15 ม.ค. เวลา 14:49 • ท่องเที่ยว

ล่องไปในญี่ปุ่น ตอนที่ 8 : มนต์เสน่ห์ เกียวโต ความสงบที่ซ่อนตัวในอารยธรรมโบราณ

เดินทางมาถึงตอนที่ 8 ของซีรีส์แล้วนะคะ วันนี้เราอยากเล่าเรื่องเมืองเกียวโต เมืองที่เราตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปถึง ก่อนจะเดินทางต่อไปงานประชุมที่โกเบ
เริ่มต้นการเดินทางหลังลงจากเครื่องที่ สนามบินคันไซ (Kansai Airport) เรามุ่งหน้าเข้าสู่เกียวโตด้วยรถไฟ JR Limited Express Haruka ขบวนที่หลายคนตกหลุมรักเพราะลวดลาย Hello Kitty แสนน่ารักบนตัวรถ การเดินทางเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา สะดวกและรวดเร็วมากค่ะ นั่งยาวๆ สบายๆ ไม่ต้องเปลี่ยนสายให้วุ่นวาย ค่าเดินทางจะอยู่ที่ 3,590 เยน ใช้เวลา ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ
เราพักที่โรงแรม APA Hotel Kyoto ซึ่งใกล้สถานีมาก เดินไม่ถึง 300 เมตรก็ถึงแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นเราตั้งใจไป 'วัดน้ำใส' (Kiyomizu-dera) ด้วยความที่กลัวคนเยอะ เราเลยตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้าค่ะ แม้วันนี้จะมีฝนพรำๆ แต่การเดินทางก็สะดวกสบายมาก สามารถนั่งบัส แค่ใช้บัตร IC Card แตะขึ้นรถบัสหน้าสถานีรถไฟได้เลย
เราเริ่มปักหมุดเดินจาก 'วัดโฮคันจิ' เพื่อชมเจดีย์ไม้ห้าชั้นท่ามกลางเมืองเก่าที่ยังหลับใหล เดินลัดเลาะย่านนิเนซากะไปประมาณ 1-2 กิโลเมตรจนถึงวัดน้ำใส ซึ่งช่วงเช้าที่ร้านค้ายังไม่เปิดแบบนี้ ทำให้เราได้ภาพความประทับใจที่เงียบสงบจริงๆ ค่ะ
ภายในวัดมีร้านอาหารเล็กๆ เราแวะชิมอุด้งร้อนๆ เข้ากับบรรยากาศหนาวๆ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้ดีมาก
ขากลับเราเดินลงมาในจังหวะที่ร้านค้าเริ่มเปิดพอดี เลยได้โอกาสแวะซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่าง 'ยัตสึฮาชิ' (Yatsuhashi) ค่ะ ขนมแผ่นแป้งสามเหลี่ยมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าชั้นดี ซึ่งข้าวเหล่านี้ถูกปลูกอย่างประณีตในเขตเกษตรกรรมรอบๆ เกียวโตที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดของน้ำและดิน นำมานึ่งจนเหนียวนุ่มหอมกลิ่นอบเชย เป็นรสสัมผัสที่ส่งต่อวัฒนธรรมเกียวโตมาหลายร้อยปีเลยค่ะ
และที่ไม่พลาดเลยคือร้านชาเขียวมัจฉะ Gokago ที่เราชอบมากเป็นพิเศษ ด้วยความนักวิจัย เราก็สงสัยว่ามันมีสารอะไรอยู่บ้างนะ
คุ้นๆแหละว่ามีประโยชน์ แต่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไปค้นมาให้ค่ะว่ามันมีสาร EGCG และ L-theanine ที่ซ่อนอยู่ในใบชาค่ะ สารเหล่านี้ช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้สมองผ่อนคลายและยังทำให้มีสมาธิ เขียนงานได้ลื่นไหล การดื่มมัจฉะคุณภาพดีทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม (1-2 แก้ว) ถือเป็นรางวัลที่ดีของร่างกายเลยค่ะ แต่ต้องระวังอย่าดื่มตอนท้องว่างหรือดื่มมากเกินไปนะคะ เพราะคาเฟอีนและแทนนินอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ค่ะ เราติดใจรสชาติมากจนต้องซื้อกลับมามาชงที่บ้านเลย รสชาติเหมือนทานที่ร้านเลย🍵
เราเดินต่อไปที่ศาลเจ้ายาซากะเพื่อขอพร และเดินยาวต่อไปยังย่าน Gion หรือถนนเกอิชา บรรยากาศที่นี่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยก่อนเลยค่ะ มีถนนเล็กๆ มีคลอง ตัดผ่าน เดินไปเรื่อยจนไปเจอแม่น้ำคามุ
พอข้ามฝั่งไปก็จะเจอห้างและย่านที่ขายของอนิเมะเยอะแยะเลย เราเดินจนไปเจอร้านซูชิโร่ร้านประจำ นั่งกินซูชิแซลมอนเบิร์นของโปรดพลางคิดไปว่า... เมืองที่ดูวุ่นวายและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแบบนี้ กลับมีเสน่ห์และความสงบในตัวเองได้อย่างน่าประหลาด อาจเป็นเพราะผู้คนที่นี่ต่างมีมารยาทและใช้เสียงกันเบามาก นี่แหละค่ะคือมนต์เสน่ห์ของเกียวโตที่ทำให้เราสัญญาว่าจะกลับมาอีกแน่นอน
โดยสรุปบรรยากาศของเกียวโตสำหรับเราคือความเงียบสงบท่ามกลางผู้คนที่วุ่นวาย เป็นเมืองที่สัมผัสได้ถึงอารยธรรมและวัฒนธรรมเก่าแก่ แม้วันที่ไปจะมีฝนพรำลงมาบ้าง แต่กลิ่นดินและละอองฝนกลับยิ่งขับให้เมืองไม้โบราณแห่งนี้ดูขรึมขลังและสวยงามขึ้นไปอีกแบบค่ะ
📍 สรุปการเดินทางและค่าใช้จ่าย (Kyoto Day 1)
• การเดินทางจากสนามบินคันไซ (KIX): นั่งรถไฟ JR Limited Express Haruka ยาวไปลงสถานีเกียวโต ราคา 3,590 เยน (ข้อมูลปี 2025)
• การเดินทางไปวัดน้ำใส: นั่งรถบัสหน้าสถานีรถไฟเกียวโต ใช้บัตร IC Card แตะจ่ายได้เลย ประมาณ 230 เยนต่อรอบ แบบเหมาๆ
• ค่าเข้าวัดน้ำใส: ประมาณ 500 เยน
• พิกัดเริ่มต้นเดินชมเมืองเก่า: วัดโฮคันจิ (Hokan-ji) เดินต่อไปนิเนซากะ และวัดน้ำใส
• ร้านชาเขียวแนะนำ: ร้าน Gokago (มัจฉะคุณภาพสูง)
• ขนมที่ห้ามพลาด: ยัตสึฮาชิ (Nama Yatsuhashi) ขนมแป้งข้าวเจ้านึ่งไส้ถั่วแดง
📍 ที่พัก: APA Hotel Kyoto Station (ห่างสถานี ~300 เมตร)
• พิกัดโรงแรม: https://maps.app.goo.gl/WJfQ3VysouN5N9FMA?g_st=ic
#Kyoto #Japan #Matcha
โฆษณา