25 ม.ค. เวลา 15:08 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

คนกล้าท้าฝัน กว่าจะมาเป็นนักบิน F-16 ตาคลี

"ปกป้องฟ้ากว้างใหญ่ ด้วยใจองอาจ
ขอประกาศศักยภาพเหนือขอบฟ้า
ด้วยใจพร้อมไม่หวั่น ทะยานฟันฝ่า
เราผู้ครองฟ้า เราเป็นหนึ่ง"
เนื้อเพลง : ศักยภาพเหนือขอบฟ้า
ศิลปิน : พี่มิคกี้ ปิยะวัฒน์ เปี่ยมเบี้ย
"กำลังในอากาศเป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว
ที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้ ทั้งยังเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปกติ”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน นับตั้งแต่ที่กองทัพอากาศไทยก่อตั้งมาเรามีเครื่องบินขับไล่ประจำการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เรามีทั้งซื้อมาใช้และผลิตเองจนใครๆต่างก็ชมว่าเราเป็นผู้นำในด้านการผลิตอากาศยาน แต่ทว่ากลายเป็นอดีตไปเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น ทำให้ส่วนใหญ่กองทัพอากาศไทยเน้นจัดหาเครื่องบินขับไล่จากต่างประเทศสืบเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงในสมัยนััน
เมื่อผลิตเครื่องบินรบเองไม่ได้จึงทำให้ต้องนำเข้าเครื่องบินรบจากอเมริกามาใช้เป็นจำพวกใบพัดบ้าง ไอพ่นบ้างหรือเฮลิคอปเตอร์บ้าง แต่ในโชคร้ายกลับมีโชคดีเมื่อโครงการ PEACE NARESUAN เกิดขึ้น ทำให้กองทัพอากาศไทยมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 ประจำการมาตั้งแต่พ.ศ.2531 ณ ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช จนกระทั่งมาปีพ.ศ.2538 ก็มีการมาถึงของจงอางเวหา F-16 ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
F-16 ฝูงบิน 403 ลายครบรอบ 30 ปี Cope Tiger
วันที่ 10 มกราคมพ.ศ.2569 ที่กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เด็กๆและผู้ปกครองต่างพากันชมเครื่องบินที่จอดตั้งแสดงบินโชว์เช่นเครื่องบินลำเลียง BT-67 เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50 อีกทั้งยังมีเครื่องบินขับไล่ F-16 มาบินให้ชมด้วย
และแล้วเวลาที่เด็กๆรอคอยก็มาถึงเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์พร้อมกับการแบกถังน้ำมัน 2 ถังใหญ่ๆใต้ปีกบินมาปรากฎตัว ณ บัดนี้เสียงไอพ่นจากเครื่องบิน F-16 ได้แผดคำรามกึกก้องเหนือฐานบินแห่งเมืองสองแควเป็นสัญญาณของความพร้อมที่บ่งบอกว่าฝูงบิน 403 "Cobra" จะทำหน้าที่ต่อไปจนวินาทีสุดท้าย
นี่ไม่ใช่แค่ฝูงบินรบระดับพระกาฬที่รับผิดชอบภารกิจ Quick Reaction Alert (QRA) ซึ่งการเตรียมพร้อมบินสกัดกั้นด่วนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องน่านฟ้าไทยจากการรุกล้ำอธิปไตยในทุกรูปแบบ หรือแม้กระทั่งการทิ้งไข่เหล็กใส่กองกำลังภาคพื้นฝ่ายตรงข้าม แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกองทัพอากาศในอนาคต
เครื่องบินขับไล่ F-16 ลำที่บินโชว์นี้ไม่ได้มีความพิเศษตรงที่แพนหางดิ่งทำสีพิเศษในวาระครบรอบ 30 ปีการประจำการของเหยี่ยวพิฆาตใรถิ่นจงอาง แต่ยังเป็นเขี้ยวเล็บที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศไทยในการปกป้องพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก
ปัจจุบันฝูงบิน 403 เป็นฝูงบินแรกและฝูงบินเดียวที่ใช้งานกระเปาะชี้เป้า Sniper ร่วมกับ F-16
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูคุ้นตา แต่ภายในถูกอัปเกรดตามโครงการ "MLU" (Mid-Life Update) จนมีสมรรถนะเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ในปัจจุบัน นักบินที่ทำการบินนี้ต้องบังคับเครื่องจักรสังหารที่มีระบบเรดาร์ตรวจจับไกลเกือบ 300 กิโลเมตร สวมหมวกนักบิน JHMCS ที่สามารถล็อคเป้าหมายได้เพียงแค่การมอง และเผชิญกับแรงเหวี่ยงมหาศาลถึง 9G ซึ่งหนักหน่วงจนเลือดในร่างกายจะไหลไปกองอยู่ที่ปลายเท้าหากไม่มีชุด G-suit และการฝึกฝนที่ถูกต้อง
แต่ก่อนที่จะได้ก้าวเข้ามานั่งใน Cockpit F-16 ฝูงบิน 403 ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ เส้นทางของคนกล้าเริ่มต้นขึ้นจากจุดที่เล็กที่สุด ย้อนกลับไปที่จุดกำเนิด ณ โรงเรียนเตรียมทหารที่นี่ไม่ใช่แค่ศูนย์รวมวัยรุ่นชายเท่านั้นแต่ยังเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นเส้นทางทหารอาชีพ ชายหนุ่มที่จะได้เป็นทหารสามารถเลือกได้ว่าคุณจะเป็นทหารราบ คุณจะเป็นทหารรบพิเศษ คุณจะเป็นหน่วยซีล หรือคุณจะเป็นนักบิน F-16
ที่นี่จะให้คุณเลือกเองได้ตามที่คุณต้องการผ่านการสอบข้อเขียนและทดสอบร่างกาย ในโรงเรียนแห่งนี้จะมีการแยกเหล่าทั้งทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ เมื่อคุณเลือเหล่าอากาศสถานีต่อไปที่รอคอยนั่นคือโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ที่นี่เป็นสถานที่บ่มเพาะสุภาพบุรุษนักรบเวหา เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในแต่ละปีมีเยาวชนที่มีความฝันอยากพิชิตท้องฟ้ากว่า 7,000 คน เข้ามาสมัคร แต่คุณจะเป็นเพียง 1 ใน 130 คน เท่านั้นที่ได้รับคัดเลือก ผู้ที่จะผ่านด่านแรกต้องมีทั้งผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมีเกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไปในกลุ่มโควตาเรียนดี และสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเกินมาตรฐาน
F-16MLU มาบินโฉบวันเด็กพิดโลก 69
ภายในรั้วโรงเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนไม่ได้เรียนแค่การบิน แต่ต้องเน้นหนักในวิชา วิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจถึงหลักฟิสิกส์และการจัดการพลังงานของการบิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเอาชนะในศึกสงครามทางอากาศ นอกจากนี้ยังต้องฝึกฝนภายใต้ระบบ LDM (Leadership Development Model) เพื่อสร้างทักษะการตัดสินใจในภาวะวิกฤตและความเป็นผู้นำตั้งแต่วันแรกที่ย่างกรายเข้ามา
ก่อนที่จะได้สัมผัสเครื่องบินรบของจริง คุณจะต้องผ่านการฝึกกับเครื่อง Flight Simulator ระบบจำลองการบินเสมือนจริงที่สามารถจำลองสภาพอากาศและสถานการณ์รบได้ทุกรูปแบบ เมื่อผ่านการฝึกที่โรงเรียนนายเรืออากาศ ศิษย์การบินที่ไปเยือนโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จะต้องเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียนล้วไปทำภาคปฏิบัติต่อนั่นคือการเก็บชั่วโมงบินกับเครื่องบินฝึกใบพัดขนาดเล็กเพื่อสร้างความคุ้นเคยเบื้องต้น
หลังจากที่คุณย้ายมาที่ตาคลีแล้ว ก้าวแรกที่คุณจะได้สัมผัสกับความเร็วสูงเป็นเครื่องบินขับไล่และฝึกจากเกาหลีใต้อย่าง T-50TH เป็นเวลา 6 เดือน เมื่อจบการศึกษาแล้วจะก้าวเข้าสู่ฝูงบินใหม่ที่รอคอยนั่นคือฝูงบิน 403 "Cobra" ณ กองบิน 4 ตาคลี
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือนวัตกรรมทางทหารสุดล้ำสมัยจากยุคสงครามเย็นที่พร้อมจะขึ้นบินรบทางอากาศกับเครื่องบินรบฝ่ายตรงข้าม โดยเครื่องบินคู่ใจแบบใหม่ที่นักบินไทยจะได้ลองเป็นเครื่องบินที่ใครๆก็รู้จัก นี่คือเครื่องบินขับไล่ F-16MLU ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นอากาศยานที่ออกแบบมาเพื่อการรบทางอากาศและทิ้งระเบิด มากกว่าแค่การขับบินโชว์ในงานสำคัญของกองทัพอากาศ
เมื่อเทคโนโลยีทางการทหารก้าวไปไกล กองทัพอากาศไทยได้ดำเนินโครงการ Mid-Life Upgrade (MLU) เพื่อยกระดับเครื่องบินขับไล่ F-16A/B รุ่นเก่ายุคสงครามเย็นให้มีขีดความสามารถเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 การอัปเกรดนี้ดำเนินการโดยฝีมือคนไทย ณ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (Thai Aviation Industries Co.,Ltd. : TAI)
ในงานวันเด็กพ.ศ.2569 ที่กองบิน 46 ปีนี้ F-16MLU ที่บินโชว์ให้ดูไม่ใช่แค่เครื่องบินขับไล่ยุคสงครามเย็น มันเป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นอัพเกรด อย่างไรก็ตามเครื่องบินแบบดังกล่าวยังคงคุณลักษณะเดิมนั่นคือความคล่องตัวและการมีระบบควบคุมการบินสมัยใหม่มาแทนแบบเข็มและเครื่องวัดสุดคลาสสิค ซึ่งเป็นสไตล์ของเครื่องบินรบยุคสงครามเย็น เพื่อให้ได้เปรียบในการสู้รบทางอากาศระยะประชิด (Dogfight) รวมถึงการใช้ระเบิดที่แม่นยำต่อเป้าหมายภาคพื้น
F-16MLU ที่บินโชว์วัยเด็กกองบิน 46 พิษณุโลกปีนี้แม้จะมาแค่รอบเดียว แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าชมงานจำนวนไม่น้อย
ไม่เพียงเท่านี้การออกแบบที่ทำให้น่าทึ่งของ F-16 นั่นคือการเป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นแรกของโลกที่จงใจออกแบบให้ทำท่าทางการบินที่ทนแรงจีได้ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วและว่องไวที่สุดทั้งการบินผาดแผลงและการรบทางอากาศ โดยใช้ระบบ Fly-by-wire หรือคอมพิวเตอร์ควบคุมการบินในการบังคับแฟลบ แอร์เบรคและแพนหางเพื่อให้นักบินสะดวกสบายมากขึ้น
เครื่องบิน F-16MLU ฝูงบิน 403 สามารถรองรับแรงโน้มถ่วงได้สูงสุดถึง 9G เมื่อมาดูในห้องนักบินจะเห็นว่ามีการออกแบบให้เก้าอี้นักบินเอนไปด้านหลัง 30 องศา เพื่อช่วยให้นักบิน F-16 ทนต่อแรงกดทับขณะเลี้ยวด้วยความเร็วสูงได้ดีขึ้นและป้องกันเลือดไม่ไปกองที่ปลายเท้าจนหมดสติ
อีกทั้งยังมีคันบังคับ Side-stick ที่ไม่เหมือนเครื่องบินแบบใดๆในกองทัพอากาศไทย เมื่อเทียบกับเครื่องบินรบยุคเก่าในกองทัพอากาศไทยที่คันบังคับอยู่ตรงกลาง F-16MLU ใช้คันบังคับด้านขวามือที่ใช้สามารถเปลี่ยนโหมดได้ท้้งการรบทางอากาศและการรบทางภาคพื้นด้วยคันบังคับชนิดนี้ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักบินควบคุมเครื่องได้คล่องตัวและเหนือกว่าเครื่องบินแบบอื่นๆในการบิน Dog Fight แม้ในขณะที่ร่างกายถูกแรง G กดทับอย่างหนัก
F-16MLU มีฝาครอบห้องนักบินแบบชิ้นเดียวไร้โครงสร้างบดบัง ฝาครอบห้องนักบินมีรูปทรงหยดน้ำตา สามารถมองเห็นได้ 360 องศา จึงช่วยให้ได้เปรียบในการรบทางอากาศเมื่อนักบินหันหน้าไปเห็นเครื่องบินรบข้าศึกไล่จี้จากด้านหลัง นักบินจึงเลี้ยววงแคบกลับแล้วมาอยู่ข้างหลังเพื่อล็อคเป้าจึงทำให้ F-16 ไม่ตกเป็นเป้าในการรบทางอากาศ
ด้านใต้ของ F-16 จะมีช่องนำอากาศเข้าหรือ Air Intake จะมีการติดตั้งกระเปาะชี้เป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์แบบ Sniper ATP ที่ไพล่อนขวาใต้ช่องนำอากาศเข้า สำหรับกระเปาะชี้เป้า AN/AAQ-33 Sniper Advanced Targeting Pod ซึ่งเป็นระบบตรวจจับแบบ Passive ที่ไม่แพร่คลื่นเรดาร์ออกไป
นาวาอากาศตรีนราชัย ชเยมะ "IGNITE" นักบิน F-16 ตาคลี (ที่ยืนทางซ้ายในภาพ)
ระบบนี้ช่วยให้สามารถล็อคเป้าหมายได้ทั้งอาคาร สิ่งก่อสร้างทางทหาร รถถัง เรือรบ หรือแม้แต่เครื่องบินที่บินล้ำน่านฟ้าได้โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัว สิ่งนี้ถือภัยเงียบต่อเครื่องบินที่บินล้ำน่านฟ้าไทยว่าเมื่อใดที่กองทัพอากาศไทยใช้งาน F-16MLU พร้อม SNIPER POD เมื่อนั้นเครื่องบินข้าศึกจะต้องรีบหันหัวหนีทันที
นอกจากการรับมือภัยคุกคามทางอากาศแล้ว F-16MLU มีการใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ให้มีความสามารถในการทำลายเป้าหมายได้ทันทีด้วย ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น หรือแม้แต่ระเบิดนำวิถีสมัยใหม่ได้ โดยจะเห็นได้จากการใช้งานระเบิดจริงในสงครามไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ.2569
มี Data Link ที่ใช้ตามกองทัพอากาศสหรัฐฯและชาติเนโต้อย่าง Link 16 ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time ที่ทำให้นักบินสามารถแลกเปลี่ยนภาพสถานการณ์รบกับรถถัง เรือรบ เครื่องบินแบบอื่นๆและกองบัญชาการได้ทันทีในยามสงคราม
มีการติดตั้งเรดาร์ใหม่รุ่น AN/APG-68(V)9 ที่ตรวจจับเป้าหมายได้ไกลเกือบ 300 กิโลเมตร พร้อมหมวกนักบินติดศูนย์เล็ง JHMCS ซึ่งช่วยให้นักบินล็อคเป้าหมายได้เพียงแค่การไปมอง ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศที่ยิงออกไปก็ชนเครื่องบินรบข้าศึกร่วงเปรียบได้กับการหาข้อมูลด้วยการถาม AI จนได้คำตอบที่แม่นยำ
อีกทั้งยังมีระบบ Data Link แบบ Link 16 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรบยุคใหม่ที่ใช้เครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time แถมยังรองรับอาวุธสมัยใหม่เช่น จรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM ที่มีระยะยิงนอกสายตาและระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์
F-16 ตาคลีจะทำการบินต่อไปถึงพ.ศ.2580
เหยี่ยวพิฆาตฝูงตาคลีนี้มีปืนใหญ่อากาศขนาด 20 ม.ม. แบบ M61A1 หลายลำกล้องอยู่ 1 กระบอกติดตั้งอยู่ด้านซ้ายของลำตัว นอกจากนั้นแล้วที่ใต้ปีกทั้งสองข้าง รวมทั้งใต้ลำตัวด้วยจะมีจุดที่ติดอาวุธได้ 7 ตำแหน่ง
ซึ่งจะสามารถบรรทุกต่างๆได้แล้วแต่ภารกิจที่เหินฟ้าขึ้นไปเช่น บรรทุกระเบิดได้น้ำหนักรวมประมาณ 15,000 ปอนด์ เพื่อไปโจมตีเป้าหมายที่ภาคพื้นดิน แต่ถ้าจะทำการบินสกัดกั้นหรือทำการรบทางอากาศก็จะติดตั้งอาวุธจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบ AIM-9L "Sidewinder” หรือ AIM-120 AMRAAM ได้ 6 นัด
อีกหนึ่งหมัดเด็ดที่ร้อนแรง แรงฤทธิ์จากใต้ปีกของ F-16MLU นั่นคือระเบิดร่อนนำวิถี KGGB (Korean GPS Guided Bomb) ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้รับมอบชุดระเบิดร่อนนำวิถีแบบ KGGB ซึ่งเป็นชุดนำวิถีที่พัฒนาโดยเกาหลีใต้ หลักการทำงานของ KGGB อาวุธชนิดนี้คือชุดนำวิถีที่มีระบบ GPS และ INS (Inertial Navigation System) ซึ่งนำไปติดตั้งกับระเบิดทั่วไปขนาด 500 ปอนด์ เช่น Mk.82 เพื่อเปลี่ยนให้เป็นระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูง
ระบบ INS ยังช่วยนำทางได้แม้ในสภาพที่สัญญาณ GPS ถูกรบกวน
มีระยะโจมตีไกลสูงสุดกว่า 100 กิโลเมตร และมีระยะคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายต่ำกว่า 3 เมตร อาวุธนี้ช่วยให้ F-16MLU สามารถโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินได้จากระยะไกล โดยไม่ต้องบินเข้าใกล้รัศมีการยิงของขีปนาวุธปล่อยจากพื้นสู่อากาศของฝ่ายตรงข้าม
สำหรับภารกิจหลักของเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีคือบินขับไล่เครื่องบินข้าศึกและการเป็นหน่วยบิน Quick Reaction Alert (QRA) หรือหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วเพื่อปกป้องน่านฟ้าไทยตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเครื่องบินเพียง 2 ลำ ซึ่งการสกัดกั้นแบบรวดเร็วจะเกิดขึ้นได้เมื่อระบบเรดาร์ตรวจพบอากาศยานไม่ทราบฝ่ายหรือมีแนวโน้มเป็นภัยคุกคามล้ำเขตแดน นักบินต้องเตรียมพร้อมบินขึ้นภายในเวลาเพียง 5 นาที เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบและขีดเส้นน่านฟ้าไม่ให้ใครล่วงล้ำ
F-16MLU ขณะร่อนลงจอดช่วงฝึก Cope Tiger 2025
ที่ผ่านมา F-16 จากกองบิน 4 ตาคลีได้รับภารกิจบินสกัดกั้นอากาศยานทางการทหารจากเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกอย่าง MiG-29 และ K-8 รวมถึงโดรนตรวจการณ์บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้รุกล้ำได้รับทราบว่าไทยพร้อมรักษาอธิปไตยอย่างเด็ดขาด ซึ่งในการรบทางอากาศจะมี Iris-T และ AIM-9L/M ซึ่งเป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศนำวิถีพิสัยใกล้ที่มีความคล่องตัวสูงมากสำหรับการรบทางอากาศระยะประชิดโดยจะติดตั้งที่ปลายปีกทั้ง 2 ข้าง
การปฏิบัติการของฝูงบิน 403 "Cobra" ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตั้งรับในประเทศ แต่ขยายขีดความสามารถไปถึงการรุกที่แม่นยำและรุนแรงเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามโดยเฉพาะการกำจัดเป้าหมายทางทหารมากกว่าโจมตีพลเรือน นี่คือหลักฐานที่กองทัพอากาศไทยไม่สามารถโกหกได้ เพราะเราไปรบนอกประเทศมาจริง
แน่นอนว่า F-16MLU ของฝูงบิน 403 ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องบินขับไล่ Multi-role ที่สมบูรณ์แบบ สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายทั้งการรบทางอากาศและการโจมตีภาคพื้นดิน ด้วยการใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์สมัยใหม่ทำให้การโจมตีมีค่าความผิดพลาดเพียงไม่กี่ฟุต นักบินสามารถทำลายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เช่น คลังแสงใต้ดิน ค่ายทหารหรือโครงสร้างอาคารที่ถึก อึด ทนต่อปืนใหญ่ทหารไทยโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือนรอบข้าง
ในภารกิจที่ต้องการทำลายพื้นที่เป็นวงกว้าง F-16MLU สามารถบรรทุกระเบิดได้จำนวนมากสูงสุดถึง 12 ลูกในบางภารกิจ เช่น ระเบิดขนาด 500 ปอนด์ หรือ 2,000 ปอนด์ทั้ง 2 หรือ 4 ลูกใต้ปีกทั้ง 2 ข้างเพื่อถล่มฐานที่มั่นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำลายถนนหรือคลังน้ำมันของข้าศึก
ปัจจุบันกองทัพอากาศไทยมีแผนการปรับปรุงฝูงบินขับไล่ตามสมุดปกขาว (White Paper) ซึ่งส่งผลให้นักบิน F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชอาจมีย้ายมาที่ตาคลี เพราะเมื่อดูจากสถานะของฝูงบิน 103 "Lightning" ในปัจจุบันพบว่าเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 15OCU ของฝูงนี้มีอายุการใช้งานมานานกว่า 40 ปี และใกล้จะถึงกำหนดปลดประจำการปี พ.ศ. 2571
หาก F-16 ปลดที่โคราช นักบินบางนายจะย้ายมาที่ตาคลีเพื่อทำการบินรักษาชั่วโมงบินกับ F-16 ต่อไป
หากดูตามตามแผนพัฒนาสมุดปกขาวกองทัพอากาศจะเห็นชัดเจนว่ากองบิน 1 โคราช จะได้รับการทดแทนด้วยเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 อย่าง Gripen E/F ในฝูงบิน 102 ขณะที่ฝูงบิน 103 อาจไม่มีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่มาทดแทนในทันที ทำให้ในอนาคตกองบิน 1 อาจเหลือเพียงฝูงบินขับไล่หลักเพียงฝูงเดียว
ดังนั้นตาคลีจะไม่ใช่เพียงแค่บ้านหลังสุดท้ายของ F-16 เพราะจะมีการย้ายมาของนักบินฝูงบินสายฟ้าสีแดง เนื่องจาก F-16MLU ของ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี ได้รับการอัปเกรดโครงสร้างให้ใช้งานได้ถึงปีพ.ศ. 2580 ทำให้กองบิน 4 ตาคลี กลายเป็นศูนย์กลางของฝูงบิน F-16 ที่ทันสมัยที่สุดและมีความพร้อมรบเพียงแห่งเดียวของไทยในระยะยาว
ข้อมูลจำเพาะ F-16MLU กองทัพอากาศไทย
ประเภท : เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่นั่งเดี่ยว (Multirole fighter)
ภารกิจ : ปฏิบัติภารกิจขับไล่สกัดกั้นทุกกาลอากาศ โจมตี และลาดตระเวนทางอากาศ
มิติ
ปีกกาง : 9.8 เมตร
ความยาว : 4.8 เมตร
สูง : 4.8 เมตร
น้ำหนัก
น้ำหนักตัวเปล่า : 7,070 กิโลกรัม (15,586 ปอนด์)
น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด : 16,057 กิโลกรัม (35,400 ปอนด์)
บรรทุกอาวุธ : 5,443 กิโลกรัม (12,000 ปอนด์) ตำบลติดอาวุธภายนอกลำตัว 9 แห่ง
ระบบเรดาร์ : AN/APG-68
อุปกรณ์เดินอากาศ/โจมตี
กระเปาะสไนเปอร์ รูบิส และ แอตลิส II (ทอ.ไทย)
เครื่องยนต์ :
เทอร์โบแฟน เอฟ100พีดับเบิลยู220 ขนาดแรงขับ 29,000 ปอนด์ พร้อมสันดาปท้าย จำนวน 1 เครื่อง
สมรรถนะทางการบิน
ความเร็วสูงสุด : 2 มัค (2,124 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
เพดานบิน : 15,000 เมตร (50,000ft.)
บินไกลสุด
ไม่เติมเชื้อเพลิงในอากาศ : 1,500 กิโลเมตร (810 ไมล์ทะเล)
รัศมีรบ : 630 กิโลเมตร (340 ไมล์)
เมื่อบรรทุกอาวุธสูงสุด
ระบบอาวุธ
ปืนใหญ่อากาศ : เอ็ม 61 เอ 1 ขนาด 20 มิลลิเมตร 6 ลำกล้อง 1 กระบอก กระสุน 500 นัด
ระบบอาวุธอากาศ-สู่-อากาศ :
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยใกล้ เอไอเอ็ม 9 ไซด์ไวน์เดอร์
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศพิสัยปานกลาง
เอไอเอ็ม-120 แอมแรม
ระเบิดซีบียู, อาวุธปล่อยนำวิถีเอจีเอ็ม-65
มาเวอริค ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาดต่าง ๆ และระเบิดไม่นำวิถี
สถานะ : ปัจจุบันกองทัพอากาศไทยมีเอฟ-16 ประจำการจำนวน 18 ลำที่ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
F-16MLU อำลาน่านฟ้าพิษณุโลกเพื่อจะไปโชว์สร้างฝันแก่เด็กๆที่กองบินอื่นต่อ
แม้ F-16 แห่งถิ่นจงอางที่มาบินโชว์วันเด็กกลับตาคลีไปแล้วเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่เด็กๆที่เฝ้าจับตามองอาจไม่ได้ชื่นชมแค่ความสุดยอดทางการบินในวันนั้น แต่จะมีน้องๆสักกี่คนที่กล้าขึ้นไปบินปกป้องน่านฟ้าแบบพี่ๆนักบินฝูงบิน 403 ผู้ควบคุม F-16 ตัวเทพได้นั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์พวกเขาในการเปลี่ยนชีวิตจากพลเรือนไปสู่ทหารอาชีพก่อนที่จะถึงวันสุดท้ายของ F-16MLU สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Boon Rongket
ณภัทร รอดฤทธิ์
Sangworn Yomrat
Pennueng Sanguansin
NuerNava
Real Engineering
K.H.SIM
John de Winter
Sniper News
History World
Wang Hsiang
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
โฆษณา