25 ม.ค. เวลา 01:14 • ความคิดเห็น
EP. 1
สังคมไทยมี 8 ชนชั้นครับ
1
1. ชนชั้นเหนือกฎหมาย
นี่คือกลุ่มที่อยู่สูงสุดในโครงสร้าง สูงจนไม่ต้องอธิบายตัวตน พวกเขาเป็นอภิสิทธิ์ชนในอภิสิทธิ์ชน ที่มีอำนาจเหนือระบบกฎหมายและสถาบันทั้งปวง
ในยามเกิดวิกฤต พวกเขาจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการอพยพ
ในยามสงบ พวกเขาเป็นกลุ่มที่ถูกปกป้องจากทุกผลกระทบของสังคม
พวกเขาไม่จำเป็นต้องต่อแถว ไม่ต้องกรอกเอกสาร และไม่เคยถูกตรวจสอบ
สำหรับชนชั้นนี้ “รัฐ” คือเครื่องมือไม่ใช่ผู้ปกครอง และประชาชนคือทรัพยากร ไม่ใช่เพื่อนร่วมชาติ
1
2. ชนชั้นอภิสิทธิ์
กลุ่มนี้คือผู้ที่อยู่ในระดับ VIP ของสังคม
พวกเขาอาจเป็นนักการเมืองชั้นนำ ข้าราชการระดับสูง ทายาทตระกูล หรือเจ้าของทุนใหญ่
พวกเขาไม่อยู่เหนือกฎหมาย แต่ กฎหมายจะถูกออกแบบให้เอื้อพวกเขาเสมอ
1
พวกเขาได้รับสิทธิ์พิเศษที่ไม่จำเป็นต้องระบุในกฎหมาย
เช่น
การเข้าถึงทรัพยากรของรัฐก่อนใคร
การได้รับบริการที่ลื่นไหล กว่าประชาชนทั่วไป
การได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบด้วยข้ออ้างทางพิธีการ
ชนชั้นนี้คือตัวเชื่อมระหว่างอำนาจบนสุดกับโลกความจริงของประชาชน พวกเขาคือผู้จัดการผลประโยชน์ของประเทศในนาม “ระบบ” ครับ
1
3. ชนชั้นผู้มีอำนาจทางนโยบาย
กลุ่มนี้คือผู้บริหารประเทศในเชิงโครงสร้าง รัฐมนตรี ผู้บัญชาการ อธิบดี หรือผู้นำสถาบันสำคัญ
พวกเขาไม่จำเป็นต้องรวยที่สุด แต่ถือกุญแจที่ไขไปสู่การจัดสรรอำนาจและทรัพยากร
ในสังคมที่ทุกอย่างถูกล็อก พวกเขาคือ “คนเฝ้าประตู” ที่กำหนดว่าใครจะได้ผ่าน ใครจะต้องหยุด
ชนชั้นนี้อยู่ในจุดอันตราย เพราะหากขัดใจเบื้องบน จะถูกแทนที่ทันที แต่หากภักดี จะได้ทุกสิ่งที่คนทั่วไปไม่กล้าฝัน
1
4. ชนชั้นผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
กลุ่มนี้คือผู้ถือครองทุนรายใหญ่ บริษัทข้ามชาติ ตระกูลเศรษฐีรุ่นใหม่ เจ้าของสื่อ และผู้นำเศรษฐกิจสำคัญ
พวกเขาไม่ได้ต้องการอำนาจรัฐโดยตรง เพราะ เงินสามารถสร้างอำนาจได้อยู่แล้ว
ชนชั้นนี้คือกลุ่มที่ทำให้ “นโยบาย” กลายเป็น “ผลประโยชน์”
1
พวกเขาสามารถเปลี่ยนทิศทางของทั้งประเทศได้ด้วยการลงทุนเพียงครั้งเดียว
และเมื่อระบบเริ่มสั่นคลอน พวกเขาคือผู้ถือเชือกที่เลือกได้ว่าจะ “ตัด” หรือ “ผูก”
5. ชนชั้นกลางระดับสูง
นี่คือกลุ่มที่สร้างภาพลักษณ์ของความสำเร็จ
นักธุรกิจรุ่นใหม่ อินฟลูเอนเซอร์ระดับประเทศ ผู้บริหาร หรือคนที่เข้าถึงทุนได้โดยตรง พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีอำนาจ แต่มีพื้นที่สื่อ และ เสียงในสังคม
