16 ม.ค. เวลา 15:54 • ประวัติศาสตร์
มหาสมุทรแอตแลนติก

การค้าทาสข้ามแอตแลนติก: บทเรียนด้านมืดที่โลกไม่ควรลืม

การค้าทาสข้ามแอตแลนติก (Transatlantic Slave Trade) คือระบบการค้ามนุษย์ที่ดำเนินยาวนานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15–19 และคร่าชีวิตผู้คนหลายล้านคน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก แต่เป็นโศกนาฏกรรมด้านสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ
จุดเริ่มต้นของระบบทาสสมัยใหม่
เมื่อชาติมหาอำนาจยุโรป เช่น โปรตุเกส สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส เข้ายึดครองดินแดนในทวีปอเมริกา พวกเขาต้องการแรงงานจำนวนมหาศาลสำหรับไร่อ้อย ฝ้าย ยาสูบ และเหมืองแร่
แต่ชนพื้นเมืองอเมริกันเสียชีวิตจำนวนมากจากโรคที่ชาวยุโรปนำมา ทำให้เกิดการหันไปหา “แรงงานจากแอฟริกา”
จึงเกิดเครือข่ายการค้าที่เรียกว่า เส้นทางสามเหลี่ยมการค้า (Triangular Trade)
ยุโรป → แอฟริกา: นำอาวุธ ผ้า เหล้า ไปแลกเปลี่ยนมนุษย์
แอฟริกา → อเมริกา: ขนส่งทาสข้ามมหาสมุทร
อเมริกา → ยุโรป: ส่งน้ำตาล ฝ้าย กาแฟ ยาสูบ กลับไปขาย
การจับกุมและพรากจากบ้านเกิด
ผู้คนจำนวนมากไม่ได้ “สมัครใจ” แต่ถูก
ลักพาตัวจากหมู่บ้าน
ถูกจับในสงครามระหว่างเผ่า
ถูกขายโดยพ่อค้าท้องถิ่นที่ร่วมมือกับชาวยุโรป
ครอบครัวถูกแยกออกจากกันทันที เด็กถูกพรากจากพ่อแม่ คู่รักไม่ได้พบกันอีกตลอดชีวิต มนุษย์ถูกตีตราด้วยเหล็กร้อนเหมือนสินค้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
Middle Passage: นรกกลางมหาสมุทร
การเดินทางข้ามแอตแลนติกคือช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุด
ผู้คนถูกล่ามโซ่เรียงซ้อนในท้องเรือแคบ ๆ
แทบไม่มีอากาศหายใจ
โรคระบาดเกิดง่าย ทั้งบิด ไข้ทรพิษ อหิวาต์
ผู้ที่ป่วยหนักมักถูกโยนทิ้งลงทะเล
นักประวัติศาสตร์ประเมินว่า
มีคนอย่างน้อย 12–15 ล้านคน ถูกส่งข้ามมหาสมุทร
และราว 1 ใน 5 เสียชีวิตระหว่างทาง
ชีวิตหลังถูกขาย
เมื่อถึงอเมริกา ทาสจะถูกนำขึ้นประมูลราวกับสิ่งของ
ทำงานวันละ 14–18 ชั่วโมง
ถูกเฆี่ยนตีและลงโทษอย่างโหดเหี้ยม
ห้ามเรียนหนังสือ ห้ามนับถือศาสนาของตน
ลูกที่เกิดมาก็กลายเป็นทาสโดยอัตโนมัติ
ความมั่งคั่งของยุโรปและอเมริกาจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำตาลและฝ้าย ถูกสร้างขึ้นบนแรงงานบังคับเหล่านี้
การลุกขึ้นต่อต้าน
แม้ถูกกดขี่ ทาสจำนวนมากไม่ยอมจำนน
เกิดการกบฏบนเรือ เช่น คดีเรือ Amistad (1839)
การหลบหนีไปตั้งชุมชนอิสระที่เรียกว่า Maroon
เครือข่ายช่วยเหลือทาสในสหรัฐที่รู้จักในชื่อ Underground Railroad
นำโดยบุคคลสำคัญอย่าง แฮเรียต ทับแมน
การยกเลิกทาส
กระแสต่อต้านค่อย ๆ เติบโต
อังกฤษยกเลิกการค้าทาส ค.ศ.1807
สหรัฐอเมริกายกเลิกทาส ค.ศ.1865 หลังสงครามกลางเมือง
บราซิลเป็นประเทศสุดท้ายในทวีปอเมริกาที่ยกเลิกทาส ค.ศ.1888
อย่างไรก็ตาม การเหยียดผิวและความไม่เท่าเทียมยังคงดำเนินต่ออีกยาวนาน
มรดกที่หลงเหลือถึงปัจจุบัน
ผลกระทบของการค้าทาสไม่ได้จบลงเมื่อมีการประกาศเลิกทาส แต่ยังปรากฏใน
ความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ
การกดทับทางสังคมและเศรษฐกิจ
วัฒนธรรมแอฟริกัน–อเมริกัน เช่น แจ๊ส บลูส์ ฮิปฮอป
การเรียกร้อง “reparations” หรือการชดใช้ทางประวัติศาสตร์

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา