21 ม.ค. เวลา 14:58 • ท่องเที่ยว

ตอนที่ 4: ลมทะเลและความเงียบสงัด—ซากุระต้นเดียวที่ศาลเจ้าเทรุโมะ 🌊

วันสุดท้ายที่ฟุกุโอกะ วันนี้เที่ยวแบบสบายๆ ไปริมทะเลและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ Momochi seaside park และ Ohori park และปิดท้ายจบที่การขอพรในศาลเจ้าเทรุโมะ
🚌เราเริ่มต้นวันด้วยการนั่งบัสจาก Hakata Bus Terminal เดินไปที่ชานชาลาหมายเลข 6 แล้วรอรถบัสสาย 306 นั่งชมวิวเมืองฟุกุโอกะไปเรื่อยๆ ประมาณ 40 นาที ให้ลงที่สถานี Fukuoka Tower minamiguchi เดินไปประมาณ 400 เมตรก็จะถึงย่านริมทะเล Momochi Seaside Park ค่ารถบัส 410 เยน ใครมีบัส IC card แตะขึ้นลงได้เลยค่ะ
ลิงค์การเดินทางตามนี้เลยนะคะ 📍https://maps.app.goo.gl/srCDKteMrkGctSxi8?g_st=ic
ที่นี่ส่วนใหญ่ใช้บัสจะสะดวกมากค่ะเพราะมีหลายสาย และรถไฟอาจจะไม่ได้ครอบคลุมสถานที่เที่ยวทุกที่ แต่รถบัสมีหลากหลายสายและวิ่งกันถี่พอสมควร ถ้าใกล้เวลาเดินทางเราค่อยเช็คสายรถบัสใน google map อีกทีก็ได้ค่ะ เลขสายรถบัสก็สามารถมองได้จากด้านหน้าและด้านข้าง หากไม่แน่ใจสอบถามคนขับได้เลยค่ะ ทุกคนใจดีมาก
วิธีการเช็คง่ายๆอีกวิธีคือตอนดู google map ให้ดูสถานีถัดไปว่าชื่อสถานีอะไร ถ้าฟังแล้วถูกชื่อแสดงว่ามาถูกทาง ถ้าไม่ใช่ เราก็แค่ลงไปแล้วขึ้นใหม่ค่ะ 🔥ที่สำคัญบัสที่ฟุกุโอกะ แตะบัตร IC card ทั้งขาขึ้นและขาลง และต้องกดกริ่งก่อนลงด้วยนะคะ ดังนั้น อย่าลืมจำชื่อสถานีที่จะลงและกดกริ่งด้วยนะคะ
Momochi Seaside Park เกิดจากการถมทะเลและการวางแผนเมืองอย่างชาญฉลาด พื้นที่นี้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงาน Asian-Pacific Exposition ในปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งหลังจากจบงาน ทางเมืองจึงได้พัฒนาต่อให้เป็นย่านธุรกิจและย่านพักผ่อนริมน้ำที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้นนี่เองค่ะ
ตัวหาดทรายขาวละเอียดที่เห็นกันอยู่ก็เป็นทรายที่นำมาจากที่อื่นเพื่อสร้างเป็นชายหาดเทียมที่ยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร เพื่อให้ชาวเมืองฟุกุโอกะมีสถานที่พักผ่อนและทำกิจกรรมทางน้ำได้ใกล้เมืองที่สุด และมี Fukuoka Tower ที่เมื่อเรามองสะท้อนแสงแดดวิบวับอยู่คู่กับอาคาร Marizon กลางน้ำ ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูเหมือนภาพวาดในนิยายยุโรป เป็นความสวยงามที่สร้างขึ้นมาเพื่อมอบความสุขให้กับผู้คนจริงๆ ค่ะ
ทะเลที่นี่ก็ให้ฟิลบางแสนบ้านเรา หรือถ้าใครเคยดูซีรีย์ Hometown cha cha cha ที่มีหัวหน้าฮงเป็นพระเอก ฟิลลิ่งใกล้เคียงกันเลย เป็นฟิลน่ารักๆ สบายๆ เดินเล่นได้เพลินๆค่ะ
หลังจากสูดกลิ่นอายทะเลที่ Momochi จนเต็มปอด ฉันก็นั่งรถบัสสาย 20 ต่อมายังสวนโอโฮริค่ะ ใช้เวลาเพียง 20 กว่านาทีกับค่าตั๋วเบาๆ 210 เยน รถบัสที่ฟุกุโอกะนั่งสบายและตรงพอสมควรเลยค่ะ เพียงแค่เราใช้ Google Maps ช่วยเช็กสายรถ ทุกอย่างก็ง่ายไปหมด อธิบายคร่าวๆ คือนั่งบัสจากสถานี Fokuoka tower ไปลงที่สถานี Torikai 2-chomeแล้วเดินต่ออีก 280 เมตร ก็จะถึงสวนสาธารณะโอโฮริ
ก้าวแรกที่ลงจากรถบัส ความสดใสของทะเลก็เปลี่ยนเป็นความร่มรื่นของบึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมืองทันที ใช่แล้วเรามากันต่อที่สวนโอโฮริ (Ohori Park) ถ้าใครมาช่วงซากุระบานพอดีจะสวยสะพรั่งไปทั้งสวนเลยค่ะ ตอนนั้นที่ไปได้เจอบ้างแต่ไม่เยอะนะคะ ตอนที่ไปเป็นกลางเดือน มีนาคมค่ะ
ซากุระในสวนโอโฮริ
นอกจากจะมีซากุระแล้ว ยังมีดอกไม้สีสันสดใสอื่นๆ และถ้าสายคาเฟ่ กาแฟ ชาเขียว ก็ต้องแวะทานสตาบัคใจกลางสวนสาธารณะแห่งนี้สักหน่อยค่ะ นอกจากร้านสตาบัค ก็ยังมีไอศครีมและอาหารอื่นๆขายด้วยนะคะ ครึกครื้นมากทีเดียวค่ะ มีทั้งคนออกกำลังกาย นักท่องเที่ยว คนพาสัตว์เลี้ยงมาเดิน และยังมีนก เป็ด ให้ชมกันเพลินๆอีก
ชาเขียวปั่น สตาบัค กลางสวนโอโฮริ
สวนโอโฮริร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีซากุระหลากหลายสายพันธ์ และยังเป็นสวนสาธารณะที่มีบึงขนาดใหญ่ คำว่า "โอโฮริ" (Ohori) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "คูเมือง" ค่ะ ซึ่งบอกเล่าที่มาของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเพราะในสมัยเอโดะ ที่นี่เป็นคูเมืองป้องกัน ปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka Castle) ซึ่งเราสามารถเดินประมาณ 5 นาทีจากร้านสตาบัคที่สวนโอโฮริไปเที่ยวได้เลยนะคะ ที่ปราสาทนี้ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนนิยมมาชมซากุระค่ะ
📍พิกัดปราสาทฟุกุโอกะ https://maps.app.goo.gl/HsbedFQJecnW8jpSA?g_st=ic
หลังจากยุคสมัยเปลี่ยนไป ไม่มีสงครามอีกต่อไป ในช่วงปี ค.ศ. 1926-1929 ทางจังหวัดฟุกุโอกะจึงได้เริ่มปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก "ทะเลสาบซีหู" (West Lake) ในเมืองหางโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นต้นแบบของสวนที่มีเกาะเล็กๆ 3 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยสะพานหินใจกลางบึงน้ำ และเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1929 และกลายเป็นสวนน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น จุดเด่นคือเส้นทางเดินและวิ่งรอบบึงที่มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรพอดีเป๊ะ
บึงขนาดใหญ่ที่สวนโอโฮริ
เราเดินลัดเลาะไปไม่ไกล 1.1 กิโลเมตร ก็จะได้เจอกับ “ศาลเจ้าเทรุโมะ (Terumo Shrine)” เป็นภาพที่เปลี่ยนความวุ่นวายในใจให้กลายเป็นความสงบนิ่งได้ทันที หน้าประตูที่โอ่วอ่า พอเข้าไปข้างในจะพบกับพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่เป็นความใหญ่ที่ไม่ตะโกน และยังแฝงไปด้วยความเรียบง่าย มนต์เสน่ห์ของที่แห่งนี้คือจะมีต้นซากุระอยู่หนึ่งต้น ตรงกลางของศาลเจ้า ทำให้มีมนต์เสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนสีสันท่ามกลางความเงียบสงบของสถานที่ แต่เป็นสีสันที่เป็นพาสเทล อ่อนโยนไม่ทำร้ายใคร
⛩️ ประวัติและความเป็นมา: ศาลเจ้าเทรุโมะ (Terumo Shrine)
ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ดวงวิญญาณของบุคคลสำคัญ 2 ท่าน คือ:
คุโรดะ โยชิตากะ (Kuroda Yoshitaka): ยอดกุนซือผู้ชาญฉลาดในยุคสงครามเซ็นโกกุ และ คุโรดะ นากามาสะ (Kuroda Nagamasa): บุตรชายผู้เป็นไดเมียวคนแรกที่สร้าง "ปราสาทฟุกุโอกะ" และวางรากฐานเมืองฟุกุโอกะให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
คนญี่ปุ่นนิยมมาที่นี่เพื่อขอพรเรื่อง "ชัยชนะ" และ "ความโชคดี" ในด้านต่างๆ ของชีวิตค่ะ เนื่องจากตระกูลคุโรดะเป็นตระกูลนักรบที่เก่งกาจและรบชนะมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ความสงบเงียบของศาลเจ้ากลับกลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้คนนิยมมานั่งพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังใจ
ศาลเจ้าเทรุโมะ ฟุกุโอกะ
วันนี้ที่ฟุกุโอกะนับเป็นอีกเรื่องราวดีๆในชีวิต ทำให้เราได้คิดทบทวน ได้พักเรื่องอื่นๆ ได้มองที่ใจเราอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งบรรยากาศริมทะเลที่สงบและให้พลังใจ สู้ๆ ทั้งสีสัน ความคึกคักและธรรมชาติที่โอบล้อมเราอย่างแผ่วเบา ที่สวนโอโฮริ และปิดท้ายด้วยพลังแห่งชัยชนะและโชคลาภจากความเงียบสงบแต่มีเสน่ห์ของศาลเจ้าเทรุโมะ การได้เขียนบันทึกความทรงจำในแต่ละทริป มันทำให้ภาพ ความรู้สึก ความทรงจำมันชัดเจนขึ้นมากๆ และเราก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้นึกถึง
บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองที่เราเสียไปเท่าไหร่ในการท่องเที่ยว แต่มันคือความทรงจำที่ย้อนกลับไปคิดถึงมันเมื่อไหร่ก็ทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งจริงๆค่ะ 😊
📍 พิกัด: Momochi seaside park | สวนโอโฮริ | ศาลเจ้าเทรุโมะ
โฆษณา