เมื่อวาน เวลา 04:46 • ความคิดเห็น
เราอาศัยในบ้านหลังนี้ ที่พ่อแม่ให้มา มันมืดมิด เหมือนอยู่ในถ้ำ ถูกปิดหูปิดตา ตั้งแต่เกิด ต้องมาเรียนรู้ จดจำเรื่องราวรอบกาย ก็จดจำมาเรื่อย พอกายเจ็บก็ร้อง. เรียกร้อง ให้ช่วย .ถูกตี .ก็ร้องครวญคราง . รู้แต่ว่ามันเจ็บ ก็ไม่รู้ว่า ที่ร้องว่าเจ็บ ร้องโอ้ย.มันมาจากไหน มีผู้บอกว่า ที่ร้องโอ้ย นั่นคือจิต .ค่อ ตัวตนของเราที่อาศัยอยู่ในถ้ำมืดมิด
วันหนึ่ง. ก็มีพระท่านเมตตา เอาไม้ขีดมาจุด ไส้เที่ยน ท่านบอกว่า ไส้เทียนก็คือจิต กายนั้นเป็นต้นเทียน ท่านเอาไม่ขีดไฟมาจุดให้ .ให้ไส้เทียนถูกจุดขึ้นมา เราก็ได้อาศัยแสงไฟที่จุกขึ้น มาส่องดูต้นเที่นน ที่มันก็ค่อยๆ ละลายไแตามกาลเวลา ไส้เทียนที่ถูกจุด ก็ได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ที่เค้าว่า รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ อารมณ์ที่ปรุงแต่งกาย
. เราก็อาศัยไม้ขีดที่มีผู้มาจุดให้ ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า เรียนรู้จักมีสติสัมปชัญญะ รับรู้สิ่งไหลมา เกิดดับๆ ให้จิตค่อยๆโตขึ้น ด้วยเหตุผลของธรรม มีปัญญาผธรรม ที่ช่วยเหลือแก้ไข อุปสรรคที่เกิดขึ้น ที่ว่า ละทุกข์ ไปหาสุข .สุขของจิต .เรียนรู้ เข้าใจ ในคำว่า ธรรม.ที่พระท่านจุดให้
หากไม่เจอะเจอพระ เจอคำสอนดีๆ เราไม่มาฝึกหัด ใคร่ครวญ พิจารณา เหตุผล ชั่ว.นำพาไปทางไหน ที่ว่า ดี ดีของธรรม นำพาไปไหน .จิตเราก็คงเหมือนวัวควายที่ถูกเค้าสนตะพาย ด้วยอารมณ์โลภโกรธหลงจูงจมูกพาไป ต้องเหนือยกายเหนื่อยจิต สลัดเชือกที่สนตะพายไม่ได้เลย
แล้วก็มีเรื่องราวท่านพระ ท่านแนะนำ เรื่อวการรวบรวมจิตให้เป็นหนึ่ง เค้าทำไปเพื่ออะไรกัน .นั่นเป็นเรื่องราวที่เค้าบอกหนทางให้ ฝึกหัดภาวนา ไม่ต้องนึกคิดอะไร ภาวนาพุทโธสองคำง่ายๆ ให้จิตอยู่กับพระ จะได่ไม่ถูกอารมณ์กรรมสนตะพาย .ฝึกหัดยืนเดินนั่งนอน ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไรเลย .
เมื่อทำได้ รวบรวมจิตให้เป็นหนึ่ง .เราก็ได้เรียนรู้จักกรรม ที่เราสะสมสร้างมาเอง. เมื่อรวบรวมจิตให้เป็นหนึ่งได้ . มันก็เหมือนจิตนี้อาศัยกาย แต่ไม่มีกายปรากฏ เหมือนกายนี้หายไป . เราก็จะเริ่มรู้จัก ..คำว่า จิต.ที่อาศัยกายนี้อยู่ชัดเจนขึ้น .จิตที่รวบรวมเก็นหนึ่งได้ มีแสงสว่าง เกิดขึ้น เราก็ใช้แสงนั้นมาส่อง ภายในกายที่จิตนั้นอาศัย มีสิ่งไม่ดี เราก็ขนออกไปทิ้ง .ขนไปทิ้งเรืรอยไป .สิ่งสกปรก รกรุงรัง ก็สะอาดสะอ้าน ..จ้ตอาศัยในกาย ก็มีความสุข .
โฆษณา