29 ม.ค. เวลา 02:35 • ข่าวรอบโลก

Deuremidevir ความหวังชนะไวรัส "นิปาห์"

หลังมีข่าวว่าบริษัทยาจากจีนเริ่มดำเนินการศึกษาประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อไวรัสนิปาห์ของยา VV16 ซึ่งเป็นชื่อที่หลุดออกมาจากสื่อ แต่จริงๆแล้วชื่อในวงการของน้องก็คือ "Deuremidevir"
ยา Deuremidevir ถูกออกแบบมาให้เป็น Prodrug ของยา Remdesivir ซึ่งมีบทบาทมากๆในช่วงโควิด แต่ถูกจำกัดอยู่แต่เพียงในรูปแบบยาฉีดเนื่องจากปัญหา Bioavailability ที่ต่ำมากๆ นอกจากนี้การเตรียมเป็น Prodrug ช่วยเพิ่มคุณสมบัติการละลายในไขมัน (Lipophilicity) ทำให้ยาถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุลำไส้ได้ดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับโครงสร้างเดิม
Deuremidevir ออกฤทธิ์เป็นตัวยับยั้งการจำลองตัวของไวรัส (Virus Replication Inhibitor) ที่มีความจำเพาะต่อเอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase (RdRp) ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ไวรัสกลุ่ม RNA รวมถึง SARS-CoV-2 ใช้ในการสร้างสาย RNA ใหม่จากต้นแบบเดิม กระบวนการออกฤทธิ์เริ่มต้นหลังจากยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด หมู่ Ester จะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ Esterase กลายเป็น Nucleoside analog อิสระ
ในการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Head-to-head trial) เปรียบเทียบระหว่าง Deuremidevir และยามาตรฐานในขณะนั้นคือ Nirmatrelvir/Ritonavir (Paxlovid) ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลุกลามของโรค ผลการศึกษาพบว่า Deuremidevir "ไม่ด้อยกว่า" (Non-inferior) Paxlovid ในแง่ของระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นตัวทางคลินิก โดยกลุ่มที่ได้รับ Deuremidevir ใช้เวลาเฉลี่ย 4 วันในการฟื้นตัว เทียบกับกลุ่ม Paxlovid ที่ใช้เวลา 5 วัน
จากการศึกษาก่อนหน้านี้ที่มีการใช้ยา Deuremidevir ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งยังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัด Deuremidevir แสดงค่า EC50 ต่อไวรัสนิปาห์ที่ 0.86 ไมโครโมลาร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่ายา Remdesivir ดั้งเดิม และสามารถลดปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสในสมองและปอดของสัตว์ทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญ
เรื่องดีจริงๆที่ Deuremidevir มีเหนือกว่ายากลุ่มอื่นในกลุ่มเดียวกันอย่าง Ritonavir ซึ่งเหนี่ยวนำเอนไซม์ตับ เป็นผลให้ตีกับยาหลายชนิด ในขณะที่ Deuremidevir ไม่ได้มีผลแบบนั้น ปัญหาจริงๆจึงเป็นเรื่องของอาการข้างเคียง
1
มีกรณีศึกษาที่รายงานการใช้ Deuremidevir ในผู้ป่วยที่มีภาวะตับวายรุนแรง (Severe liver dysfunction) และไขกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia) โดยมีการปรับขนาดยาลงเหลือ 300 มก. วันละสองครั้งในวันแรก และ 200 มก. วันละสองครั้งในวันที่ 2-5 ผลปรากฏว่าระดับเอนไซม์ตับและบิลิรูบิน (Bilirubin) ลดลงอย่างต่อเนื่องในระหว่างการรักษา
หากมีการระบาดที่ขยายวงของไวรัสนิปาห์ ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่เราจะได้เห็น Deuremidevir ถูกใช้ในวงกว้าง เหมือนที่ Molnupiravir และ Paxlovid เคยเป็นในช่วงการระบาดของโควิด 19 และผลพลอยได้ก็คือ เราอาจจะได้ยาต้านไวรัสทางเลือกที่ใช้ในตลาด เพื่อมาช่วยปัญหาการเข้าถึงยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยาเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวก็เป็นได้
อ้างอิง
National Center for Biotechnology Information (2026). PubChem Compound Summary for CID 163358784, VV116. Retrieved January 28, 2026 from https://pubchem.ncbi.nlm.nih.gov/compound/vv116.
Xiao N, Huang X, Kang X, Zang W, Li B, Kiselev S. The safety and efficacy of oral antiviral drug VV116 for treatment of COVID-19: A systematic review. Medicine (Baltimore). 2023 Jul 7;102(27):e34105. doi: 10.1097/MD.0000000000034105. PMID: 37417593; PMCID: PMC10328638.
Zhang Y, Yao Y, Song S, Gao G, Peng Y, Liu H, Chen M, Zheng W, Tian G, Xie Y, Shen J, Xiao G, Hu T, Shan C, Zhang L. The oral nucleoside drug VV116 is a promising candidate for treating Nipah virus infection. Emerg Microbes Infect. 2025 Dec;14(1):2587983. doi: 10.1080/22221751.2025.2587983. Epub 2025 Nov 19. PMID: 41257471; PMCID: PMC12632212.
1
โฆษณา