Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bangkok Bank SME
•
ติดตาม
2 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
ธุรกิจครอบครัวโตไกล! แค่แยก Family Meeting vs. Board Meeting
เคยสงสัยไหมว่า ตระกูลมหาเศรษฐีหรือธุรกิจครอบครัวระดับหมื่นล้าน เวลาประชุมเขาคุยอะไรกัน ทำไมพวกเขาจึงสามารถบริหารทั้ง “เงิน” และ “คน” ได้อย่างราบรื่น ในขณะที่ธุรกิจครอบครัวจำนวนไม่น้อย แค่กินข้าวเย็นด้วยกันก็กลายเป็นเวทีถกเถียงเรื่องงานจนพาให้บรรยากาศตึงเครียดแล้ว
ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่สมาชิกในครอบครัวของพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกว่า แต่อยู่ที่การ “แยกวงคุย” กันอย่างเป็นระบบ ระหว่างเรื่องของธุรกิจที่ต้องใช้เหตุผลล้วน ๆ กับเรื่องของครอบครัวที่ต้องใช้ความเข้าใจและความยุติธรรมเป็นตัวตั้ง
บทความนี้เปิดเผยเบื้องหลังของการประชุมธุรกิจครอบครัวสองวงสำคัญ ได้แก่ Family Meeting และ Board Meeting ว่าในแต่ละวงมีวาระการประชุมบริษัทและวิธีคิดแตกต่างกันอย่างไร ตั้งแต่การตกลงผลประโยชน์ การสืบทอดกิจการ ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้เจ้าของกิจการ SME และธุรกิจครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทางปฏิบัติ
การประชุมบริษัทภายในครอบครัวมักเกิดขึ้นบนโต๊ะกินข้าว
🔹 ทำไมต้องแยกวง? เผยกฎเหล็กของการสร้าง “อาณาจักร” ที่ยั่งยืน
ธุรกิจครอบครัวจำนวนมากเริ่มต้นจากความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่เมื่อกิจการเติบโต โต๊ะกินข้าวกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกเรื่องถูกนำมาพูดปะปนกันไปหมด ทั้งเรื่องยอดขาย เงินเดือน การลงทุน และความคาดหวังส่วนตัว ส่งผลให้การตัดสินใจขาดความคล่องตัว ใช้อารมณ์นำเหตุผล และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวโดยไม่รู้ตัว การประชุมบริษัทจึงดูเหมือนไม่เคยจบลงเสียที เพราะไม่มีกรอบกำหนดว่าเรื่องอะไรควรคุยกันตรงไหน
📌 วิธีคิดของตระกูลใหญ่ ต้องแยกบทบาทให้ชัด
ตระกูลธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนมักตั้งกติกาชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อเคารพบริบทของการตัดสินใจแต่ละประเภท ดังนี้
●
วงธุรกิจ (Board Meeting) ต้องเร็ว ตรงประเด็น และตัดสินด้วยผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายคือกำไร ความสามารถในการแข่งขัน และการบริหารความเสี่ยง
●
วงครอบครัว (Family Meeting) ต้องเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงความผาสุกของคนในตระกูลเป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าหมายคือความสามัคคีและความต่อเนื่องในการสืบทอดธุรกิจครอบครัว
🔹 เจาะลึก “Family Meeting” หรือสภาครอบครัว เขาคุยอะไรกันในวงนี้?
การประชุมธุรกิจครอบครัว (Family Meeting) หรือสภาครอบครัวนั้น ส่วนใหญ่จะไม่ได้คุยเรื่องยอดขายรายวัน แต่เป็นพื้นที่สำหรับตกลง “โครงสร้างความยุติธรรม” ของตระกูล เช่น
1. เรื่องเงินทองและสวัสดิการ (The Wealth)
ประเด็นด้านทรัพย์สินและสวัสดิการคือประเด็นหลัก ๆ ของวงนี้ โดยสิ่งที่ถูกหยิบมาคุยมักเป็นเรื่องระยะยาว เช่น การกำหนดนโยบายปันผลให้สมาชิก การจัดสรรเงินกงสี (ทรัพย์สินส่วนกลางของครอบครัว) เพื่อการลงทุนใหม่ หรือการดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล หรือเงินช่วยเหลือในยามจำเป็น ช่วยลดความคลุมเครือว่าใครได้มากหรือได้น้อย
2. กฎกติกาการสืบทอด (The Rules)
สภาครอบครัวคือที่ที่กติกาซึ่งมีความอ่อนไหว (Sensitive) ที่สุดมักถูกนำมาพูดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่บทบาทของลูกเขย ลูกสะใภ้ สิทธิในการถือหุ้น ไปจนถึงเงื่อนไขการสนับสนุนเงินทุนให้ทายาทที่อยากทำธุรกิจใหม่ หลายครอบครัวใช้วงนี้เป็นเหมือน Venture Capital ภายใน โดยกำหนดกรอบชัดว่าอะไรคือการสนับสนุน และอะไรคือความรับผิดชอบ
3. การศึกษาและการเตรียมตัวทายาท (The Future)
ธุรกิจที่มองการณ์ไกลจะใช้ Family Meeting เพื่อวางแผนอนาคต เช่น การเลือกเส้นทางการศึกษา การปลูกฝัง Mindset ของเจ้าของกิจการ ตลอดจนการส่งทายาทไปฝึกงานนอกบ้าน เพื่อให้รุ่นต่อไปมีความพร้อมที่จะรับช่วงกิจการจากรุ่นพ่อแม่มากขึ้น
Board Meeting คือการประชุมบริษัทในบทบาทนักธุรกิจ ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว
🔹 เจาะลึก Board Meeting หรือการประชุมบริษัทในโหมดนักธุรกิจมืออาชีพ
หาก Family Meeting คือวงของความสัมพันธ์ Board Meeting ก็คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องตัวเลขและกลยุทธ์ ดังนั้น การประชุมบริษัทในวงนี้ต้องตัดอารมณ์ส่วนตัวออกไปให้ได้มากที่สุด
1. ผลประกอบการและความเสี่ยง (Performance & Risk)
วาระการประชุมบริษัทในบอร์ดเริ่มจากการใช้ข้อมูลจริง ไม่ว่าจะเป็นกำไร ขาดทุน กระแสเงินสด หรือความเสี่ยงที่กำลังคืบคลาน โดยการตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก แม้ผู้บริหารจะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม
2. การลงทุนและการขยายกิจการ (Investment)
ทุกการลงทุนจะได้รับการประเมินด้วยคำถามเชิงธุรกิจล้วน ๆ เช่น ความคุ้มทุน ระยะเวลาคืนทุน และทางเลือกแหล่งเงิน การถกเถียงในวงนี้ไม่ใช่เพื่อเอาชนะกัน แต่เพื่อหาตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับบริษัท
3. การจ้างและประเมินผู้บริหาร (Management)
หนึ่งในจุดแข็งของบอร์ดมืออาชีพ คือการประเมินผลงานตาม KPI ไม่ใช่ตามสายเลือด ฉะนั้น หาก CEO ทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้า วงนี้ต้องสามารถสะท้อนข้อเท็จจริงได้อย่างตรงไปตรงมา และตัดสินใจบนฐานผลประโยชน์ของบริษัทเสมอ
ทีมผู้บริหารร่วมกันกำหนดวาระการประชุมบริษัท
🔹 Checklist ช่วยตัดสินใจ เรื่องนี้ควรเข้าการประชุมวงไหน?
หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวคุยกันไม่จบเสียที เกิดจากการประชุมผิดวงตั้งแต่ต้น หากเจ้าของกิจการสามารถแยกให้ออกว่าเรื่องใดคือ “เรื่องระบบธุรกิจ” และเรื่องใดคือ “เรื่องความสัมพันธ์และอนาคตของคนในครอบครัว” ความขัดแย้งจำนวนมากก็จะถูกตัดออกไปได้โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างสถานการณ์ต่อไปนี้คือกรณีที่พบได้บ่อย และสะท้อนหลักคิดในการเลือกวงการประชุมบริษัทได้อย่างชัดเจน
Case 1: ลูกคนเล็กอยากขอเบิกเงิน 2 ล้านบาทไปเรียนต่อปริญญาโท
สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องผลตอบแทนทางธุรกิจโดยตรง แต่เป็นการลงทุนใน “คน” และอนาคตของทายาท สิ่งที่ต้องพิจารณาคือเรื่องความเป็นธรรมระหว่างพี่น้อง เงื่อนไขการสนับสนุน และผลกระทบต่อการบริหารกงสีในระยะยาว ดังนั้น ประเด็นนี้ควรเข้าสู่ Family Meeting เพื่อให้ทุกฝ่ายรับรู้กติกาเดียวกัน ลดความรู้สึกว่าใครได้อภิสิทธิ์มากกว่า
Case 2: โรงงานต้องการงบ 2 ล้านบาทไปเปลี่ยนระบบ Software บัญชี
แม้ตัวเลขจะเท่ากับกรณีแรก แต่บริบทต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะกรณีนี้เป็นการตัดสินใจเชิงลงทุนของบริษัท จึงควรถูกพิจารณาผ่าน Board Meeting โดยดูที่ประสิทธิภาพ ต้นทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นคนเสนอหรือเป็นลูกหลานคนไหน เพราะการตัดสินใจต้องอิงข้อมูล ไม่ใช่ความเกรงใจ
Case 3: พี่คนโต (CEO) บริหารงานขาดทุนต่อเนื่อง 3 ไตรมาส
นี่คือกรณีที่ต้องใช้ทั้งสองวงอย่างมีลำดับ โดยขั้นแรกต้องเข้าสู่ Board Meeting เพื่อประเมินผลงานในฐานะผู้บริหารอย่างมืออาชีพ วิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดจากกลยุทธ์ ทีม หรือสภาพตลาด จากนั้น ผลลัพธ์ของการประเมินจึงค่อยถูกนำไปพูดต่อใน Family Meeting เพื่อหารือเรื่องอนาคต บทบาท หรือการประคับประคองความรู้สึกในฐานะสมาชิกครอบครัว
หลักคิดสั้น ๆ ที่ใช้ได้เสมอ คือ หากเรื่องนั้นกระทบ “โครงสร้างความสัมพันธ์ ความเป็นธรรม และอนาคตของคนในตระกูล” ให้นำเข้าสภาครอบครัว แต่หากกระทบ “ผลประกอบการ ความเสี่ยง และทิศทางของบริษัท” ต้องเข้าการประชุมบริษัทในระดับบอร์ดก่อน
amily Meeting คือการประชุมในฐานะสมาชิกในครอบครัว
🔹 Family Meeting แรกของคุณ ควรเริ่มต้นอย่างไร?
