11 ก.พ. เวลา 06:00 • ประวัติศาสตร์

สรุปปฏิบัติการพายุทะเลทราย: เรื่องราวแห่งสงครามอ่าวเปอร์เซียฉบับสมบูรณ์

เปิดม่านสู่พายุ
ปฏิบัติการพายุทะเลทราย (Operation Desert Storm) คือปฏิบัติการทางทหารครั้งประวัติศาสตร์ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ภายใต้การรวมตัวของกองกำลังผสมจากนานาชาติซึ่งได้รับมติเห็นชอบจากสหประชาชาติในช่วงต้นปี 1991 ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายหลักเพียงหนึ่งเดียว คือการยุติการยึดครองประเทศคูเวตโดยกองทัพอิรัก ด้วยการผสมผสานแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ปฏิบัติการพายุทะเลทรายได้กลายเป็นหนึ่งในแคมเปญทางทหารที่ประสบความสำเร็จและเด็ดขาดที่สุดในศตวรรษที่ 20 ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลางไปตลอดกาล
1. ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง: การรุกรานคูเวตของอิรัก
ในวันที่ 2 สิงหาคม 1990 กองทัพอิรักได้เคลื่อนกำลังเข้ารุกรานและยึดครองประเทศคูเวตอย่างรวดเร็ว การกระทำที่อุกอาจนี้มีรากฐานมาจากปัจจัยหลายประการที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน:
* ผู้นำอิรัก: ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำเผด็จการผู้ก้าวร้าว มีความทะเยอทะยานที่จะขยายอิทธิพลของอิรักในภูมิภาค
* แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ: อิรักมีภาระหนี้สินมหาศาลที่เกิดจากสงครามกับอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้สินจำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ติดค้างกับคูเวต ซัดดัม ฮุสเซนจึงต้องการเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันที่อุดมสมบูรณ์ของคูเวตเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของตน
* ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์: การยึดครองคูเวตทำให้อิรักสามารถควบคุมปริมาณน้ำมันสำรองของโลกได้มากถึง 40% ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ
ประชาคมโลกตอบสนองต่อการรุกรานอย่างทันที โดยองค์การสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าว และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิรักในทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อมาตรการทางการทูตไม่เป็นผล การตอบสนองของนานาชาติจึงต้องพัฒนาไปสู่การรวมตัวของกองกำลังทหารเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
2. โลกตอบโต้: การก่อตั้งกองกำลังผสมภายใต้ปฏิบัติการ "โล่ทะเลทราย"
เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิรัก ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ริเริ่มปฏิบัติการ "โล่ทะเลทราย" (Operation Desert Shield) ซึ่งเป็นภารกิจเชิงป้องกันที่เริ่มต้นขึ้นตามคำเชิญของกษัตริย์ฟาฮัดแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการรุกรานซาอุดีอาระเบียและเป็นการแสดงพลังเพื่อกดดันให้อิรักถอนกำลัง ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติการนี้ดำเนินไปถึงขีดสุด มีกำลังพลของสหรัฐอเมริกามากกว่าครึ่งล้านนายประจำการอยู่ในซาอุดีอาระเบียและอ่าวเปอร์เซีย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 1990 เมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติที่ 678 ซึ่งเป็นการยื่นคำขาดและกำหนด เส้นตายให้อิรักถอนกำลังทั้งหมดออกจากคูเวตภายในวันที่ 15 มกราคม 1991
การรวมตัวของกองกำลังผสมในครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือทางทหารระดับโลก โดยมีขนาดของกองกำลังจาก 3 ประเทศหลักที่เข้าร่วมดังนี้:
ประเทศ (Country) : จำนวนกำลังพลโดยประมาณ (Estimated Personnel)
สหรัฐอเมริกา - เกือบ 700,000 นาย
สหราชอาณาจักร - 53,000 นาย
ซาอุดีอาระเบีย - 40,000 นาย
เมื่อถึงเดือนมกราคม 1991 กองกำลังผสมจากนานาชาติได้ระดมกำลังพลรวมกันมากกว่า 600,000 นาย พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจำนวนมหาศาล เมื่อการทูตสิ้นสุดลงและเส้นตายถูกเพิกเฉย ปฏิบัติการเชิงป้องกันอย่าง "โล่ทะเลทราย" ก็พร้อมที่จะแปรเปลี่ยนเป็นแสนยานุภาพเชิงรุกอันท่วมท้นของ "พายุทะเลทราย
3. พายุโหมกระหน่ำ: สงครามทางอากาศและภาคพื้นดิน
เมื่อซัดดัม ฮุสเซนเพิกเฉยต่อเส้นตายของสหประชาชาติ ปฏิบัติการพายุทะเลทรายจึงได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 17 มกราคม 1991 โดยแบ่งการสู้รบออกเป็นสองระยะหลักคือ ปฏิบัติการทางอากาศ และปฏิบัติการภาคพื้นดิน
3.1 ปฏิบัติการทางอากาศ (17 มกราคม - 23 กุมภาพันธ์ 1991)
