Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
INVESTMENT Memooo
•
ติดตาม
25 ม.ค. เวลา 10:48 • หุ้น & เศรษฐกิจ
แนวคิดEfficient Markets ตลาดมีประสิทธิภาพ - ต่อการคิดกับอุตสาหกรรมที่แนวโน้มดูดีกับที่ดูแย่
>> [สุมมิตว่าทฤษฎีนี้เป้นจริง] ถ้าในช่วงไหนหรือในตลาดไหนที่แนวคิดนี้เป็นความจริง ดังนั้นแปลว่า
- การที่อุตสาหกรรมไหนมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ไม่ดีในระยะยาวและดูท่าว่าจะไม่เติบโตด้วย = (ตามทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพ) มันก็ไม่ได้หมายความว่า หุ้นในอุตสาหกรรมนั้นมันจะให้ผลตอบแทนด้อยกว่าตลาดเฉลี่ยนะ
- เพราะทฤษฎีมันจะบอกว่า แนวโน้มที่แย่มันถูกสะท้อนไปในราคาตลาดตอนนั้นที่ต่ำๆไปแล้ว ทำให้ผลตอบแทนมันก็ยังmaintainได้แม้แนวโน้มผลประกอบการมันจะแย่ระยะยาวก็ตาม
- ดังนั้นถ้าจะให้พูดแบบห้วนๆ(แบบไม่ละเอียดอ่อนๆไม่ลึกซึ้งเลย) นั่นแปลว่า การซื้อหุ้น facebook, google, amazon มันก็ไม่ต่างกับซื้อหุ้นไทยเลยก็ได้ cpall hmpro ptt tkn อื่นๆ [เพราะราคาตลาดมันสะท้อนแนวโน้มทุกอย่างไว้หมดแล้วไง ตามทฤษฎี]
>> [แต่ในความเป็นจริง ระดับmastermindคุยกัน] เราเอาแนวคิดทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพมาเป็นcautionในความคิดเราก็ได้
- คือแปลว่า อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มมดีมากๆ น่าตื่นตาตื่นใจมาก ดูที่จะเติบโตต่อไม่หยุด = มันก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นในอุตสาหกรรมนั้นจะให้มตอบแทนดีกว่าตลาดได้เสมอไปแน่นอนแบบนั้นนั่นเอง เพราะราคาตลาดมันก็สะท้อนข้อมูลแนวโน้มที่ดีเติบโตต่างๆไว้ย่างเต็มเปี่ยมแล้ว(ในช่วงเวลานั้นๆ)
**[โดยมีสมมุติฐานว่า] ในความเป็นจริง ในบางตลาดและบางAsset Class(หรือจะเฉพาะเจาะจงสินทรัพย์ตัวนึงๆเลย) ความมีประสิทธิภาพมันอาจจะวิ่งไปมาระหว่าง"เข้าใกล้มีประสิทธิภาพสูง" ไป "ไม่มีประสิทธิภาพ"
= เราถึงเอาแนวคิดนี้มาเป็นCautionในความคิดได้อย่างมีเหตุผล เพราะถ้าในเวลาไหนที่ผู้เล่นในตลาดเข้าใกล้มีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นก็ต้องระวังไว้ว่าแนวโน้มสิ่งที่ดูดีในภาพอนาคตที่เราคิด(หรือได้รับได้ฟังมา)มันก็สะท้อนอยู๋ในราคาหมดแล้ว[หรือเปล่า???] อาจจะทำให้ผลตอบแทนในอนาคตของAssetที่ดูดีสุดๆในตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยตลาดอย่างที่ทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพบอกไว้ก็ได้ไหม??
>> แต่อย่างที่นักลงทุนระดับโลกจริงๆบอกกันไว้หลายคนว่า Efficient Market Hypothesis มันเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์การเงินที่ไม่สมบูรณ์ (บางคนอาจจะถึงขึ้นบอกว่ามันไร้สาระ) เราก็คงไม่ต้องไปเชื่อทางวิชาการอะไรเยอะขนาดนั้น แค่รู้ไว่เป็นMental Model ให้เราระวังความคิดเราก็พอ
- ซึ่งทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ถ้าตัดสินแบบเชิงวิทยศาสตร์มันก็ไม่สมบูรณ์เกือบจะทุกทฤษฎีแหละ เพราะไอสไตเคยบอกไว้ว่าถ้ากฏทางวิทยศาสตร์มันพิสูจออกมาแล้วถ้ามีแม้แต่สมมุติฐานข้อนึงมันใช้ไม่ได้จริง ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานของสมมุติฐานที่ว่านั้นก็ถือว่าใช้ไม่ได้ทั้งหมด
- ซึ่งเรื่องทางเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจมันเป็น ARTศิลป์ + SCIENCEวิทยศาสตร์ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าเศรฐกิจมันเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของมนุษย์
[ซึ่งKEYสำคัญคือ การตัดสินใจที่จะใช้จ่ายเงินของมนุษย์มันเกี่ยวข้องกับความคิด+มุมมอง+การคาดการณ์ต่างๆของมนุษย์]
ซึ่งความคิด/มุมมอง/การคาดการณ์ของมนุษย์มันคาดเดาไม่ได้ ไม่ไม่เหมือนเดิมในแต่ละช่วงเวลา ให้คน100คนได้รับข้อมูลเดียวกันทุกอย่าง เขาก็มีความคิด/มุมมอง/คาดการณ์ไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้จ่ายมันไม่มีหลักตายตัว ซึ่งความที่มันคาดเดาไม่ได้นี้มันทำให้เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นวิทยาศาสตร์โดยNatureมันเอง ซึ่งก็ส่งผลให้การทำคิดทฤษฎีModelทางเศรษฐศาสตร์แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความสมบูรณ์ คาดการณ์ได้อย่างPerfectนั่นเอง]
** แต่ย่อหน้าสุดท้ายนี้ อ่านแล้วไม่ต้องไปขุดคุ้ยทำความเข้าใจ เพราะไม่ทำให้การลงทุนดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว กลับจะทำให้เราหลงทสงKeyสำคัญของการที่ต้องfocusซะมากกว่า **
การลงทุน
หุ้น
การเงิน
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Big Money Thinks Small
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย