Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
28 ม.ค. เวลา 06:15 • การเมือง
ร้อยโท เกียรติวงศ์ สถาวร คนดีคู่แผ่นดิน
"เสียงปืนลั่นปัง
ตื่นภวังค์คลำหัวอก
คว้าเอ็มสิบหก
หลบเข้ารบเตรียมต่อสู้
คลำหลวงพ่อองค์น้อย
คล้องสายสร้อยใจชื่นชู
ดีร้ายขอสู้ ให้โลกรู้นักรบไทย"
เนื้องเพลงจดหมายจากแนวหน้า พี่แอ๊ว ยอดรัก สลักใจ
บนยอดเนิน 350 ช่างอุกอาจ
อริราช ศัตรู หยิ่งผยอง
เรารบรุก เสียชีพเพื่อ แผ่นดินทอง
พี่น้องเอ๋ย โปรดเชื่อมั่น ทหารไทย
จ่าสำเริง แลพลวุ้น ใจแน่วแน่
มิยอมแพ้ จึงขอสู้ ชีพสูญสิ้น
ธงชาติไทย โบกสะบัด เหนือผืนดิน
เกิดถิ่นนี้ ภาคภูมิใจ สิ่งที่ทำ
ประเทศไทย โลกลือ พาแซ่ซ้อง
ไทยทั้งผอง ร่วมพากัน สรรญเสริญ
สองนายรบ จนชีพสิ้น ณ ที่เนิน
สู้เผชิญ จนยึดคืน กลับได้ชัย
เมื่อหมวดบุ๊ค ยอดนักรบ ศึกตาควาย
พังทลาย ความเจ็บใจ อย่างกล้าหาญ
มิเคยท้อ แพ้พ่าย ให้หมู่มาร
กลับคืนบ้าน นตท. รับจักรดาว
ขาของท่าน มิใช่เพียง อุปสรรค
ด้วยใจรัก การทหาร ที่หมายมั่น
ขาที่ขาด คือบทเรียน ทุกคืนวัน
มิบั่นทอน ดวงจิต ให้อ่อนแอ
ในขณะ ที่พี่ๆ น้องทหาร
รับจักรดาว เชิดชูเกียรติ สมใจหมาย
หมวดบุ๊ครับ จักรดาว มิเสียดาย
ขาที่หาย คือเกียรติที่ พิทักษ์ไทย
ความภูมิใจ ที่โรงเรียน เตรียมทหาร
เป็นตำนาน วีรชน อันใหญ่ยิ่ง
ตัวท่านนั้น เกิดมาสู้ หวงแดนดิน
ปกป้องถิ่น อธิปไตย ชาติไทยเรา
แม้นสงคราม จบแล้ว ท่านพร้อมกลับ
ออกรับศึก ครั้งใหม่ กับเพื่อนผอง
ท่านตั้งใจ จะพิทักษ์ แผ่นดินทอง
เคียงพี่น้อง ทหารกล้า วีรชนไทย
ชื่อกลอน : หมวดบุ๊ค วีรชนไทย
ประพันธ์โดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กี่ครั้งแล้วที่ประเทศไทยเสียดินแดน กี่ครั้งแล้วที่ประเทศไทยต้องเผชิญสงคราม กี่ครั้งแล้วที่ในสมรภูมิจะต้องมีผู้กล้า เรื่องราวในวันนี้จะสร้างจากเรื่องจริงของทหารไทยนายหนึ่ง แม้ขาของท่านจะพิการแต่ท่านขอเลือกรับรางวัลอันเกียรติยศสูงสุดในชีวิตท่าน วันนี้จะขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับร้อยโท เกียรติวงศ์ สถาวร หรือหมวดบุ๊ค ในบทความนี้กันครับ
ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก "เห้ย! ไอ้เรือง ไอ้บุ๊คมันไปไหนวะ" เพื่อนๆนายร้อยรุ่นเดียวกับหมวดบุ๊คคุยกัน "ข้าว่ามันน่าจะไปโทรหาสาวแน่ๆ" จากนั้นบทก็ตัดไปที่ทหารนายแรกที่เปิดประเด็นคุยกันถึงหมวดบุ๊ค "ข้าว่าถ้ามันไม่โทรหาสาว มันอาจไปหาความรู้เพิ่มเติมก็ได้ เผลอๆมันอาจได้เป็นนายพล" จากนั้นทหารอีกนายคุยต่อ "เอ็งคิดแบบนี้เชียวหรือไอ้จอม" นักเรียนนายร้อยเรืองถามต่อ "เอ็งไม่เชื่อก็รอดูก็แล้วกัน สักวันหนึ่งมันอาจมีชื่อเสียงโด่งดังแน่ๆ (หัวเราะ)"