การสร้าง Family Meeting ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงสร้างใหญ่หรือกติกาที่ซับซ้อน เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิดจากการคุยกันตามอารมณ์ให้กลายเป็นการประชุมที่มีกรอบ เป้าหมาย และเคารพเวลาของทุกคน หากเริ่มต้นได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก วงนี้ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นกลไกสำคัญในการประคองธุรกิจและความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน
📌 นัดหมายล่วงหน้าและมีวาระชัดเจน
Family Meeting ต้องถูกแยกออกจากมื้ออาหารอย่างชัดเจน แนะนำให้นัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัว และปรับมุมมองจากบทบาทพ่อแม่ลูก ไปสู่บทบาทสมาชิกในสภาครอบครัว นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดวาระการประชุมบริษัทไว้ก่อนว่าจะพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง เช่น เงินกงสี การศึกษาของทายาท หรือกติกาในการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้การคุยลามไปสู่ประเด็นธุรกิจเชิงปฏิบัติ ซึ่งควรอยู่ใน Board Meeting
📌 จดบันทึกทุกครั้งเพื่อให้เป็นหลักฐาน
การประชุมบริษัทที่ไม่มีบันทึก มักจบลงด้วยความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ฉะนั้น ควรจดสรุปข้อตกลงเพื่อเปลี่ยนคำพูดให้เป็นหลักฐานที่มีลายลักษณ์อักษร ลดปัญหาการตีความย้อนหลัง และสร้างความต่อเนื่องในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งบันทึกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารทางกฎหมายก็ได้ แต่ควรชัดเจนพอให้ทุกคนสามารถนำมาอ้างอิงได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตกลงร่วมกันในฐานะครอบครัว
📌 ถ้าเริ่มทะเลาะกัน ให้หาคนกลางเข้ามาร่วมฟัง
เมื่อประเด็นเริ่มอ่อนไหว การมีบุคคลที่ทุกฝ่ายให้ความเคารพเข้ามาร่วมฟังจะช่วยดึงบทสนทนากลับสู่เหตุผล โดยคนกลางที่ว่านี้อาจเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้ใหญ่ในตระกูล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัวก็ได้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยจัดโครงสร้างการคุย ให้ Family Meeting ยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับทุกคน
🔹 บทสรุป: ความเป็นมืออาชีพ เริ่มต้นที่การเคารพกติกา
ความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวไม่ได้เกิดจากความโชคดีหรือความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีระบบที่ช่วยแยก “บทบาท” ออกจาก “ความรู้สึก” อย่างชัดเจน การกำหนดให้ Family Meeting และ Board Meeting ทำหน้าที่ต่างกัน คือการยอมรับความจริงว่าธุรกิจต้องการเหตุผล ขณะที่ครอบครัวต้องการความเข้าใจ เมื่อทั้งสองวงถูกเคารพในขอบเขตของตัวเอง การตัดสินใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และความขัดแย้งส่วนตัวจะไม่ไหลไปทำลายบริษัทโดยไม่จำเป็น
นี่คือเหตุผลที่หลายตระกูลสามารถส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมั่นคง เพราะพวกเขาเลือกสร้างโครงสร้างก่อนปล่อยให้ความสัมพันธ์นำการตัดสินใจทางธุรกิจ หากธุรกิจครอบครัวเริ่มเคารพกติกาตั้งแต่วันนี้ ความเป็นมืออาชีพจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง
●
How to manage conflict in a family business. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จาก
https://www.enae.com/blog/how-manage-conflicts-family-business
.
●
Family Business Governance - Springer Link. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จาก
https://link.springer.com/book/10.1057/9780230116016
.
●
Family business dynamics. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จาก
https://kpmg.com/xx/en/what-we-do/industries/private-enterprise/running-a-family-business/family-business-dynamics.html
.
●
Global Family Office Enterprise | Governance & Succession Advisory | Deloitte Global. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จาก
https://www.deloitte.com/global/en/services/deloitte-private/about/global-family-office-enterprise-governance-succession-advisory.html
.
ธุรกิจ
แนวคิด
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย