วันนี้ เวลา 03:15 • ความคิดเห็น

กฏสามข้อของทรัมป์

โดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดของโลกที่ประหลาดและยากที่คาดเดาที่สุดในยุคสมัย ความบ้า เพี้ยน และดูจะทำอะไรที่ไม่มีใครคาดเดาได้ถูก พูดจาไม่จริง ดูใช้อารมณ์ หรือใช้อำนาจประธานาธิบดีอย่างบิดเบือน และเหมือนจะไม่ยอมรับความจริงอะไรเลย ไม่ยอมว่าตัวเองแพ้ ไม่ได้สนข้อเท็จจริงใดๆ
ทรัมป์แพ้เลือกตั้งรอบก่อนก็ไม่ยอมแพ้ ปลุกม็อบจนอเมริกาลุกเป็นไฟ
ทรัมป์สมัยสองก็เขย่าโลกด้วยภาษีที่ทุกประเทศมึนงง ล่าสุดก็บุกยึด จับประธานาธิบดีเวเนซุเอล่า อยากได้กรีนแลนด์ก็จะเอาดื้อๆ ใครขวางโดนภาษี เมื่อวานก็เขียนจดหมายอัดนายกนอร์เวทั้งมีบ่นน้อยอกน้อยใจเรื่องไม่ได้โนเบลและฟาดงวดฟาดงาไปเรื่องกรีนแลนด์อีก
ยุโรปก็มึนไม่รู้ว่าจะรับมือกับผู้นำแบบนี้ยังไงดี
แต่ในความที่ดูจับทางอะไรไม่ได้เลยนั้น ทรัมป์ก็มีกฏมีหลักการแบบทรัมป์ที่กำหนด playbook ที่ทรัมป์ใช้ และหลักการนั้นถ้ารู้แล้วก็จะพอเข้าใจว่าทำไมทรัมป์ถึงทำแบบนี้ ต่อให้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม
อาจจะพอมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องไปดีลไปเจรจากับทรัมป์หรือดูเหตุที่เป็นไปอย่างเข้าใจมากขึ้นก็ได้
ในหนังเรื่อง “The apprentice” ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากชีวิตโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สร้างทำ research เยอะมาก มีบางช่วงที่ต้อง dramatize ให้เป็นหนัง ในช่วงหนุ่มๆ ทรัมป์ไปเจอคนที่ต่อมามีอิทธิพลต่อชีวิตและแนวความคิดของทรัมป์มากที่สุด คนๆ นั้นคือ รอย โคน ( Roy Cohn)
รอยเป็นนักกฏหมายเกย์ผู้ทรงอิทธิพลและเหี้ยมมากในนิวยอร์คตอนนั้น เอ็นดูทรัมป์และสอนวิชาชีวิต เล่ห์กลต่างๆให้ทรัมป์ผู้ที่ทะเยอทะยาน อยากทำอะไรก็ได้ที่จะเอาชนะ แต่ยัง ไร้ประสบการณ์ รอยเทรนทรัมป์จนกลายเป็นนักธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแทคติกแพรวพราว จนประสบความสำเร็จและโด่งดังหลังจากนั้น
กฏของรอยในการที่จะเอาชนะทุกสิ่งอย่างและภายหลังทรัมป์ก็ยึดหลักการนี้มีอยู่สามข้อ
ข้อแรกก็คือ attack attack attack คือเล่นเกมบุกตลอด ไม่เคยอยู่นิ่งและไม่เคยตั้งรับ เปิดไพ่ใบใหม่ๆเสมอเพื่อคุมเกม ลุยแบบ aggressive ใส่คู่แข่งตลอดเวลา
1
ข้อสองก็คือ “admit nothing, deny everything” คือห้ามยอมรับว่าตัวเองผิด ต่อให้มีหลักฐานแน่นหน้าแค่ไหนก็ต้องไม่ยอมรับ ยังไงก็ไม่ยอมรับผิดในทุกกรณี
1
ข้อสามก็คือ “Always claim victory, never admit defeat” ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน หน้าไหน ต้องหามุมที่จะเล่าว่าเราชนะได้ ต่อให้พ่ายแพ้อยู่ก็ตามโดยไม่ต้องสนความจริง ต้อง “เล่า”และ “แต่ง” เรื่องให้เราเป็นผู้ชนะและเสียงดังกว่าก็จะชนะเสมอ
1
อ่านถึงตรงนี้จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นมาในสิ่งที่ทรัมป์ทำมาตลอดว่าอยู่บนหลักการสามข้อนี้ทั้งสิ้น ตอนที่หาเสียงและมีคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นฮิลลารี่ก็โดนทรัมป์ใส่ข้อหาด้วยฉายา Crooked Hilary กล่าวหาว่าฮิลลารี่ขี้โกง ไบเดนก็โดนว่าเป็น Sleepy Jo คือคนแก่หมดพลัง กมลา แฮรริสก็โดนประมาณ lying Kamala แล้วเอาเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างมาโยนใส่ เป็นฝ่ายบุกตลอด
ต่อให้มีสื่อไหนเอาอะไรมาแฉ เขาก็โจมตีกลับว่าเป็น fake news เขาจะ attack attack attack เสมอ
ไม่ว่าจะโดนข้อหาโดยสอบสวนเรื่องรัสเซีย โดนจับได้ว่าพูดเท็จด้วยหลักฐานชัดๆว่าไม่จริง ไม่ว่ากี่ครั้งก็ตาม ทรัมป์ก็จะไม่เคยยอมรับ ตอนโดนเรื่องรัสเซียหนักๆ ทรัมป์ก็ใช้คำว่า “ล่าแม่มด” ชิ่งเอาตัวรอด ไม่เคยยอมรับไม่ว่าหลักฐานจะแน่นหนาแค่ไหน ตามหลัก Admit nothing, deny everything
เรื่องที่ใหญ่ที่สุดและทำเอาอเมริกาปั่นป่วนที่สุดก็คือตอนที่แพ้เลือกตั้งแล้วไม่ยอมแพ้ในปี 2020 จนเกิดม็อบบุกสภาขึ้นมา ทรัมป์ไม่ยอมรับว่าแพ้ และแต่งเรื่องใหม่ว่าถูกโกง ต่อให้ไม่มีหลักฐานใดๆก็ตาม ซึ่งบอกชัดเจนถึงหลักข้อสาม “Always claim victory, never admit defeat”
พอมารอบสองก็จะยิ่งเห็นชัด ทรัมป์บุกแหลกเรื่องภาษีจนโลกปั่นป่วน เซทเกมของตัวเอง โจมตีเวเน เตรียมลุยกรีนแลนด์ เปิดเรื่องใหม่ตลอดเวลา แต่พอเรื่องที่ดูจะกระทบเช่นเรื่องเอปสตีนหรือแม้แต่กับศาลหรือผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ ทรัมป์ก็ไม่เคยยอมรับอะไร ปฏิเสธทุกอย่าง และเคลมผลงาน เคลมชัยชนะทุกเรื่อง
แม้กระทั่งล่าสุดในจดหมายถึงนายกนอร์เวก็เคลมเรื่องหยุดสงครามแปดแห่งทั่วโลกรวมถึงไทยกับเขมรด้วย
กฎสามข้อนี้ดูร้ายและน่ากลัวมากๆ ดูผิดระเบียบแบบแผนเดิมของโลกไปหมด แต่คนที่ประสบความสำเร็จในโลกก็ไม่ได้มีแต่คนดีอย่างที่เรารู้ๆกัน และในความไร้ระเบียบนี้ก็มีความชัดเจนที่คนอเมริกันครึ่งประเทศชอบและสะใจเพราะเอาผลประโยชน์สหรัฐมาก่อนอย่างชัดเจน
2
อยากจะเอามาเล่าสู่กันฟังเผื่อเวลาตามทรัมป์ทำอะไร ดูดื้อแพ่งกับอะไร โจมตีใคร และพูดจาบิดเบือนเรื่องอะไรก็จะได้เข้าใจกฏที่อยู่ในหัวทรัมป์มากขึ้น และอาจจะสนุกกับการดูความเคลื่อนไหวในด้านต่างๆ ของทรัมป์มากขึ้นก็ได้
4
(อ่อ .. ทรัมป์ด่าหนังเรื่องนี้เละเลยนะครับ )
ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว ช่วงใกล้เลือกตั้งของเราก็ดูจะมีสามวิธีนี้อยู่ตามหน้าสื่ออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ใครเป็นใครก็ว่ากันเอาเองละกันนะครับ…
โฆษณา