สงครามเริ่มต้นด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงและเป็นระบบเป็นเวลา 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การทิ้งระเบิด แต่เป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหาร ระบบบัญชาการ และการควบคุมของอิรักอย่างเป็นระบบ เพื่อครองความได้เปรียบทางอากาศอย่างสมบูรณ์ก่อนการส่งกำลังภาคพื้นดิน กองกำลังผสมได้ปฏิบัติภารกิจกว่า 100,000 เที่ยวบิน และทิ้งระเบิดรวมน้ำหนักถึง 88,500 ตัน
ลำดับเหตุการณ์สำคัญในช่วงปฏิบัติการทางอากาศ:
* การยิงขีปนาวุธสกั๊ดของอิรัก (18-25 ม.ค.): อิรักตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธสกั๊ดจำนวน 45 ลูก โจมตีเป้าหมายของกองกำลังผสมในซาอุดีอาระเบียและพื้นที่พลเรือนในอิสราเอล เพื่อพยายามดึงอิสราเอลเข้าสู่สงคราม ซึ่งจะทำให้กลุ่มพันธมิตรอาหรับแตกแยก
* ปฏิบัติการโจมตี Package Q (19 ม.ค.): ถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในสงคราม โดยเครื่องบิน 78 ลำของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้บุกโจมตีใจกลางกรุงแบกแดดอย่างหนัก
* ยุทธนาวีที่บูบิยัน (29 ม.ค. - 2 ก.พ.): การปะทะทางเรือครั้งใหญ่ที่สุดในสงคราม ซึ่งกองกำลังผสมสามารถทำลายเรือรบของอิรักได้ถึง 21 ลำ
* การทิ้งระเบิดที่หลบภัยอามิริยาห์ (13 ก.พ.): เหตุการณ์น่าสลดใจเมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดใส่หลุมหลบภัยพลเรือนในกรุงแบกแดด ส่งผลให้พลเรือนชาวอิรักเสียชีวิตอย่างน้อย 408 คน
3.2 ปฏิบัติการภาคพื้นดิน (24-28 กุมภาพันธ์ 1991)
หลังจากที่ปฏิบัติการทางอากาศประสบความสำเร็จในการทำลายศักยภาพของกองทัพอิรัก ปฏิบัติการภาคพื้นดินที่รู้จักกันในชื่อ "สงคราม 100 ชั่วโมง" จึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดปล่อยคูเวตให้เป็นอิสระ สงครามในระยะนี้เต็มไปด้วยการสู้รบที่ดุเดือดและเด็ดขาด
ลำดับเหตุการณ์สำคัญในช่วงปฏิบัติการภาคพื้นดิน:
* ทางหลวงแห่งความตาย (25-27 ก.พ.): กองกำลังผสมโจมตีขบวนทหารอิรักที่กำลังล่าถอยออกจากคูเวตบนทางหลวงหมายเลข 80 ทำลายยานพาหนะของอิรักไปหลายพันคัน
* ยุทธการที่ 73 อีสติง (26-27 ก.พ.): การรบด้วยรถถังครั้งสำคัญที่กองกำลังยานเกราะของสหรัฐฯ และอังกฤษใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่า เช่น ระบบสร้างภาพความร้อนและระยะยิงที่ไกลกว่า เพื่อทำลายรถถังของอิรักได้หลายร้อยคัน โดยฝ่ายตนเองสูญเสียน้อยมาก
* ยุทธการที่นอร์ฟอล์ก (27 ก.พ.): ถือเป็นยุทธการรถถังที่ใหญ่ที่สุดในสงคราม โดยกองพลยานเกราะที่ 1 ของอังกฤษได้ทำลายหรือยึดรถถังอิรักได้กว่า 300 คัน
* การประกาศหยุดยิง (28 ก.พ.): ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการและประกาศว่า "คูเวตได้รับการปลดปล่อยแล้ว"
สงครามได้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมาย ด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้นของกองกำลังผสม
4. บทสรุปหลังพายุ: ผลลัพธ์และมรดกที่ทิ้งไว้
ภายหลังการหยุดยิง อิรักถูกบังคับให้ยอมรับข้อตกลงที่กำหนดโดยสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงการต้องยอมรับในเอกราชของคูเวตและยุติโครงการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทั้งหมด สงครามครั้งนี้ได้ทิ้งร่องรอยแห่งความสูญเสียไว้กับทุกฝ่าย แต่ในสัดส่วนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตารางสรุปความสูญเสียโดยประมาณ: | ฝ่าย (Faction) | ทหารเสียชีวิต (Soldiers Killed) | ความสูญเสียอื่นๆ (Other Losses) | | :--- | :--- | :--- | | กองกำลังผสม | 292 นาย | - | | คูเวต | 776 นาย | พลเรือนเสียชีวิตกว่า 1,000 คน และทหารถูกจับกุม 12,000 นาย | | อิรัก | ประมาณ 20,000-100,000 นาย | สูญเสียรถถังกว่า 4,000 คัน และพลเรือนเสียชีวิตกว่า 3,600 คน |
ปฏิบัติการพายุทะเลทรายได้รับการจดจำในฐานะชัยชนะทางทหารที่รวดเร็วและเด็ดขาด เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดของกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตร ในวาระครบรอบ 30 ปีของปฏิบัติการในปี 2021 คณะเสนาธิการทหารของสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงสงครามครั้งนี้ว่า "อาจเป็นสงครามที่ประสบความสำเร็จที่สุดในศตวรรษที่ 20" ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการบรรลุวัตถุประสงค์และประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางทหารระดับโลก
แหล่งที่มา : History of War History of the United States Air Force - 18 December 2025 - Operation Desert Storm The Air Force and Coalition Victory
โฆษณา