24 ม.ค. เวลา 03:15 • ความคิดเห็น
..วิขาพายเรือทวนน้ำ .ไปหาท่าบุญกุศลบารมี จิตน้อยๆ มีเรือที่ไม่แข็งแรง ต่อมาไม่ดี .ก็ไม่สามารถพายเรือทวนน้ำได้เลย ..
เรื่องราวของอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในตัวเรา เราก็ไม่รู้จักว่ามันไหล หรือว่ามันมาได้อย่างไร หรือว่า มันมาจากไหน
สองสามปี ช่วงเข้าพรรษา ก็มีพระท่านมาสอนผู้ใหญ่ ท่านว่าวิชาพายเรือ ทวนน้ำ ทวนกระแสน้ำ สายน้ำต่างๆ ต้องพายเรือ เจอะเจอ สิ่งต่างที่ลอยน้ำ น้ำเชียว น้ำขุ่น น้ำวน น้ำวงจะพายเรือออกมาอย่างไร ดูหัวเรือ รักษาหัวเรือ ให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ
..ต้องฝึกหัด ดูร่องน้ำให้เป็น เมื่อพายเรือ ในร่องน้ำที่คับแคบ มีโขดหิน หากพายเรือไปกระแทก ลำเรือคือกายก็เสียหาย เช่นกรรมตัดรอน ทำลายเรือให้เสียหาย การเรือในกระแสน้ำต่างๆ ต้องตั้งหัวเรือ กดท้ายเรือ อย่างไร เมื่้อเริ่มฝึกพายเรือ ก็มีการกราบพระ ต้องน้อมจิต จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่ในเรือนกายของคุณบิดามารดา ข้าพเจ้านำกายบิดามารดา มาประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .เพื่อนอมถวายเป็น พุทธบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา เป็นเวลาสองชั่วโมง
เมื่อเริ่มปฏิบัติธรรม ก็มีพระมาสอน มีมัคคาทายกใหญ่ อาราธนาพระมาสอนให้ เริ่มตั้งแต่ เริ่มเดินจงกรม ท่านก็เปิดโค้ด เหมือนระหัส .ให้ ในการเรียนรู้ กายก็เดินจงกรม มือประสานที่เหนือสะดือ ตามองที่เส้นที่กำหนอกไว้ ด้วยเทปเป็นทางเดิน แล้วเดินเหยียบไปบนเทบ นั้น เหมือนอุปโลกน์ว่า เป็นเส้นทางที่เรากำลังเดิน พายเรือทวนน้ำ
พระที่ท่านมาบรรยาย เสียงของท่านมีเรื่องราวของแสงธรรม เวลาเดืนจงกรม มีพระอเสขะ มาบอกว่า โยม .เอาวิญญาณหู จับเสียงของท่านให้ได้ เพื่อให้วิญญาณหูจับเสียงส่งให้จิต จ้ตส่งต่อลงไปที่ธาตุทั้งสี่ บันทึกเรื่องราว ที่ท่านสอน .ธรรม ให้ฝึกหัดปฏิบัติ .
กลับมาที่เรื่องราว.การพายเรือ .ทวนน้ำ . หัวเรือ คือ วิญญาณทั้งหกของเรา มีกระแสน้ำพัดมา ถูกหัวเรือ คือศีรษะ ที่มีตามีหู มีจมูก .เราสำรวมจิต ภาวนาพุทโธ หูก็ฟังเสียงของพระ .ฟังเสียงที่ท่านบรรยาย .เรื่องกระแสน้ำ ที่ไหลมาปะทะ ที่หัวเรือ มันมีแรงกดแรงดันอะไร อารมณ์นึกคิด อารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อพายเรือ ไปอยู่ในกระแสน้ำต่างๆ เหมือนชีวิตของเรา ที่ใช้ชีวิต เอาวิญญาณทั้งหก ไปกระแทก เอาต่กไปกระแทก รูปรสกลิ่นเสียง เจอะเจอเสียตำหนิติเตียน ด่าว่า ต่างๆ ลำเรือที่พายเป็นอย่างไร มันหนัก หัวเรือส่ายไปส่ายมา
เรื่องราวของอารมณ์นึกคิดต่างๆ ที่เราใช้ หรือเกิดขึ้น ในกายนั้น สติของเรา นั้นมันอ่อน กายนั้นก็อ่อน อ่อนจากบุญกุศลบารมี . พอมีอารมณ์นึกคิด เรื่องนั้นเรื่องนี้เกิด ..จิตเราก็ปล่อยเรือไปตามน้ำ ไม่อาจที่จะเรียนรู้ ดูกระแสน้ำ กระแสอารมณ์ที่ไหลลงที่หัวเรือ ก็ปล่อยเรือไปตามน้ำ ไม่สามรถฝืน พายเรือทวนน้ำ ไปหาท่าบุญกุศล ท่านบุญกุศลเป็นที่พักของจิตชั่วขณะหนึ่ง ที่เค้าเรียกว่า มีกายเป็นเทพยดาอินทร์พรหม .. เรื่องวิชชาพายเรือทวนน้ำ .นั้นพระท่านบอกว่า ยากที่ ที่จะเอามาสอนให้ได้
บางที่เรานั้นก็ชวนน้องข้างไปเรียน วิชาพายเรือทวนน้ำ ทวนกระแสอารมณ์กรรมต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครเค้าสนใจ เราก็ดูๆ เค้าอยู่กับโลกเต็มตัว ก็ปล่อยเรือตามน้ำ ไม่ได้ใช้กายนี้มาเรียนรู้ ให้จิตเรียนรู้ .ไม่ใช่ให้กายเรียนรู้อยู่กับแค่กินแล้วนอนไปตามตัณหาราคะ มีอารมณ์นึกคิดต่างๆ เกิดขึ้นเหมือนสายน้ำที่ไหลมาที่หัวเรือ จิตเราก็ไม่รู้จัก สายน้ำนั้นไหบมาจากไหน มีเหตุมาจากไหน. ไม่รู้จักสายน้ำนั้นเลย
เมื่อมีแต่ปล่อยเรือไปตามน้ำ กระแสน้ำก็พัดเรือ ออกไปสู่ท้องทะเล ไปเจอะเจอคลื่นลม ในทะเล หรือ รอวันให้เรือคือกายนี้ ..อัปปาง จิตก็ต้องลงไปอยู่ใต้ท้องน้ำ เป็นเหยื่อของกุ้งหอนปูปลา กว่าจิตจะขึ้นจาดท้องทะเล ก็อาศัยเวลา ว่าเมื่อไหร่ จะขึ้นมามีกายเป็นมนุษย์ .
โฆษณา