จากนั้นอีกหลายปีต่อมาภาพตัดจากโรงเรียนเตรียมทหารมาที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งร้อยโท เกียรติวงศ์ สถาวร หรือ "หมวดบุ๊ก" ได้ก้าวลงมาจากีถฮัมวี่ ในตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าท่านคือแบบอย่างของทหารกล้าผู้ยึดมั่นในหน้าที่และอธิปไตยของชาติเหนือสิ่งอื่นใด ท่านเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 60 และนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ 71 สังกัดกรมรบพิเศษที่ 2 นอกจากความสามารถในฐานะทหารรบพิเศษแล้ว ท่านยังเป็นผู้จบหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEAL) รุ่นที่ 53 ซึ่งถือเป็นหลักสูตรที่พิสูจน์ขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจอย่างสูงสุด
"ทั้งหมดตรง!" พลทหารสั่งเพื่อนๆอีกนายทำความเคารพ "พอแล้ว พอแล้ว ตามสบาย" จ่าที่พลทหารมาต้อนรับพูดขึ้น "พี่จ่าเห็นทหารคนนั้นไหม แกดูสมาร์ทมากจนอยากไปเป็นตามแกเลย" พลทหารคนหนึ่งพูด "จ่าว่านะถ้าเอ็งอย่ากเป็นแบบหมวดบุ๊ค เอ็งเอาโควต้านายสิบไปสอบนายร้อย เอ็งจะได้ไปเป็นแบบหมวดบุ๊ค ไม่ต้องมาเป็นทหารยศต่ำอย่างๆจ่า ไปที่ไหนก็ไม่มีใครรักใครหลง"
จากนั้นหมวดบุ๊คก็เดินเข้ามาทักทายจ่า "ว่าไงจ่า เมื่อกี้นินทา เมื่อกี้จ่านินทาใครเหรอ" นายทหารระดับผู้หมวดถาม "ผมก็แค่คุยเรื่องที่น้องๆจะไปเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรแบบหมวดนะสิครับ หมวดอย่าถือสาผมเลย" จากนั้นท่านก็พูดว่า "ทุกคนจะไปร้านอาหารอร่อยๆนอกค่ายไหม" พอท่านพูดจบพลทหารอีกนายก็พูดว่า "พี่บุ๊คจะเลี้ยงพวกผมใช่ไหมครับ" หมวดบุ๊คพูดต่อ "พี่ไม่ได้เลี้ยง ผู้พันเลี้ยง วันนี้เราไม่ได้รบ เราไปกินเลี้ยงเพื่อให้มีพลัง" พลทหารพูดต่อ "ร้านไหนดีครับพี่" ผู้หมวดหนุ่มพูดต่อ "เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง"
ในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมพ.ศ.2568 พื้นที่เนิน 350 บริเวณปราสาทตาควาย กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องยึดคืนเพื่อความได้เปรียบทางชัยภูมิ ภารกิจของท่านในขณะนั้นคือการนำชุดปฏิบัติการรบพิเศษเข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางที่เต็มไปด้วยสนามทุ่นระเบิด เพื่อให้กำลังรบหลักสามารถเข้ายึดที่หมายได้สำเร็จ
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "วี๊ดดดดดดดดดด! บึ้มมมมมมมม!" "ไอ้พวกเสียมมึงยังบังอาจรุกขึ้นมา อย่าคิดว่าจะชนะพวกกูลูกสมเด็จพ่อฮุน เซนไปได้ (หัวเราะ)" นายพลฝ่ายกัมพูชาพูดไปร่วมบัญชาการรบจากบังเกอร์บนเนิน 350 "มึงไปเตรียม RPG มา" ทหารกัมพูชานายหนึ่งรับคำสั่งแล้วจึงไปหยิบอาวุธมาให้นายของพวกเขา
ในขณะเดียวกันที่พื้นที่ไม่ไกล้ไม่ไกลจากการปะทะ ก็มีทหารกัมพูชากำลังเคลื่อนพลเงียบๆ "ศึกใหญ่คราวนี้พี่ว่าไม่จบแน่" ทหารฝ่ายข้าศึกพูด "เอ็งมีของดีอะไรวะ" จากนั้นทหารกัมพูชารุ่นน้องพูดต่อ "ผมมีผ้ายันต์ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว โดนปืนใหญ่ยิงใส่ไม่ตาย" พอพูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงวิทยุเข้ามา "ขอกำลังเสริม! ขอกำลังเสริม! ส่งกำลังมาช่วยที่เนิน 350 เปลี่ยน" นายพลติดต่อมา "รับทราบครับนาย" พอกองกำลังกลุ่มนี้ไปถึงเนิน 350 ก็พบทหารไทยกำลังเข้าตี จังหวะนี้พวกเขาไม่รอช้าจึงเข้าผสมโรงปะทะด้วย
ตัดมาที่หมวดบุ๊คในวันปฏิบัติการวันเดียวกัน ท่านตัดสินใจนำบังกะโลตอปิโด (Bangalore Torpedo) ซึ่งเป็นท่อบรรจุระเบิดสำหรับทำลายสิ่งกีดขวางและทุ่นระเบิด เข้าประชิดบังเกอร์ข้าศึกด้วยตนเอง ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่อันตรายและถูกเรียกว่าพื้นที่สังหาร ท่านยังคงเดินหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อให้ภารกิจลุล่วง
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "วี๊ดดดดดดดด!" ทั้งหมด หมอบบบบ!" "บึ้มมมมมมมม!"ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงระเบิดกลางป่าเขาลเนาไพรทหารไทยไม่ได้มีเวลาแม้แต่จะคิดถึงบ้าน หรือคนในแนวหลัง การต่อสู้ด้วยอาวุธปืนจึงเป็นการยับยั้งไม่ให้แผ่นดินตกอยู่ในอันตราย แม้จะคิดถึงบ้านมากน้อยเพียงใดแต่จิตใจที่กล้าแกร่งดุจหินผากำลังจะสร้างวีรบุรุษที่เป็นตำนานจากการเสียสละ นี่คือการสู้รบที่เป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่าทหารมีไว้ทำไม
"ตู้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" (เสียงเหยียบทุ่นระเบิด)ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ท่านได้เหยียบกับระเบิดสังหารบุคคลจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้อง สูญเสียขาขวา ทว่าสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าวีรกรรมในสนามรบ คือทัศนคติของท่านหลังเหตุการณ์นั้น
ท่านได้กล่าวคำพูดที่ทำให้นายทหารทุกรุ่นต้องจดจำว่า "ถ้าเราไม่เข้า ลูกน้องก็ไม่ตาม ถ้าไม่ทำ มันก็ไม่สำเร็จ" คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ท่านยึดถือความรับผิดชอบในฐานะผู้นำหน่วยที่ต้องกล้าเผชิญอันตรายก่อนผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอ แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงสูง แต่ท่านก็ยอมรับผลที่ตามมาโดยไม่มีความเสียใจ
ในช่วงเดือนันวาคมพ.ศ.2568 ขณะหมวดบุ๊กกำลังรักษาตัวภาพตัดมาที่เนิน 350 เมื่อยึดปราสาทตาควายเนิน 350 เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่อยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย มีลักษณะเป็นจุดสูงข่ม ซึ่งทหารฝ่ายใดที่ครอบครองพื้นที่สูงแห่งนี้ได้จะสามารถตรวจการณ์และควบคุมความเคลื่อนไหวรอบปราสาทได้ทั้งหมด การต่อสู้อันเด็ดเดี่ยวของทหารไทยนั้นต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายกัมพูชาที่ขุดคูเรตและสร้างบังเกอร์คอนกรีตเสริมเหล็กอย่างแน่นหนา ที่กองบัญชาการใต้ดินเนิน 350
"ไอ้พวกเสียมมันมาแล้ว คราวก่อนมันมีทหารเสียม (หมวดบุ๊ค) ขาขาดไปนายหนึ่งไม่ใช่เหรอ" นายพลฝั่งกัมพูชาพูด "ใช่ครับนาย นี่ขนาดพวกเราอยู่ใต้ดินที่เนิน 350 เรายังได้ยินระเบิดจากเอฟ-16 ตกใส่เลย" จากนั้นนายพลพูดต่อ "ดีล่ะ ให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยว่าเราไม่เเพ้ทหารเสียม"
"ปังๆๆๆๆๆๆๆ!" "วี๊ดดดดดดดด บึ้มมมมมมมม!" "ปังงงงงงงง! ปังงงงงงง!" เสียงกระสุนเสียงระเบิดที่สำแดงขึ้นทำให้ผืนป่าอันเงียบสงบกลายเป็นป่าที่ชุลมุนกว่าเดิม จะมีใครรู้หรือไม่ว่าทหารไทยที่เป็นทั้งสามี เป็นลูกชาย เป็นหลานชาย เป็นน้องชาย เป็นพี่ชาย เป็นพ่อ หรือจะเป็นอะไรต่ออะไรต่างก็ต้องจับปืนเข้าต่อสู้
แต่สิ่งที่หมวดบุ๊คไม่สามารถรับรู้ได้ในแนวหน้า ท่านรู้ได้จากข่าวเผยแพร่ออกไป ไม่มีใครคาดคิดว่าท่ามกลางเสียงปืนเสียงระเบิดในสมรภูมินี้มีการสูญเสียครั้งสำคัญ คือ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคนหรือจ่าเริงและ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือพลทหารวุ้น ซึ่งพลทหารนายนี้ได้พลีชีพขณะพยายามบุกเข้าตีข้าศึก ในขณะที่จ่าเริงก็นำธงชาติไทยที่นำมาทำเป็นผ้าคลุมราวกับซูเปอร์แมนพยายามยิงต่อสู้ระหว่างที่จะไปปักธงไตรรงค์บนยอดเนิน สุดท้ายท่านก็ได้เสียชีวิตในสนามรบจนกลายเป็นหนึ่งในวีรกรรมที่ควรสดุดี
จนกระทั่งในวันที่ 20 ธันวาคมปีเดียวกัน กองทัพบกไทยได้ร้องขอการสนับสนุนทางอากาศจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยมาทิ้งระเบิดใส่ถนนเพื่อปิดการส่งกำลังบำรุงและยิงปืนใหญ่ตัดเส้นทางขึ้นมาเติมกำลังพลจนในที่สุดจึงสามารถยึดเนิน 350 ได้เบ็ดเสร็จ "ฟ้าววววววววววว!" "บู้มมมมมมมมมม!" เสียงเครื่องบิน F-16 บินผ่านสุรินทร์หลังเสร็จภารกิจที่เนิน 350 ตามมาด้วยควันดำที่ลอยขึ้นจากถนนที่เพิ่งถูกทำลายเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความน่าเกรงจากการโจมตีทางอากาศด้วยความแม่นยำ
ในขณะที่ทหารกัมพูชากำลังถอยทัพพวกเขาก็ได้ยินเสียง F-16 บนท้องฟ้าดังราวกับเสียงฟ้าร้องต่ำๆ ทั้งๆที่บินสูงและไม่เห็นตัวเครื่อง เสียงนี้จึงกลายเป็นเสียงหลอนที่พวกเขาได้ยินเเล้วสิ้นหวัง เสียงดังกล่าวนี้จึงเป็นวิบากกรรมที่ตามอาฆาตพวกเขาหลังจากที่หมวดบุ๊คสูญเสียขาไปก่อนหน้านี้
"ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ผไทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัยชโย"
เสียงทหารไทยร้องเพลงชาติบนเนิน 350 เป็นเสียงแห่งความภาคภูมิใจ แม้หมวดบุ๊คจะไม่ได้กลับไปที่เนินแห่งนี้แต่ท่านก็ประทับใจทุกครั้งที่ทราบข่าวขณะที่ท่านพักรักษาตัว จากความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ท่านได้รับมอบ รางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2569 สาขาการทหาร ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร
แม้ในวันนี้ร่างกายของท่านจะไม่เหมือนเดิม แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระมหากรุณาธิคุณ ท่านได้รับพระราชทานขาเทียม 2 รูปแบบ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและสำหรับการออกกำลังกายและว่ายน้ำ "แหมเป็นยังไงสบายดีไหม" ผู้พันที่มาร่วมงานสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารและพิธีรับรางวัล "เกียรติยศจักรดาว" ปีพ.ศ.2569 ถามทหารรุ่นเดียวกับหมวดบุ๊ค "ผมสบายดีครับท่าน ผมเห็นไอ้บุ๊คมันรับรางวัลนี้ ผมดีใจไม่แพ้มันเพราะเคยหนึ่งมันเคยรบอย่างกล้าหาญจนต้องเสียขา"
จากนั้นผู้พันพูดกับทหารรุ่นเดียวกับหมวดบุ๊คทั้ง 2 นายว่า "เสียอวัยวะนั้นเสียได้ แต่พวกคุณจะเสียแผ่นดินไม่ได้ เขมรมันอาจกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้เห็นเพื่อนพวกคุณรับรางวัลแล้วอย่าคิดว่าเขาจะสำเร็จ" "ทำไมครับผู้พัน" ทหารอีกนายถาม "สิ่งจะที่สำเร็จไม่แพ้รางวัลจักรดาว นั่นคือเขาและพวกเราจะต้องร่วมกันผลักดันทหารเขมรออกไปจากเป็นการถาวรให้ได้"
" จำได้คำพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ได้ไหม 'แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์ ศัตรูกล้ามาประจัน จะอาจสู้ริปูสลาย' " ปัจจุบัน หมวดบุ๊คยังคงมีกำลังใจที่เข้มแข็งและยืนยันว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ ท่านก็จะทำเช่นเดิม เพราะมันคือหน้าที่ในการปกป้องแผ่นดินไทย
เรื่องราวของท่านจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสูญเสีย แต่เป็นเรื่องของ "หัวใจที่กล้าแกร่ง" และความภาคภูมิใจของทหารไทยที่ยึดมั่นในอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง หมวดบุ๊คถือว่าเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญ มีความเสียสละ และมีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี
สงคราม Story ขอเชิดชูวีรกรรมของท่านผ่านนิยายสั้นสร้างจากเรื่องจริงเรื่องนี้ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่อนุชนคนรุ่นหลัง หรือแม้กระทั่งวีรบุรุษผู้เสียสละในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ทุกท่านทำเต็มที่แล้วเพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา แม้สงครามจะจบลงไปแล้วเราจะไม่ลืมในสิ่งที่ทุกท่านได้เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย ขอสดุดีทหารไทยทุกนาย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thai Navy SEAL Foundation
นกขมิ้น กิตติกร
ทีมลุง
ธินกร รอดคำทุย
กองทัพทหาร พลังแผ่นดินสยาม
ส่องเขมร
Wassana Nanuam
Top News
Thairath TV
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
ทหาร
สงคราม
ประเทศไทย
บันทึก
3
1
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย