Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
น้องสมองมีขน
•
ติดตาม
25 ม.ค. เวลา 03:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ยุทธศาสตร์อากาศยาน: การเจาะทะลวง (Penetrating) และการโจมตีระยะไกล (Stand-off)
1. หัวใจของยุทธศาสตร์การทำลายพื้นที่ปลอดภัย (Sanctuary Denial)
ในมิติของยุทธศาสตร์ทหาร "พื้นที่ปลอดภัย" (Sanctuary) คือชัยภูมิที่ศัตรูใช้สำหรับสะสมทรัพยากร ผลิตอาวุธ ฝึกกำลังพลสำรอง และวางแผนปฏิบัติการโดยปราศจากการรบกวน หากฝ่ายเราไม่สามารถทำลายพื้นที่เหล่านี้ได้ สงครามจะกลายเป็นการต่อสู้แบบ "Force-on-force attrition" หรือการรบแบบกินเลือดกินเนื้อที่ยืดเยื้อและสูญเสียมหาศาล ดังที่ปรากฏในความขัดแย้งปัจจุบันที่ฝ่ายรุกมีพื้นที่ปลอดภัยหลังแนวรบ ทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางยุทธศาสตร์
กลยุทธ์ "Deny Sanctuary" (การปฏิเสธพื้นที่ปลอดภัย) คือขีดความสามารถในการทำให้ศัตรูตระหนักว่า "ไม่มีตารางนิ้วใดที่ปลอดภัยจากการโจมตี" เป้าหมายคือการเข้าถึงจุดศูนย์ดุล (Centers of Gravity) ของศัตรูเพื่ออัมพาตความสามารถในการทำสงครามตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงแค่การตั้งรับอยู่ที่แนวหน้าเท่านั้น
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำลายพื้นที่ปลอดภัยในสมรภูมิที่มีความซับซ้อนสูง กองทัพอากาศจึงต้องมีโครงสร้างกำลังรบที่ประสานกันระหว่างอากาศยานสองประเภทหลัก คือแบบเจาะทะลวงและแบบระยะไกล
2. อากาศยานแบบเจาะทะลวง (Penetrating Airpower): ดาบสั้นที่มองไม่เห็น
อากาศยานประเภทนี้คือรากฐานสำคัญในการเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่มีขีดความสามารถทัดเทียมกัน (Peer Competitors) โดยถูกออกแบบมาเพื่อบุกเข้าสู่พื้นที่หวงห้ามที่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศหนาแน่น (Integrated Air Defense Systems)
อากาศยานหลัก: B-21 Raider, B-2 Spirit, F-35A Lightning II และ F-47 NGAD (Next Generation Air Dominance)
3 คุณลักษณะเด่นที่ต้องมีเพื่อชัยชนะในพื้นที่ป้องกันหนาแน่น:
* Next-Generation Stealth: การใช้รูปทรง Flying Wing และวัสดุเคลือบผิวดูดซับเรดาร์แบบ All-aspect/Broadband เพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจจับของเรดาร์ทุกย่านความถี่ ไม่ใช่เพียงแค่เรดาร์ควบคุมการยิงเท่านั้น
* ขีดความสามารถในการบรรทุกอาวุธหนัก (Massive Payload): ความได้เปรียบที่สำคัญคือการใช้ระเบิดขนาดใหญ่ที่อาวุธระยะไกลทำไม่ได้ เช่น GBU-72/B (5,000 ปอนด์) และ GBU-57A/B (MOP) (30,000 ปอนด์) ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วใน Operation Midnight Hammer ที่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
* ความอยู่รอดจากการตัดสินใจของนักบิน: การมีมนุษย์ควบคุมในพื้นที่ (In-cockpit) ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายที่มีการเคลื่อนไหว (Dynamic Targets) และลดการพึ่งพาระบบสื่อสารทางไกลที่อาจถูกรบกวน
นัยสำคัญทางยุทธวิธี: แม้จะทรงพลัง แต่เครื่องบินขับไล่เช่น F-35A มีข้อจำกัดเรื่อง ระยะปฏิบัติการแบบไม่เติมน้ำมัน (Unrefueled Radius) ที่น้อยกว่า 700 ไมล์ทะเล ซึ่งในสมรภูมิแปซิฟิกที่กว้างใหญ่ ความพ่ายแพ้อาจเกิดขึ้นได้หากไม่มี "สะพานเครื่องบินเติมน้ำมัน" (Tanker Bridge) ที่ปลอดภัย หรือไม่มีเครื่องบินที่มีพิสัยบินไกลกว่าอย่าง B-21 และ F-47
3. อากาศยานแบบระยะไกล (Stand-off Airpower): หอกยาวจากแนวหลัง
อากาศยานแบบ Stand-off เปรียบเสมือนคลังอาวุธลอยฟ้าที่เน้นการปล่อยอาวุธจากนอกรัศมีการยิงของศัตรู เพื่อทำลายเป้าหมายตามแนวชายฝั่งหรือเป้าหมายที่ไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
อากาศยานหลัก: B-52 Stratofortress และ F-15EX
เครื่องบินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้าง "ปริมาณ" การโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี เช่น JASSM-ER หรือ Tomahawk แต่การพึ่งพาเพียง Stand-off อย่างเดียวนำมาซึ่งความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
[!CAUTION] ความเปราะบางของ "Kill Chains" การโจมตีจากระยะไกลต้องพึ่งพาเครือข่ายเซนเซอร์และดาต้าลิงก์ที่ซับซ้อน ซึ่งศัตรูสามารถทำลายได้ทั้งด้วย วิธีกายภาพ (Kinetic) และ วิธีที่มิใช่กายภาพ (Non-kinetic) เช่น การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) หรือการโจมตีทางไซเบอร์ หากห่วงโซ่นี้ขาดออกจากกัน อาวุธราคาแพงจะกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้ทิศทาง
วิกฤตต้นทุนต่อผลลัพธ์ (Cost-per-effect): ในสงครามระยะยาว อาวุธระยะไกลมีราคา "แพงเกินกว่าจะใช้จนจบ" ขีปนาวุธบางชนิดมีราคาสูงถึงหลายสิบล้านดอลลาร์ต่อลูก ในขณะที่หัวรบมีขนาดเล็กและไม่สามารถเจาะทะลวงเป้าหมายใต้ดิน (Hardened and Deeply Buried Targets) ได้ หากเราเลือกใช้เพียงอาวุธระยะไกล เราจะ "กระสุนหมดก่อนที่เป้าหมายของศัตรูจะหมด"
4. เปรียบเทียบ : Penetrating vs. Stand-off
หัวข้อเปรียบเทียบ : การหลบหลีกเรดาร์ (Stealth)
Penetrating (B-21, F-35, F-47) - สูงมาก (All-aspect, Broadband)
Stand-off (B-52, F-15EX) - ต่ำ หรือ ไม่มี
นัยสำคัญต่อการรบ (The 'So What?') - Stealth จำเป็นต่อการรอดชีวิตในพื้นที่ที่ปกป้องด้วย J-20 หรือระบบแซมรุ่นใหม่
หัวข้อเปรียบเทียบ : ประเภทอาวุธ (Munitions)
Penetrating (B-21, F-35, F-47) - ระเบิดเจาะบังเกอร์ (GBU-72/B, GBU-57)
Stand-off (B-52, F-15EX) - ขีปนาวุธนำวิถี (JASSM-ER)
นัยสำคัญต่อการรบ (The 'So What?') - Stand-off ไม่สามารถทำลายศูนย์บัญชาการใต้ดินที่มั่นคงได้
หัวข้อเปรียบเทียบ : ความเสี่ยงและการตอบสนอง
Penetrating (B-21, F-35, F-47) - สูง (แต่ทำลายเป้าหมายได้เด็ดขาด)
Stand-off (B-52, F-15EX) - ต่ำ (แต่เสี่ยงต่อการถูกตัด Kill Chains)
นัยสำคัญต่อการรบ (The 'So What?') - การใช้ร่วมกันทำให้ศัตรูต้องป้องกันรอบทิศทาง (Dilute defensive resources)
หัวข้อเปรียบเทียบ : ต้นทุนต่อเป้าหมาย
Penetrating (B-21, F-35, F-47) - ต่ำ (ใช้ระเบิดแรงโน้มถ่วงราคาถูก)
Stand-off (B-52, F-15EX) - สูงมาก (ค่าขีปนาวุธมีราคาแพง)
นัยสำคัญต่อการรบ (The 'So What?') - การผสมผสานช่วยสร้าง "Mass" ที่คุ้มค่าในสงครามระยะยาว
5. "ทำไมกองทัพอากาศถึงต้องการทั้งคู่?"
ความจริงที่น่ากังวลคือ ปัจจุบัน จีนมีความได้เปรียบอย่างเด็ดขาดในด้านปริมาณกำลังรบ (Combat Mass) ด้วยฝูงบินขับไล่กว่า 1,900 เครื่อง รวมถึงเครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง J-20, J-31, J-50 และเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน H-20 ที่กำลังจะมาถึง การที่สหรัฐฯ และพันธมิตรจะชนะได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ปริมาณที่เพียงพอ"
ตัวเลขยุทธศาสตร์ที่กองทัพอากาศต้องการ:
1. B-21 Raider: อย่างน้อย 200 เครื่อง เพื่อให้มีขีดความสามารถในการเจาะทะลวงที่ต่อเนื่อง
2. F-47 NGAD: อย่างน้อย 300 เครื่อง เพื่อเป็นกระดูกสันหลังของการครองอากาศในสมรภูมิแปซิฟิก
3. อัตราการจัดหา: ต้องจัดหา F-35A จำนวน 74 เครื่อง และ F-15EX จำนวน 24 เครื่อง ต่อปี เพื่อรักษาขนาดกองทัพไม่ให้เล็กลงจนวิกฤต
3 บทเรียนสำคัญที่คุณต้องจำ (Key Takeaways):
1. การสร้าง Mass ด้วยเทคโนโลยีผสม: การใช้เครื่องบินมีนักบินคู่กับอากาศยานไร้คนขับ (CCA) จะช่วยเพิ่มปริมาณเป้าหมายจนระบบป้องกันของศัตรูรับมือไม่ไหว
2. ความสมดุลของ "ดาบสั้นและหอกยาว": อาวุธระยะไกลช่วยเปิดทาง แต่อากาศยานเจาะทะลวงคือผู้ปิดเกมและทำลายหัวใจของศัตรู
3. การวิเคราะห์ Cost-per-effect: นักวางแผนต้องตระหนักว่า ชัยชนะในสงครามไม่ใช่แค่การทำลายเป้าหมาย แต่คือการทำลายเป้าหมายด้วยต้นทุนที่ทำให้เราสามารถรบได้จนจบภารกิจ
การออกแบบกองทัพอากาศจึงไม่ใช่การเลือกเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบที่สอดประสานกันเพื่อปฏิเสธพื้นที่ปลอดภัยของศัตรู และรักษาความสงบสุขผ่านความเข้มแข็งที่จับต้องได้จริงเท่านั้น
แหล่งที่มา : Air Space Forces - September - October 2025
ประวัติศาสตร์
เทคโนโลยี
ข่าวรอบโลก
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย