อนเร้นที่อยู่ใต้ตำนานนั้น ก่อนจะนำมาซึ่งวิธีการนำเสนอตำนานมัมมี่ฉบับของเขา ว่ามันจะเป็นส่วนผสมที่ควบรวมกัน ระหว่างหนังขึ้นหิ้งสองเรื่องสองแนวอย่าง หนังสยองขวัญ “Poltergeist” และหนังสืบสวนอาชญากรรมแบบ “Se7en”
“อาจจะฟังดูยัดรวมมั่วไปหน่อย แต่หนังเรื่องนี้ มันเป็นส่วนผสมระหว่าง หนึ่งส่วนจาก ‘Poltergeist’ และอีกส่วนจาก ‘Seven’ แต่นำเสนอผ่านมุมมองของผม ด้วยวิธีที่ผมอยากจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม”
“โดยตัวหนังเองนั้นก็ลึกลับ เป็นเหมือนกล่องปริศนาที่ต้องไข ซึ่งเป็นส่วนที่ดึงความสนใจผม และสำหรับผม สิ่งที่ตื่นเต้นน่าสนใจ โดยเฉพาะตั้งแต่ตอนยังเด็ก เกี่ยวกับเรื่องราวของตำนานเทพอียิปต์ นั่นคือ ความลับที่มีอยู่จริงกับสิ่งต่าง ๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ทั้งหมดนั้น”
“ดังนั้น หนังที่ผมอยากสร้าง คือการสะท้อนถึงแนวคิดนั้น ที่ว่าด้วยความลับที่ถูกฝังลึกและสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่รู้จัก โดยหนังเรื่องนี้มาจากมุมมองที่ต่างออกไป ซึ่งมัน อาจไม่ใช่การตีความใหม่ของตำนานมัมมี่หรอก แต่มันชวนเพ่งมองยังที่มืดมิด และทำในอะไรที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เราเคยคิดว่ารู้จักอยู่แล้ว” โครนิน กล่าว
ทั้งนี้ แม้จะดูเป็นกลเม็ดที่ดูทะเยอทะยานจากสองแนวหนัง แต่ โครนิน ก็กล่าวว่า เขาได้รับอิทธิพลมาจากพวกหนังที่เขาได้ดูในวัยเด็ก อย่างหนังจากสตูดิโอ Amblin Entertainment เจ้าของผลงานแฟรนไชส์ “Poltergeist” หรือกระทั่ง “Gremlins” และหนังของสตีเวน สปีลเบิร์ก เขาจึงตัดสินใจ ดึงแนวหนังสยองขวัญ ที่ว่าด้วยเรื่องราวครอบครัว เข้ามาขมวดรวมกับแนวทางสืบสวนสุดมืดมนอย่าง “Se7en” ซึ่งน่าจะเป็นข้อแตกต่างจากฉบับก่อน ๆ ของหนังมัมมี่
“ผมเป็นติ่งหนังสตูฯ แอมบลิน เป็นแฟนหนังสปีลเบิร์กเลยก็ว่าได้ ผมได้รับอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงจากหนังพวกนั้น ดังนั้น เมื่อผมพูดถึง ‘Poltergeist’ ผมก็หมายถึง แง่มุมเรื่องราวภายในบ้าน และความอบอุ่นของการเป็นครอบครัว แต่เมื่อผมพูดถึง ‘Se7en’ ผมก็พูดถึงด้านที่มืดมนและการสืบสวนไขคดี รวมถึง ค้นหาความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้นั้น ซึ่งขณะที่ทั้งสององค์ประกอบนี้แทบจะไม่สอดรับกันเลย แต่ก็เป็นสองด้านที่ผมรักและพยายามจะนำมารวมกันในจุดศูนย์กลาง” โครนิน กล่าวเสริม
ซึ่งผลงานเรื่องก่อน ๆ ของโครนิน ทั้ง “The Hole in the Ground” กับ “Evil Dead Rise” ก็ล้วนมีแกนกลางเกี่ยวกับเรื่องราวน่าสยดสยองภายในครอบครัวทั้งสิ้น และสำหรับ “Lee Cronin’s The Mummy” ฉบับของเขาเอง มันก็เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยผู้คน ถูกดึงเข้าหาและแยกจากกัน ด้วยบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว โดยที่มันกำลังย่างกรายเข้ามาในโลกของพวกเขา
“ผมชื่นชอบที่จะได้ดูหนังขายฟอร์ม ที่นำพาคุณเข้าไปสู่โลกที่คุณรู้สึกคุ้นเคยมาโดยตลอด ซึ่งขณะที่ ‘Se7en’ ยอดเยี่ยมมากเพียงไหน แต่มันจะดีไม่ได้เลย หากไร้ซึ่งสองสามฉากของ กวินเน็ต พัลโทรว์ และ แบรด พิตต์ ไป แบบฉากกินข้าวเย็นเล็ก ๆ ที่พวกเขามีในหนังนั้น มันสำคัญมาก และด้วยความที่มันแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพยายามใช้ชีวิตอย่างปกติ ท่ามกลางเสียงรถไฟที่ดังอึกทึกอยู่ข้างนอกนั้นด้วย”
“และถึงแม้มันจะเป็นหนังที่คุณคิดว่า มันเต็มไปด้วยการสืบสวน อุดมไปด้วยเหตุการณ์บ้าบอและฉากเฉลยชวนช็อค แต่มันก็ถูกขับเคลื่อนด้วยความแข็งแกร่งจากความสัมพันธ์เหล่านั้น ว่าบ้านเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า ในการเชื่อมโยงเรื่องราวคุณกับบางสิ่ง ที่ทุกคนล้วนมีความเชื่อมโยงกับมัน”
“ดังนั้น การผสมผสานแนวลึกลับเข้ากับความสยองขวัญ ด้วยเรื่องราวครอบครัวที่เราหลงรัก เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมมากสุด” โครนิน กล่าวทิ้งท้าย
“Lee Cronin’s The Mummy” กำกับและเขียนบทโดย ลี โครนิน (“Evil Dead Rise”) นำแสดงโดย แจ็ค เรย์เนอร์, ลาญ่า คอสต้า, เมย์ คาลามาวี, นาตาลี เกรซ, เวโรนิก้า ฟัลโคน, เมย์ เอลเกอห์ตี้, ไชโล โมลิน่า, บิลลี รอย และ ฮายัต คามิลล์
“Lee Cronin’s The Mummy” วางกำหนดฉาย 16 เมษายน 2026
โฆษณา