ชนชั้นนี้เป็นเหมือนฉากหน้า ทำให้ระบบดูมีความหวัง เพราะพวกเขาคือหลักฐานที่แสดงว่า คนธรรมดาก็ประสบความสำเร็จได้ ทั้งที่ในความจริง เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยประตูปิดที่เปิดเฉพาะคนมีต้นทุน
1
6. ชนชั้นกลางทั่วไป
คือผู้ทำงานหนักเพื่อรักษาชีวิตให้อยู่รอดและดูดีในเวลาเดียวกัน
ทำงานหาเงิน จ่ายหนี้ ซื้อบ้าน ซื้อรถ และรักษาภาพลักษณ์ว่าตนเองว่า “ไม่จน”
พวกเขาเป็นแรงขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจ แต่ความจริงอันขมคือ พวกเขาไม่ได้ทำงานเพื่ออิสระ แต่เพื่อผ่อนอิสระ
ระบบทำให้พวกเขาเชื่อว่าความเหนื่อยคือเกียรติ และการพยายามจนหมดแรงคือทางสู่ความสำเร็จ ทั้งที่เส้นชัยไม่มีอยู่จริง
1
7. ชนชั้นแรงงานและคนชายขอบ
นี่คือกระดูกสันหลังของประเทศ
แรงงานก่อสร้าง แม่บ้าน คนขับรถ คนขายของริมถนน พนักงานบริการ
พวกเขาเป็นคนที่ทำให้สังคมดำเนินไปได้ แต่กลับถูกมองว่า “ไม่มีค่า”
1
ชนชั้นนี้ถูกจำกัดด้วยค่าแรงต่ำและโอกาสทางการศึกษาที่น้อย ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถ แต่เพราะระบบไม่เคยตั้งใจจะให้พวกเขาหลุดพ้น
ในยามวิกฤต พวกเขาคือคนแรกที่ตกงาน
1
ในยามเศรษฐกิจฟื้น พวกเขาคือคนสุดท้ายที่ได้ผลตอบแทน
1
8. ชนชั้นใต้สุด ผู้ถูกลืม
นี่คือชนชั้นที่ถูกผลักออกจากระบบโดยสิ้นเชิง คนไร้บ้าน คนไร้สัญชาติ คนแก่ที่ไม่มีครอบครัว เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา
1
พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะ “เรียกร้องสิทธิ์” เพราะไม่มีใครฟัง
พวกเขาไม่ได้อยู่นอกสังคม แต่สังคมต่างหากที่ผลักพวกเขาออกไป เป็นเงาที่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์ เป็นคนที่ตายไปโดยไม่มีข่าว และมีชีวิตโดยไม่มีตัวตน
เส้นแบ่งแท้จริงของ 8 ชนชั้น
ไม่ใช่ความรวยหรือจน
แต่คือ “ระยะทางระหว่างการมีสิทธิ์กับการมีชีวิต”
ชนชั้นบนสุดมีสิทธิ์เหนือชีวิตคนอื่น
ชนชั้นกลางมีสิทธิ์เพียงพอจะฝัน
ชนชั้นล่างมีสิทธิ์แค่จะอยู่
และชนชั้นใต้สุด…ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝัน
สำหรับผม อยู่ชนชั้นระดับที่ 7 และเกือบจะเป็นระดับที่ 8 แล้ว โชคดีที่ผมมีที่แปลงเล็กๆที่แม่สร้างห้องเก็บของไว้ให้ ผมจึงย้ายมาอยู่ และทำเป็นห้องนอน ชีวิตผมไม่มีประกันสังคม หาเงินจากการรับจ้างทั่วไป มีที่ปลูกผักไปขายที่ตลาดในบางครั้ง และนานๆก็มีอินเตอร์เน็ตให้เล่น
โฆษณา