ถ้าให้เราลองนึกชื่อมหาเศรษฐีสายเทคโนโลยีขึ้นมาสักคน สองคน ชื่อแรกๆ ที่แวบเข้ามาในหัวคงหนีไม่พ้น Bill Gates แห่ง Microsoft หรือ Jeff Bezos แห่ง Amazon ไปจนถึง Mark Zuckerberg แห่ง Facebook
เรื่องราวของเขาเริ่มต้นที่เมือง Detroit ในปี 1956 เขาเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่มีคุณพ่อเป็นผู้อพยพชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการทั่วไปอยู่ที่บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Ford
ผลงานชิ้นโบแดงในช่วงนี้คือการผลักดัน .NET Framework ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมบน Windows ทำให้ Microsoft ครองความเป็นเจ้าตลาดได้อย่างเหนียวแน่น
กราฟชีวิตของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 1998 เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานบริษัท เป็นรองเพียงแค่ Bill Gates คนเดียวเท่านั้น
และเมื่อถึงวันที่ Bill Gates ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ในปี 2000 เพื่อไปโฟกัสกับมูลนิธิการกุศล ไม้ต่อจึงถูกส่งให้กับเพื่อนคู่คิดอย่าง Steve Ballmer
ช่วงเวลาที่ Ballmer นั่งเก้าอี้ CEO นับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Microsoft
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า Ballmer เป็น CEO ที่ "ไม่เอาไหน" โดยมักจะหยิบยกเอาราคาหุ้นของ Microsoft มาเป็นตัวชี้วัด เพราะตลอด 14 ปีที่เขาบริหาร ราคาหุ้นแทบจะไม่ขยับไปไหนเลย
เขาคือคนที่กล้าผลักดันให้ Microsoft กระโดดเข้าสู่สมรภูมิฮาร์ดแวร์ด้วยการสร้าง Xbox ทั้งที่ผู้บริหารหลายคนคัดค้านหัวชนฝาว่าบริษัทซอฟต์แวร์ไม่ควรทำเครื่องเกม
แต่ Ballmer ยืนกรานที่จะทำ และในปัจจุบัน Xbox ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ทำรายได้มหาศาลและสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นให้กับบริษัท
นอกจากนี้ ในปี 2010 ภายใต้การนำของเขา Microsoft ได้เปิดตัว Azure บริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคปัจจุบัน
ความรักและความภักดีที่ Ballmer มีต่อ Microsoft นั้นเป็นเรื่องที่เล่าขานกันไม่จบ ครั้งหนึ่งเขาถึงกับออกกฎห้ามทีมงานและนักกีฬาในทีม LA Clippers ใช้อุปกรณ์ของ Apple