Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Btwo
•
ติดตาม
27 ม.ค. เวลา 06:02 • สัตว์เลี้ยง
ขาหลังอ่อนแรงไม่ควรปล่อยผ่าน: 5 วิธีช่วยให้สุนัขยังเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย
1) ปรับพื้นที่ในบ้านให้ “เดินง่าย ลุกง่าย ไม่ล้ม”
สุนัขที่ขาหลังอ่อนแรงไม่ได้เจ็บแค่ร่างกาย แต่ยังเสียความมั่นใจทุกครั้งที่ลุก เดิน หรือเลี้ยวตัว พื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้ที่ลื่นอาจทำให้ล้มซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความกลัวสะสม เจ้าของควรเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่สุด เช่น ปูแผ่นกันลื่นในจุดที่สุนัขต้องเดินบ่อย ทำทางลาดแทนการขึ้นลงบันได ยกชามข้าวและน้ำให้สูงระดับอกเพื่อลดแรงกดที่ขาหลัง การปรับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ช่วยลดการบาดเจ็บซ้ำ และทำให้สุนัขยังคงเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเองในชีวิตประจำวัน
2) ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ลดภาระที่ขาหลังต้องรับ
น้ำหนักตัวที่มากเกินไปคือศัตรูเงียบของสุนัขขาหลังอ่อนแรง ทุกกิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นคือแรงกดที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อหลังบ้าน เจ้าของควรปรับปริมาณอาหารให้เหมาะกับกิจกรรมจริงของสุนัข เลี่ยงของว่างที่ให้พลังงานสูงโดยไม่จำเป็น และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ดูดซึมดี เมื่อสุนัขน้ำหนักลดลงอย่างเหมาะสม จะเห็นได้ชัดว่าการลุก เดิน และทรงตัวดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งยาเพิ่ม
3) ออกกำลังกายแบบ “เบาแต่สม่ำเสมอ” ไม่ฝืน ไม่หยุด
หลายคนเข้าใจผิดว่าพอสุนัขขาอ่อนแรงแล้วควรหยุดเดินทั้งหมด แต่ความจริงคือการไม่ขยับเลยจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลง ควรเลือกกิจกรรมที่ไม่กระแทก เช่น เดินช้า ๆ บนพื้นเรียบ ระยะสั้นแต่ทำทุกวัน หรือการว่ายน้ำซึ่งช่วยพยุงน้ำหนักตัว การเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมจะช่วยชะลอการเสื่อม เพิ่มแรงพยุงของกล้ามเนื้อ และทำให้สุนัขยังรู้สึกว่าตัวเอง “ใช้งานได้”
4) สังเกตสัญญาณเล็ก ๆ และพาไปตรวจตั้งแต่ยังไม่หนัก
การลากขา ลุกช้า นั่งผิดท่า หรือหลีกเลี่ยงการขึ้นลงที่เคยทำได้ เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม หากปล่อยไว้นาน อาการอ่อนแรงอาจลุกลามจนฟื้นฟูได้ยาก การพาสุนัขไปตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการดูแลได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการกายภาพบำบัด การปรับพฤติกรรม หรือแนวทางการรักษาอื่น ๆ ที่เหมาะกับสุนัขแต่ละตัว
5) ดูแลหัวใจและกำลังใจไปพร้อมกับร่างกาย
สุนัขที่ขาหลังอ่อนแรงมักรู้สึกหงุดหงิด ซึม หรือไม่อยากเคลื่อนไหว เพราะเขารับรู้ได้ว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม เจ้าของควรให้เวลา พูดคุย ลูบสัมผัส และให้กำลังใจมากขึ้น หลีกเลี่ยงการเร่งหรือดุเมื่อเขาลุกช้า การดูแลด้วยความเข้าใจจะช่วยให้สุนัขไม่ถอดใจ และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้การเคลื่อนไหวจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม
ใครอยากรู้รายละเอียดของโรคนี้สามารถอ่านบทความที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ
https://www.precision-vet.com/2025/12/24/doglegpain/
สัตว์เลี้ยง
สุนัข
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย