สำหรับแรงงานรุ่นใหม่ (อายุต่ำกว่า 35 ปี) สัดส่วนเงินส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้าสู่บัญชี OA เพื่อสนับสนุนการสร้างครอบครัวและการซื้อที่อยู่อาศัย. เมื่อสมาชิกมีอายุมากขึ้น สัดส่วนการจัดสรรจะขยับไปยังบัญชี SA และ MA มากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณและการดูแลสุขภาพที่มักจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในวัยชรา.
และถ้าจะบอกว่าสิงคโปร์ไม่เคยปรับปรุงรับกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลง ก็ต้องบอกเลยว่าคิดผิด สิงคโปร์มีการปรับปรุงบัญชีพิเศษให้กับผู้อายุ 55 ปีขึ้นไป (Special Account - SA) เงินในบัญชี SA จะถูกโอนไปยังบัญชี RA จนถึงระดับวงเงินเกษียณเต็มจำนวน (Full Retirement Sum - FRS) เพื่อสะสมไว้สำหรับการจ่ายบำนาญรายเดือน ส่วนเกินที่เหลือซึ่งสามารถถอนออกมาได้ตามความต้องการจะถูกโอนไปยังบัญชี OA ซึ่งได้รับดอกเบี้ย 2.5%
และหากสมาชิกต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น สมาชิกสามารถโอนเงินจากบัญชี OA กลับเข้าสู่บัญชี RA ได้จนถึงระดับวงเงินเกษียณเพิ่มพิเศษ (Enhanced Retirement Sum - ERS) ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุที่ก่อตัวมากขึ้นในสิงคโปร์
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีระบบ CareShield Life ให้เงินช่วยเหลือรายเดือนตลอดชีพแก่ผู้ที่ทุพพลภาพรุนแรง เพิ่มขึ้นจาก CPF แบบเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะและผู้ทุพพลภาพ สามารถรักษาตัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น