17 ม.ค. เวลา 11:25 • นิยาย เรื่องสั้น

EP40 : รอยจารึกใต้เงาพระวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๐

บทที่ ๔๐: เสียงติ๊กของความตาย และสมการที่ถูกบิดเบือน
พุทธศักราช ๒๕๐๔... แอ่งลำปางร้อนราวกับจะระเบิด
ดวงตะวันเพิ่งพ้นขอบฟ้าได้ไม่นาน แต่ไอแดดก็เริ่มแผดเผาจนท้องฟ้าเหนือเหมืองแม่เมาะกลายเป็นสีฟ้าจัดจนดูไร้ชีวิต
"น่าน" ยืนอยู่ริมขอบบ่อเหมืองขนาดใหญ่ ลมร้อนหอบเอาฝุ่นลิกไนต์สีดำฟุ้งกระจายจนกลิ่นกำมะถันฉุนกึกติดอยู่ที่โคนลิ้น เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีขี้ม้าแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก กางเกงเวสปอยท์เปื้อนคราบดินเทาดำ และรองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้ง
เขาแบกเครื่อง Geiger Counter หนักเกือบ ๔ กิโลกรัมสะพายพาดบ่า น่านปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาจนแสบพร่า สบตากับเจ้าหน้าที่ USOM ที่ยืนอยู่บนขอบเหวอย่างนิ่งสงบ
"ไปได้แล้วน่าน... เราต้องการคำตอบก่อนเที่ยง"
บรรยากาศกดดันในหุบเหว (The Arena)
น่านแบกเครื่องวัดรังสีเดินลึกลงไปในก้นบ่อเหมืองที่ลึกชัน เสียงเครื่องจักรขุดเจาะข้างบนดังสนั่นคล้ายเสียงสัตว์ร้ายที่กำลังกรีดร้อง แต่ที่นี่เบื้องล่างกลับมีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาย่ำลงบนดินแห้งแตกระแหง สลับกับเสียงจักจั่นในป่าผลัดใบที่แห้งตายรอบเหมืองซึ่งร้องระงมจนแสบแก้วหู เขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นเจ้าหน้าที่ USOM ยืนถือกล้องทางไกลจ้องมองเขามาจากที่สูง เหมือนนกแร้งที่รอเข็มวัดกระดิก
เสียงเตือนจากนรก (The Contact)
น่านสวมหูฟัง เสียง ติ๊ก... ติ๊ก... สม่ำเสมอจากรังสีพื้นฐานทำให้เขาเกร็งจนปวดสันหลัง เหงื่อซึมจนแว่นตากรอบดำไหลลงมาอยู่ที่ดั้งจมูก ทันทีที่เขาเดินเข้าสู่โซนเปิดหน้าดินใหม่และกวาดโพรบไปยังชั้นดินเหนียวสีดำ...
เสียงในหูฟังเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องรัวๆ ราวกับเสียงไซเรน! เข็มบนหน้าปัดสะพายข้างกระชากวูบไปที่เขตสีแดงจัด นี่คือ "Mother Lode" ขุมทรัพย์ยูเรเนียมที่อเมริกาต้องการ น่านสะกดอารมณ์ให้มิ่งที่สุด เขาใช้ความรู้เรื่อง "ความชื้นดิน" (Soil Moisture) มาเป็นอาวุธ เขารีบเหยียบโคลนแฉะที่ขังอยู่ก้นบ่อเข้าไปพอกที่หัวโพรบหนาเตอะเพื่อบดบังสัญญาณ (Shielding)
การส่งมอบรายงานที่ชี้ชะตา (The Conclusion)
เมื่อเจ้าหน้าที่ USOM เดินลงมาตรวจดูหน้าปัดเข็มที่นิ่งสนิทและมองตัวเลขในสมุดที่น่านจดไว้ว่า "ไม่คุ้มทุน" ท่ามกลางแดดเที่ยงที่แผดเผา น่านสบตาเจ้าหน้าที่อย่างนิ่งที่สุด
"มันมีรังสีครับ...แต่มันกระจัดกระจาย ไม่ต่อเนื่อง ปริมาณสำรองไม่มากพอสำหรับการทำเหมืองยุทธศาสตร์หรอกครับ"
ฝรั่งจ้องตาน่านเนิ่นนาน ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย "งั้นก็ถือว่าไพรโชคดีไป... กลับขึ้นไปได้แล้วน่าน"
หมากลวงใต้แว่นเรย์แบน (The Twist)
น่านเดินกลับขึ้นจากเหมืองด้วยเข่าที่อ่อนแรง เขาปิดสวิตช์เครื่อง Geiger Counter และมองดูรถแม็คโครที่กำลังเท "ดินตาย" ทับพิกัดจริงที่เขารู้คนเดียวทิ้งไปเสีย
ห่างออกไปบนเนินสูง "พี่ไพร" ยืนพิงรถจี๊ปอย่างสง่างาม เขาสวมแว่นกันแดดเรย์แบนสีดำสนิทที่บดบังแววตาซับซ้อน ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งปะทะลมร้อน พี่ไพรอมยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขามองดูน่านที่เดินสะโหลสะเหลขึ้นมาด้วยความเอ็นดู
ในใจของพี่ไพรคิดว่าหมากกระดานนี้เขาเดินได้เหนือชั้นกว่าใคร... เขาไม่ได้เป็นตัวประกันของ USOM เลยสักนิด เรื่องที่เจ้าหน้าที่ขู่น่านว่าไพรต้องแลกด้วยชีวิตนั้นเป็นเพียง "ละคร" ที่พี่ไพรเตี้ยมกับ USOM เพื่อบีบให้น่านทุ่มเททำงานให้ และเขาก็เชื่อสนิทใจว่าที่น่านยอมบิดเบือนค่ารังสีและฝังขุมทรัพย์นั้นทิ้งไป ก็เพราะน่าน "ห่วง" ชีวิตพี่ชายคนนี้จนยอมทรยศนายจ้างฝรั่ง
"น่านเอ๊ย น่าน... มึงนี่มันรักพี่จริงๆ" ไพรพึมพำกับควันบุหรี่
ความสัตย์ซื่อที่แท้จริง (The Hidden Truth)
ทว่า... ภายใต้แว่นสายตาที่พร่ามัวด้วยหยาดเหงื่อ น่านลอบสัมผัส "สมุดบันทึกเล่มจิ๋ว" ที่ซ่อนอยู่ในตะเข็บกางเกงเวสปอยท์หนา
น่านไม่ได้ทำเพื่อรักษาชีวิตพี่ไพรที่หลอกลวงเขามาตลอดชีวิต และไม่ได้ทำเพื่อรับใช้อเมริกา
เขาแอบจดพิกัดที่แท้จริงของสายแร่ไว้ด้วยรหัสส่วนตัวที่อ้างอิงกับพิกัดดาราศาสตร์ที่เขาเคยคุยกับฟ้า... น่านเลือกที่จะ "ฝัง" ความลับนี้ไว้กับตัวเพียงคนเดียว เพื่อรอวันที่แผ่นดินไทยจะแข็งแกร่งพอที่จะขุดมันขึ้นมาใช้ด้วยมือของคนไทยเอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจลวงตาจากใคร
น่านมองผ่านพี่ไพรไปทางทิศตะวันออก... ทิศที่ตั้งของท่าพระจันทร์ พลางคิดในใจ
'พี่ไพรหลอกคนได้ทั้งป่า... แต่พี่หลอกคนที่เคยเห็นดินตายมากับตาอย่างผมไม่ได้หรอก'
พี่ไพรยิ้มให้กับความเหนือชั้นที่เขามโนขึ้นเอง ขณะที่น่านแบกความสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินที่หนักยิ่งกว่าเครื่องวัดรังสีออกจากบ่อเหมือง รอยจารึกใต้เงาพระวิหารในยามนี้ คือการซ้อนแผนที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าชั้นดินแม่เมาะ... ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกซ่อนไว้ในตะเข็บกางเกงของนิสิตเกษตรตัวเล็กๆ ผู้ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์พลังงานของชาติอย่างเงียบเชียบ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา