Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เงาศิลา
•
ติดตาม
17 ม.ค. เวลา 05:36 • นิยาย เรื่องสั้น
EP39 : รอยจารึกใต้เงาพระวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๐
บทที่ ๓๙: แสงเทียนบังเงา และถ้อยแถลงในศาลา
พุทธศักราช ๒๕๐๔... วัดป่าใหญ่ (วัดมหาวนาราม) จังหวัดอุบลราชธานี
กลิ่นธูปควันเทียนที่อบอวลปนเปกับกลิ่นน้ำมันยางโชยมาตามลมร้อนของบ่ายวันโกน เสียงฆ้องชัยแผดกังวานสลับกับเสียงพูดคุยของชาวบ้านที่คลาคล่ำอยู่กลางลานวัด
"แก้วใจ" เดินอยู่ในท่ามกลางฝูงชนด้วยสติที่พร่าเลือน ดวงตาของเธอร้อนผ่าวและแห้งผากจากการควงเวรต่อเนื่องกว่า ๔๘ ชั่วโมง ขอบตาคล้ำลงจนเห็นได้ชัด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในม่านหมอกที่มีเสียงสวดมนต์และเสียงหัวเราะของชาวบ้านเป็นพื้นหลัง
ที่ลานด้านล่าง ชาวบ้านและเหล่าพยาบาลรุ่นน้องกำลังช่วยกันหล่อเทียนพรรษาเล่มยักษ์ กลิ่นขี้ผึ้งร้อนๆ ที่ถูกเคี่ยวในกระทะใบบัวส่งกลิ่นหอมเอียนๆ คละคลุ้ง แสงแดดสะท้อนหยาดเหงื่อบนใบหน้าของผู้คนจนดูเลื่อมพราย
บันไดแห่งอำนาจ... และการทูตในศาลา...
เมื่อก้าวขึ้นสู่ ศาลาใหญ่ บรรยากาศกลับเปลี่ยนไป เสียงเซ็งแซ่จากลานวัดถูกกรองเหลือเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนติ้วและเสียงกระซิบกระซาบอันทรงพลัง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์นั่งประจันหน้าอยู่กับ "กำนันโต" ผู้มีอิทธิพลกว้างขวางที่สุดในลุ่มน้ำมูล ชายที่มีบารมีจนแม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งนั่งสนทนาอยู่กับพระผู้ใหญ่ในมุมสูงยังต้องเกรงใจ
ผอ.รพ. สบตาแก้วใจแล้วกวักมือเรียก พลางขยับเข้าไปใกล้กำนันเพื่อจะเจรจาเรื่องการบริจาคเครื่องมือแพทย์ครั้งใหญ่ ผอ. ต้องโน้มตัวลงมาหาแก้วใจเกือบชิดหูเพื่อให้เสียงแข่งกับเสียงมโหรีข้างล่างได้
"แก้วใจ... หัวหน้า ER เขาไม่มา ผมเลยต้องพึ่งคุณ" ผอ. เอ่ยเสียงเครียด "กำนันท่านอยากทราบว่าตอนนี้ที่ตึกฉุกเฉินเราขาดแคลนอะไรหนักที่สุด ท่านจะช่วยสงเคราะห์โรงพยาบาลเรา"
แก้วใจพยายามรวบรวมสติที่เบลอจนเกือบจะหลุดลอย ตอบด้วยศัพท์แสงการแพทย์
"เรียนท่านกำนันค่ะ... ตอนนี้เราขาด 'เครื่องดูดเสมหะและหนอง' (Suction) ชนิดเท้าเหยียบ และ 'หน้ากากดมยาสลบ' (Ether Mask) รุ่นใหม่ค่ะ คนไข้ที่ส่งมาจากเขตประทับชายแดนมีบาดแผลฉกรรจ์เยอะจนเราทำความสะอาดเครื่องมือไม่ทันจริงๆ ค่ะ"
ความจริงในรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว...
ขณะที่กำนันโตพยักหน้าช้าๆ พลางรินน้ำชา สายตาของแก้วใจก็เหลือบไปเห็น "ร้อยตำรวจเอก" เจ้าของคดีฆาตกรรมพ่อแม่ของเธอ ยืนคุยอยู่กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่ไม่ไกล ความอ่อนเพลียหายไปชั่วขณะ เธอรีบปลีกตัวเข้าไปหาเขาด้วยความหวังที่ยังมีไฟสุมขอน
"ผู้กองคะ... คดีของพ่อกับแม่ดิฉัน มีอะไรคืบหน้าบ้างไหมคะ?" แก้วใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเว้าวอน
นายตำรวจหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไม่ได้ฉายความว่างเปล่าเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับมีความอึดอัดและลุกลี้ลุกลนแปลกๆ เขาหลบสายตาเธอ มองไปทางกำนันโตที มองไปทางผู้ว่าฯ ที ท่าทางของเขาดูประหม่าราวกับกำลังแบกความลับที่หนักอึ้งไว้บนบ่า
"หมอแก้ว... กลับไปทำงานเถอะ อย่าถามเรื่องนี้ในงานบุญเลย" เขาตอบเสียงเบา พลางขยับถอยห่าง ท่าทางเขาราวกับว่าเขารู้คำตอบอยู่แล้วว่า 'ใคร' คือคนลั่นไก แต่ปากของเขานั้นถูกเย็บปิดด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น
แก้วใจนิ่งอึ้ง... ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ท่าทางหลบตาของตำรวจคนนั้นมันบอกทุกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าคำให้การใดๆ ฆาตกรไม่ได้หายไปไหน แต่อาจจะนั่งอยู่ในศาลานี้ หรืออาจจะเป็นคนที่กำลังบริจาคเครื่องมือแพทย์ให้เธอก็เป็นได้
แสงเทียนที่มืดมิด...
แก้วใจเดินลงจากศาลาใหญ่ผ่านลานหล่อเทียนที่ร้อนระอุ กลิ่นขี้ผึ้งยังคงติดจมูก... แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับได้กลิ่นดินปืนและคาวเลือด ความยุติธรรมในแผ่นดินนี้ดูเหมือนเทียนที่กำลังถูกหลอมละลายจนเสียรูปทรง
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมดตัวเล็กๆ ที่เดินอยู่บนกระดานหมากของยักษ์ใหญ่ รอยจารึกใต้เงาพระวิหารในยามนี้ คือความสัตย์ซื่อของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยกงล้อแห่งบารมีและความฉ้อฉล
เสียงสวดมนต์อาจจะขับกล่อมให้คนลืมบาป แต่รอยยิ้มของนายตำรวจที่หลบตากลับตอกย้ำแผลเป็นในใจของแก้วใจให้ลึกกว่าเดิม
เธอเริ่มตระหนักว่า 'ความจริง' มีอยู่ทุกที่ แต่ 'ความยุติธรรม' กลับถูกซ่อนไว้ใต้พรมสีแดงของศาลาวัดป่าใหญ่ แสงแดดยามบ่ายที่อุบลราชธานีดูแห้งแล้งและโหดร้าย...
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รอยจารึกใต้เงาพระวิหาร พ.ศ.2500
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย