23 ม.ค. เวลา 13:14 • ข่าวรอบโลก

ความน่ากังวลไวรัส"นิปาห์"ในอินเดีย

สถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ ในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย กำลังได้รับการจับตามองจากทั่วโลก สำนักข่าว The Independent รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียได้รับยืนยันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วอย่างน้อย 5 ราย และต้องสั่งกักกันผู้สัมผัสเกือบ 100 คนให้อยู่ที่บ้าน ผู้ป่วยกลุ่มแรกเป็นบุคลากรทางการแพทย์สองราย คือพยาบาลชายและหญิงจากโรงพยาบาลเอกชนในเมืองบาราซัต ใกล้โกลกาตา เมืองหลวงของรัฐ ต่อมามีการยืนยันการติดเชื้อเพิ่มในแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีกหนึ่งคน
รัฐบาลกลางอินเดียได้สั่งการให้ทีมตอบโต้การระบาดฉุกเฉินระดับชาติ ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2569 เพื่อวางระบบการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ยีนของไวรัส พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพาหะนำโรคจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ ในวงศ์ Pteropodidae ซึ่งเป็นพาหะธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้
ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus; NiV) เป็นเชื้อไวรัสอาร์เอ็นเอในวงศ์ Paramyxoviridae กลุ่ม Henipavirus ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับไวรัสเฮนดราและจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูงมาก โดยถูกค้นพบครั้งแรกจากการระบาดในผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ในปี 1998 ก่อนจะขยายไปยังสิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดียในเวลาต่อมา ลักษณะของโรคที่โดดเด่นคือการก่อให้เกิดภาวะสมองอักเสบรุนแรงและระบบทางเดินหายใจล้มเหลว นำไปสู่การเสียชีวิตในเวลาต่อมา
1
ไวรัสนิปาห์มีรังโรคตามธรรมชาติอยู่ในค้างคาวกินผลไม้ โดยเฉพาะกลุ่มค้างคาวแม่ไก่ (สกุล Pteropus) ซึ่งสามารถเป็นพาหะแพร่เชื้อได้โดยไม่แสดงอาการป่วย เชื้อสามารถแพร่จากค้างคาวสู่สัตว์เลี้ยง เช่น สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ ผ่านการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง อย่างน้ำลาย ปัสสาวะ หรือมูล ลงบนอาหาร แหล่งน้ำ หรือผลไม้ที่สัตว์อื่นและมนุษย์นำไปบริโภค
2
เมื่อเชื้อเข้าสู่คนแล้ว การติดต่อระหว่างคนสู่คนสามารถเกิดได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยไม่ป้องกัน เช่น การสัมผัสเลือด น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ
ผู้ติดเชื้อมักเริ่มด้วยอาการคล้ายไข้หวัด ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ และไอ ซึ่งเป็นอาการไม่จำเพาะและอาจถูกมองข้ามได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวของโรคอยู่ที่การดำเนินโรคที่รวดเร็ว ผู้ป่วยจำนวนมากจะมีอาการทางระบบประสาทตามมาในเวลาไม่นาน เช่น ง่วงซึม สับสน เดินโซเซ ชักเกร็ง และอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าในเวลาเพียง 24–48 ชั่วโมง จากภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน ในผู้ป่วยบางรายยังมีอาการระบบทางเดินหายใจรุนแรงร่วมด้วย ได้แก่ หายใจหอบเหนื่อย ปอดบวม หรือภาวะหายใจล้มเหลว
อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ถือว่าสูงมาก งานสรุปข้อมูลจากการระบาดในหลายประเทศระบุว่าอัตราป่วยตาย (case fatality rate) อยู่ในช่วงประมาณ 40–75% โดยขึ้นกับความสามารถของระบบสาธารณสุขและความเร็วในการเข้าถึงการรักษา หลายการศึกษาชี้ว่าอัตราการเสียชีวิตมักอยู่ในช่วง 50–70% ในหลายเหตุการณ์การระบาด และถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตรายที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในรายชื่อเชื้อก่อโรคที่มีศักยภาพก่อการระบาดใหญ่ (priority pathogen) ในระดับนานาชาติ
1
การป้องกันตนเองจากการติดเชื้อสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ หรือปรุงไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อสุกรหรือสัตว์ที่อาจสัมผัสค้างคาว(ในพื้นที่เสี่ยง) รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ล้างผักและผลไม้ทุกครั้งก่อนรับประทาน
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง และสวมหน้ากากอนามันกรณีอยู่ในที่คนพลุกพล่านหรือกลุ่มเสี่ยง
2
ถึงแม้จะยังไม่พบการระบาดในไทย แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคประชาชนก็ไม่ควรประมาท การ์ดไม่ตก(อีกแล้ว) และหากใครเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือมีญาติที่เพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรแจ้งโรงพยาบาลในพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาถึงมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
1
อ้างอิง
โฆษณา