25 ม.ค. เวลา 01:16 • ความคิดเห็น
EP. 2
การเคลื่อนระหว่าง 8 ชนชั้น
1
ระบบไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้เราปีนขึ้น แต่เพื่อให้เรารู้สึกว่ากำลังปีนอยู่ตลอดเวลา
1. กลไกแห่งมายา
ทำให้ทุกคนเชื่อว่ามีบันได ทุกระบบที่มีชนชั้น จะต้องมี ตำนานแห่งความหวัง
ในสังคมไทย มันถูกเรียกว่า ขยันแล้วได้ดี หรือ เรียนสูงแล้วไม่จน
นี่คือกลไกที่สำคัญที่สุดของชนชั้นบน เพราะตราบใดที่ชนชั้นล่างและชนชั้นกลางเชื่อว่าพวกเขายังสามารถ “ขยับขึ้น” ได้ ระบบจะไม่ต้องใช้ความรุนแรงเลยแม้แต่น้อย
1
ความหวังกลายเป็นเครื่องมือในการควบคุมโดยไม่ต้องออกคำสั่ง
1
แต่ความจริงคือ ประตูที่เปิดให้ปีนขึ้นไปนั้น มีอยู่จริงเพียงไม่กี่บาน และทุกบานถูกเฝ้าโดยคนที่ตัดสินใจได้ว่าจะให้ใครผ่าน
1
2. การเคลื่อนจากล่างขึ้นบน
เส้นทางที่แทบไม่มีอยู่จริง
ในทางทฤษฎี คนจากชนชั้น 6–8 สามารถขยับขึ้นได้ แต่ในทางปฏิบัติ ต้องอาศัยเงื่อนไขที่แทบเป็นไปไม่ได้ เช่น
ต้องมีทุนการศึกษาที่ได้จากระบบที่พวกเขาเข้าไม่ถึง ต้องมี “สายสัมพันธ์” ที่เชื่อมต่อกับคนในชนชั้น 3–5 ต้องมีโอกาสผิดธรรมดาที่เกิดขึ้นแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิต
คนที่หลุดขึ้นมาได้จึงกลายเป็น
“ข้อพิสูจน์จอมปลอม”
เพื่อใช้ยืนยันกับสังคมว่า
เห็นไหม ระบบนี้ยุติธรรม
ทั้งที่ความจริง นั่นไม่ใช่ช่องทางของทุกคน แต่เป็น “ช่องโชคชะตา” ที่ระบบอนุญาตให้มีไว้เพื่อรักษาความเชื่อ
3. การเคลื่อนจากบนลงล่าง
มีจริงแต่หายจากสายตา
ตรงกันข้าม คนจากชนชั้นบนที่ “ตกลงมา” มักจะหายไปจากข่าว หรือตกลงมาไม่ถึงพื้นจริง
พวกเขามีตาข่ายรองรับ มีระบบประกันภัยของอภิสิทธิ์ มีทุนสำรองและเครือข่ายค้ำจุน
ดังนั้น “การตกลงมา” ของชนชั้นบนจึงเป็นเพียงการเลื่อนชั้นชั่วคราว ไม่ใช่การสูญสิ้น
ระบบนี้จึงไม่สมดุลโดยธรรมชาติ ด้านบนมีลิฟต์ฉุกเฉิน ส่วนด้านล่างมีแต่บันไดที่หัก
4. การกักกันความทะเยอทะยาน
ชนชั้นกลางถูกหล่อหลอมให้เชื่อในการพัฒนาแบบส่วนตัว ว่าเพียงแค่ตนเองประสบความสำเร็จ ก็เพียงพอแล้ว
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาไม่มองว่าระบบมีปัญหา
แต่กลับโทษคนที่อยู่ล่างกว่าว่าไม่พยายามพอ ความทะเยอทะยานจึงถูกแปรสภาพจากพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ให้กลายเป็นพลังแห่งการรักษาระบบ
คนที่พยายามไต่ขึ้นจึงมักไม่คิดจะทุบเพดาน แต่พยายาม ปีนไปอยู่ใต้เพดานอย่างสง่างาม
5. กำแพงที่มองไม่เห็น
ในทุกประเทศ มักจะมีสิ่งที่เรียกว่า เส้นกั้นทางชนชั้น
แต่ในสังคมไทย เส้นนี้ไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แต่อยู่ในความเชื่อทางวัฒนธรรมครับ
เราถูกสอนให้เคารพคนที่อยู่เหนือกว่า
จนสุดท้ายเราไม่รู้ตัวว่าเรากำลัง ยอมจำนนด้วยศรัทธา
1
นั่นคือกำแพงที่แข็งแรงที่สุด เพราะมันอยู่ในหัวใจ คุณไม่สามารถปีนข้ามสิ่งที่คุณเคารพเกินกว่าจะไปต่อสู้ด้วยได้
6. กลไกสื่อและภาพลักษณ์
เครื่องมือกล่อมชั้นล่าง
สื่อในสังคมทำหน้าที่ “ผลิตภาพฝัน”
ซีรีส์เรียลิตี้ โฆษณา หรือเรื่องราวความสำเร็จ ถูกใช้เพื่อบอกกับคนชั้นล่างว่า...
“ถ้าขยันอีกนิด คุณก็จะมีแบบนี้”
แต่สิ่งที่ไม่เคยบอกคือ
คนที่ได้แบบนั้น มีโอกาสเพียงไม่กี่ในหมื่น
และระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนได้ดีพร้อมกัน เพราะถ้าทุกคนขึ้นพร้อมกัน โครงสร้างบนสุดจะสูญเสียแรงงานที่แบกรองไว้ทั้งหมด
7. ชนชั้นที่ถูกปิดล้อมทางสังคม
คนจากชนชั้นล่างและชนชั้นใต้สุดไม่ได้ถูกปิดกั้นด้วยกำแพงทางเศรษฐกิจเท่านั้น
แต่ยังถูกตัดสิทธิ์ทาง “วัฒนธรรมการพูด”
เมื่อคนจนพูดเรื่องความไม่เท่าเทียม เขาจะถูกกล่าวหาว่า “อิจฉา”
1
เมื่อพูดเรื่องโอกาส เขาจะถูกบอกว่า...
“โลกไม่ยุติธรรมกับทุกคนหรอก”
1
นี่คือการปิดปากเชิงโครงสร้าง ทำให้พวกเขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะบ่นถึงความอยุติธรรม เพราะระบบได้ฝังคำว่า อย่าบ่นเลย เดี๋ยวไม่มีใครจ้าง ไว้ในจิตสำนึกของพวกเขาแล้ว
8. ความเคลื่อนไหวที่แท้จริง
มีเพียงกลุ่มเดียวที่เคลื่อนที่ได้อย่างแท้จริงในระบบนี้ คือชนชั้น 2 ถึง 4
พวกเขาสลับตำแหน่งกันได้โดยไม่กระทบโครงสร้าง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงในระดับนี้ ไม่ได้ทำให้ระบบสั่นคลอน แต่ทำให้ระบบดูเหมือนมีชีวิต
ส่วนชนชั้น 1 อยู่เหนือทุกอย่าง
ชนชั้น 5–8 อยู่ใต้ระบบ
และทั้งหมดนี้คือเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนประเทศในความนิ่งที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวจอมปลอม
ระบบไม่ได้อยากให้เราจนหรือรวย แต่อยากให้เรา “อยู่ในตำแหน่งของเรา” เพราะเมื่อทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกออกแบบไว้ ระบบจะดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยไม่ต้องใช้กำลัง เราจะเชื่อว่าเรากำลังปีน ทั้งที่จริงๆเราแค่เดินอยู่ในลู่วิ่ง
โฆษณา