9 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น

มีมะนาวอย่าทำแค่น้ำมะนาว

ผมชอบ quote ฝรั่งอันนึงมากๆ ที่บอกว่า…
if life give you lemon, make lemonade
มีความหมายประมาณว่าอย่าไปอิจฉาริษยาอะไรในสิ่งที่เราไม่มี คิดไปก็ป่วยการ แต่ทำสิ่งที่เรามีนี่แหละทำให้ดีที่สุด
ตอนที่ได้ถูกให้ทำโครงการ food delivery โรบินฮูดในช่วงโควิดด้วยงบและเวลาที่จำกัดมากๆ ผมก็ใช้ประโยคนี้บอกน้องๆ ว่าแทนที่จะคิดว่าทำไมเราไม่มีสตางค์ ไม่มีฐานลูกค้า ไม่มีอะไรหลายอย่างเหมือนคู่แข่ง ลองพยายามดูว่าเรามีอะไรแล้วใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด น้องๆ ก็เลยมองหาสิ่งรอบตัวที่อาจจะไม่เคยคิด
เริ่มไปขอความช่วยเหลือสาขาธนาคาร ขอให้พี่ๆ ฝ่ายเทรนนิ่งและฝ่ายต่างๆ ช่วย ไปพาร์ตเนอร์กับร้านเล็ก จนมีจุดแข็งมีอาวุธที่จะไปสู้กับเขาพอเอาตัวรอดได้ในตอนนั้น
วันที่เชฟเบลล์แห่ง masterchef มาจัด workshop แข่งทำอาหารกันที่หลักสูตรที่ผมจัดโดยให้แต่ละทีมมีวัตถุดิบ เครื่องปรุงและอุปกรณ์การปรุงที่จำกัด ในเวลาที่กำหนดนั้น ต้องพยายามสร้างสรรค์อาหารที่อร่อยและดูดีให้ได้
ก็คงคล้ายๆกับรายการแข่งทำอาหารทั่วไปที่มีอะไรตรงหน้าก็ต้องทำเท่าที่มีและทำให้ดีที่สุด มัวแต่อิจฉาโต๊ะข้างๆ หรือมัวแต่คิดน้อยใจในโชคชะตาหรือความผิดพลาดก็คงไม่ได้ช่วยอะไร
1
ก่อนจะเริ่มแข่ง เชฟเบลล์โชว์ quote หนึ่งทีผมคุ้นๆ แต่ไม่เหมือนทีเดียวนัก โดยมีใจความว่า
When life gives you lemons, don’t just settle for lemonade. Make a damn delicious lemon meringue pie!
ถ้าชีวิตโดนแกล้งให้มีแค่มะนาว ก็อย่าทำแค่น้ำมะนาวประชดชีวิต แต่ไปให้สุด ทำเลมอนเมแรงค์พายที่อร่อยสุดๆแม่มเลย..
ผมแปลในใจ..
ฟังประโยคนี้แล้วทำให้นึกถึงเรื่องของคนคนหนึ่งที่คุณซิกเว่ เบรกเก้ อดีตเจ้านายผมเล่าให้ฟัง ในสถานการณ์ตอนที่ดีแทคเป็นมวยรองแบบสุดๆ ซิกเว่อยากให้พวกเราฮึกเหิม อย่าไปมองคู่แข่ง โฟกัสในสิ่งที่มีแล้วทำให้ดีที่สุด
เขาเลยเล่าถึงผู้ชายคนหนึ่งชื่อ คารอลี่ ทาแคค
 
คารอลี่ ทาแคค เป็นทหารยศนายสิบและเป็นนักแม่นปืนระดับประเทศของฮังการี เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ของประเทศที่จะได้ไปโอลิมปิคในปี 1940 แต่ด้วยความโชคร้าย ปี 1938 สองปีก่อนโอลิมปิค ทาแคคเกิดอุบัติเหตุทำลูกระเบิด ระเบิดใส่มือขวาข้างที่เขาใช้ยิงปืนจนมือพิการ ความฝันที่จะโอลิมปิคก็พังทลายไปกับมือ ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนด้วยหัวใจที่แตกสลายเพราะความฝันพังลง
เขาหายหน้าไปจากวงการแม่นปืน เพื่อนๆ คิดกันว่าเขาคงทำใจไม่ได้ คงผิดหวังและเสียใจอย่างหนัก
ในปี 1939 ในงานแข่งยิงปืนชิงแชมป์ประเทศของฮังการี ทาแคคเดินเข้ามาในงานหลังจากหายไปหนึ่งปี เพื่อนๆต่างกรูเข้าไปรุมล้อม บ้างแสดงความเห็นใจ บ้างมาชื่นชมในความเข้มแข็งที่ทาแคคฝืนใจมาเชียร์เพื่อนๆ ลงแข่งทั้งๆ ที่ตัวเองมือพิการ
แต่ทุกคนก็ประหลาดใจเพราะทาแคคบอกว่า เขาไม่ได้มาแค่ดูเพื่อนๆ แข่ง แต่เขามาลงแข่งด้วย
ในหนึ่งปีที่หายไป ทาแคคแอบซุ่มฝึกยิงปืนด้วยมือซ้าย มือที่ไม่ถนัดแต่เป็นข้างเดียวที่เหลืออยู่ ซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม หลังจากออกจากโรงพยาบาล ทาแคคก็เลิกคร่ำครวญ เลิกเสียใจ ยอมรับถึงปัญหาที่แก้ไม่ได้ แล้วซุ่มซ้อมอย่างเต็มที่
ทาแคคชนะการแข่งขันในวันนั้น แต่เนื่องจากมีสงครามโลก โอลิมปิคปี 1940 และ 44 เลยไม่ได้จัด แต่ทาแคคก็อดทนรอ จนได้ไปชนะพร้อมทำสถิติโลกในโอลิมปิคปี 1948 และได้เหรียญทองอีกครั้งในปี 1952
ทาแคคได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน Olympic hero เขาเป็นหนึ่งในคนพิการไม่กี่คนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิค เรื่องราวของเขาเป็นตำนานของโอลิมปิคจนถึงปัจจุบัน
มือขวาพิการเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ แต่มือซ้ายยังใช้การได้ ทาแคคก็เลิกคิดถึงมือขวาและมุ่งมั่นกับมือซ้ายเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่แค่เหลือมือซ้ายก็ยิงมือซ้าย
แต่ประชดชีวิตที่ให้ความพิการมาด้วยการฝึกยิงมันจนได้เหรียญทองโอลิมปิคซะเลย..
ลองหันรีหันขวางดูแล้วถ้าเจอแค่มะนาว ในขณะที่คนอื่นมีกล้วย ส้ม สัปปะรด กีวี่ ทรัฟเฟิล เรามีทางเลือกอยู่สามทางเสมอ ทางแรกคือก่นด่าโชคชะตา มองคนอื่นด้วยสายตาละห้อย และมองมะนาวในมืออย่างเซ็งๆ
ทางที่สองก็กัดฟันทำน้ำมะนาวไป เพราะมีมะนาวก็ทำน้ำมะนาวได้แน่ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ
แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เปลี่ยนความกันดารเป็นสินทรัพย์ ไปให้สุด มองลูกมะนาวที่มีเป็นโอกาส ก้าวข้ามความไม่มี คิดทะเยอทะยานจนอาจกลายเป็นมาสเตอร์เชฟแห่งมะนาวด้วยพายเมอแรงค์แสนอร่อย
ก็เท่เอาการอยู่นะครับ…
โฆษณา