30 ม.ค. เวลา 00:57 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

R.I.P. MATCHA 1 ในนักบินผู้เสียสละจาก AT-6TH ตกที่เชียงใหม่

"ในฐานะครูการบิน บอมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิ จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต และพี่ก็รู้ว่าบอมรักความเป็นครูการบินมากๆ”
นาวาอากาศเอกปราโมทย์ กุยแก้ว "MOTOCROSS" ผู้บังคับฝูงบิน 416
"ที่มาของนามเรียกขานหรือ Call Sign ที่ผมใช้คือ "มัทฉะ" มาจากชื่อจริง "สมัชชา" และประสบการณ์การไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ผมมองว่าเครื่องดื่มมัทฉะสามารถเป็นได้ทั้งรสขมและหวาน ทั้งร้อนและเย็น เปรียบเสมือนการปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ในการทำงานบนท้องฟ้า"
นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ ครูการบิน ทำหน้าที่นักบินที่ 1
"กองทัพอากาศขอแสดงความอาลัยต่อนักบินผู้เสียสละ และครอบครัวอย่างสุดซึ้ง และขอสดุดีในความมุ่งมั่นเสียสละ อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ และจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่"
โฆษกกองทัพอากาศ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน การเป็นครูการบินถือว่าเป็นความภูมิใจต่อตนเองและศิษย์การบินที่ร่วมทำการบินด้วย เมื่อศิษย์การบินบินเป็นแล้วก็จะทำการบินกับเครื่องบินแบบนั้นต่อไปเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบินรบของกองทัพอากาศอย่างสมภาคภูมิ แต่ในที่สุดอุบัติเหตุกลับได้มาพรากชีวิตท่านไป จากที่บินได้บนทองฟ้าสู่ร่างไร้วิญญาณในโลงศพมีธงชาติคลุม นี่คือบทความสดุดี MATCHA หนึ่งในนักบินผู้เสียสละแห่งทัพฟ้าไทย
"ฟ้าววววววววววว!" เสียงเครื่องบินขับไล่ F-5 ดังสนั่นลั่นฟ้า ก่อนจะวนกลับมาลงที่กองบิน 1 โคราช หลังจาก F-5 กลับมาจากการรบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เครื่องบินรบแบบต่อมาก็บินผ่านสนามบินกองบิน 1 เพียง 1 รอบเหมือน F-5 ก่อนจะร่อนลงจอดอย่างนิ่มนวล เครื่องบินที่ร่อนลงจอดในขณะนี้คือ AT-6TH เครื่องบินโจมตีขนาดเบาแบบล่าสุดของกองทัพอากาศไทย ใครจะไปคาดคิดว่าหนึ่งในนักบินที่ร่วมปฏิบัติการณ์นี้อาจมีจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้กลับมาสู่บ้านและครอบครัว
ย้อนกลับไปในวัยเด็กนาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ มีคุณพ่อเป็นทหารอากาศ ซึ่งเป็นแบบอย่างของความเป็นผู้นำและความเสียสละ จนตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ศึกษาด้านวิศวกรรม และเข้าสู่เส้นทางทหารอากาศตามคุณพ่อในที่สุด นาวาอากาศตรี สมัชชา จบจากโรงเรียนการบินกองทัพอากาศก้าวเข้าสู่การฝึกบินนักบินขับไล่ขั้นต้นกับเครื่องบินขับไล่และฝึก L-39 ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปสู่เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง F-16 ที่ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช
ซึ่งฝูงบินนี้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสายฟ้า จึงมีนามเรียกขานว่า "LIGHTNING" F-16 ที่ครูบอมหรือ MATCHA เคยทำการบินนั้นถูกพัฒนาขึ้นตามทฤษฎีความคล่องแคล่วทางพลังงาน (Energy Maneuverability Theory) โดยมีเป้าหมายเป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบาที่สามารถเร่งความเร็วและเลี้ยวได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากนำ F-16 ไปรบกับเครื่องบินรบที่ใหญ่กว่า เปรียบได้นักมวยน้ำหนักเบา ที่พร้อมต่อสู้กับนักมวยน้ำหนักมาก
เครื่องบินขับไล่รุ่นนี้มีความเร็วสูงสุดถึง 2 มัค หรือ 1,353 ไมล์ต่อชั่วโมง (2,124 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่ระดับความสูง 40,000 ฟุต มีเพดานบินปฏิบัติการที่ 50,000 ฟุต และที่สำคัญเครื่องบินขับไล่ F-16 สามารถทำแรง 9G ได้อย่างสม่ำเสมอ F-16 มีน้ำหนักเปล่าไม่ถึง 20,000 ปอนด์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินที่ประจำการในปัจจุบัน บนท้องฟ้าที่กำลังก้าวสู่สงครามสมัยใหม่ F-16 ถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศในการสู้รบระยะประชิด (Dogfight) ซึ่งเน้นความคล่องตัวสูง
มีการวางคันบังคับไว้ที่ด้านขวาพร้อมที่พักแขน ช่วยให้นักบินออกแรงน้อยลงและบินได้สบายขึ้นภายใต้สภาวะแรง G สูงจากการเลี้ยววงแคบ มีระบบควบคุมการบินด้วยไฟฟ้า กล่าวคือ F-16 เป็นเครื่องบินรบแบบแรกของโลกที่ใช้ระบบ FBW หรือ Fly By Wire อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเครื่องบินถูกออกแบบให้มีอากาศพลศาสตร์ที่ไม่เสถียรโดยธรรมชาติเล็กน้อย (Flexible Static Stability) เพื่อให้ตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว
ระบบคอมพิวเตอร์จึงต้องคอยควบคุมเสถียรภาพโดยปรับชิ้นส่วนควบคุมการบิน (พื้นบังคับ) ถึง 300 ครั้งต่อวินาที เพื่อไม่ให้เครื่องบินเสียการทรงตัว เครื่องบิน F-16 มีคอมพิวเตอร์หลัก 6 เครื่อง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน 4 เครื่องที่ทำงานพร้อมกันเพื่อความซ้ำซ้อน คอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจ (Mission Control Computer),และคอมพิวเตอร์ควบคุมการยิง (Fire Control Computer) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการใช้อาวุธทั้งหมด
ในส่วนของโครงสร้างและวัสดุ เครื่องบิน F-16 สร้างจากวัสดุผสม 3-4 ชนิด ได้แก่ ไทเทเนียม เป็นส่วนที่ต้องการความเบา คาร์บอนไฟเบอร์/คอมโพสิต นำไปทำส่วนปีกและหาง อะลูมิเนียมนำไปทำโครงสร้างภายในและเหล็กกล้าทำไว้สำหรับส่วนที่รับน้ำหนักมาก เช่น Landing Gear ตัวเครื่องเปล่ามีน้ำหนักประมาณ 9 ตันกว่า และสามารถหนักถึง 10 กว่าตันเมื่อบรรทุกอาวุธและน้ำมันเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ยางล้อของ F-16 จึงต้องรับแรงดันสูงมาก โดยล้อหน้าเติม 275 PSI และล้อหลังเติม 325 PSI
สำหรับปริมาณเชื้อเพลิง F-16 บรรทุกเชื้อเพลิงได้รวมกว่า 5 ตัน ทั้งใต้ลำตัว 1 ถังและถังสำรองใต้ปีก 2 ถัง รวมเป็น 3 ถัง สำหรับภารกิจบินเพียง 1 ชั่วโมงกว่า ในเรื่องการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ F-16 ติดตั้งปืนกลแบบลำกล้องหมุน (Rotary Cannon) ภายในลำตัวฝั่งซ้าย มีจุดติดตั้งอาวุธที่ปลายปีก 2 จุด และใต้ปีกอีก 6 จุด สามารถบรรทุกขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้นผิวหรืออากาศสู่อากาศได้
"น้องๆต้องมีความขยัน สนใจด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการบิน และจะช่วยให้การพัฒนาทักษะนักบินก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว" นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ "MATCHA" อดีตนักบิน F-16 และ AT-6TH
พอมาถึงจุดๆหนึ่งนาวาอากาศตรี สมัชชา ไม่ใช่นักบิน F-16 อีกต่อไปหากแต่ท่านได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูการบินผู้เชี่ยวชาญกับเครื่องบินแบบใหม่ ท่านและนักบิน F-16 อีกท่านหนึ่งที่ประจำการอยู่โคราชเหมือนกันจึงได้ออกเดินทางไปรับเครื่องบินโจมตี AT-6TH นี้ด้วยตนเองร่วมกับนักบินจำนวนหนึ่งที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งต่อมาได้ทำการฝึกบืนกับเครื่องบินแบบนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เวลาช่างผ่านไปไวเสียเลยเกิน จากที่ขึ้นบินวันแรกมาจนวันสุดท้ายนักบินไทยชุดแรก 8 นายรวมผู้บังคับฝูงบิน 411 ได้ผ่านการฝึกอบรมกับเครื่องบินโจมตี AT-6TH ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านการบิน การใช้อาวุธ และการบำรุงรักษา และผ่านการรับรองความเชี่ยวชาญในฐานะครูการบินและนักบินทดสอบ ในเวลาต่อมาเมื่อเครื่องบินโจมตี AT-6TH ถูกบรรจุเข้าประจำการที่ฝูงบิน 411 กองบิน 41 เพื่อเข้าประจำการ ถูกจัดหามาจำนวน 12 เครื่อง เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นแบบ L-39 ZA/ART ที่ปลดประจำการในปีพ.ศ.2564
AT-6TH ได้รับการออกแบบให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด หรือ Close Air Support การลาดตระเวนติดอาวุธ เฝ้าระวังและข่าวกรอง รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่การรบ ความล้ำสมัยของเครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH สะท้อนถึงวิสัยทัศน์กองทัพอากาศไทย เนื่องจากอากาศยานที่ครูบอมขึ้นทำการบินนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศที่มีขีดความสามารถด้านการบินสูง
จุดเด่นคือระบบควบคุมที่คล้ายกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ครูบอมเคยบิน การมีระบบแบบนี้ช่วยให้นักบินปรับตัวได้ง่ายขึ้น และห้องนักบินทำงานด้วยระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจอแสดงผลแบบ Multi-Function ทำให้สามารถจัดการภารกิจได้อย่างรวดเร็วและ แม่นยำ ติดตั้งเลเซอร์ชี้เป้าหมายระยะไกล ด้วยระบบวิดีโอที่ส่งข้อมูลภาพแบบเรียลไทม์จากอากาศสู่ภาคพื้น และระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีแบบ Datalink Link-TH ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ
วันที่ 10 มกราคมพ.ศ.2569 การบินแสดงสมรรถนะ​ของเครื่องบินโจมตีเบาแบบ AT-6TH​ Wolverine​ บนท้องฟ้าเหนือกองบิน 6 ดอนเมืองมีขึ้นในงานวันเด็ก​แห่งชาติ​กอง​ทัพอากาศ​ประจำปี​ 2569 มีขึ้นหลังจากที่เครื่องบินขับไล่ Gripen ลาย 88 ปีกองทัพอากาศร่อนลงจอด หลังทำการบินผาดแผลงเสร็จกับ AT-6TH นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ กลายเป็นบุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากงานวันเด็กแห่งชาติ ปีพ.ศ.2569 เมื่อมีการแชร์ภาพและข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ในฐานะนักบินมากความสามารถ ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่เด็กๆภาคภูมิในหน้าที่ของครูบอม จนกระทั่งวันที่ 29 มกราคมปีเดียวกันโศกนาฏกรรมที่ไม่อยากให้เกิดก็ขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลา 10.20 น. AT-6TH เครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (บ.จ.8) สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จำนวน 1 เครื่อง ได้ขึ้นทำการบินระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบินค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue : CSAR) ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่การฝึกของกองทัพอากาศ
เฟสบุ๊ค Athayuth Khaosa-ard กล่าวถึงการบิน Daisy Chain Escort ของ AT-6TH ในครั้งสุดท้ายนี้ ว่าเป็นการบินเลื้อยส่ายซ้าย–ขวาอย่างต่อเนื่อง ข้างเส้นทางบินของเฮลิคอปเตอร์ เพื่อคุ้มกัน ตรวจการณ์ และพร้อมตอบโต้ภัยคุกคามตลอดแนวเส้นทาง ในทุก ๆ รอบ เครื่องบิน Escort จะต้อง recover เชิดหัวขึ้น เลี้ยวออกจาก track แล้ววนกลับมาในลักษณะคล้าย race track เพื่อกลับเข้า Daisy Chain ใหม่อีกครั้ง
ช่วงที่อันตรายที่สุดช่วงหนึ่ง คือจังหวะที่เครื่องบิน Escort บินย้อนมาบินประชิดกับเฮลิคอปเตอร์ ขณะกำลังบินสวนทาง และนักบินต้องมองหาฮ. พร้อมกับบริหารมุมเลี้ยว พลังงาน รวมทั้งตำแหน่งของการบิน เพื่อกลับเข้า pattern ให้ทันรอบถัดไป ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในสภาพภูมิประเทศภูเขา ความสูงจำกัด และ workload ที่สูงมาก จากประสบการณ์ในการฝึกของเจ้าของเฟสบุคท่านนี้กล่าวว่า
หากในจังหวะนั้นเกิดการเอียงปีกลึก และเลือกเลี้ยวในมุมแคบหรือ “เลี้ยวคัดวง” เพื่อให้กลับเข้า Daisy Chain ให้ทัน มันอาจส่งผลต่ออากาศพลศาสตร์ของเครื่องบิน จนนำไปสู่ aerodynamic stall หรือ high-speed stall ได้ เนื่องจากการเลี้ยวในมุมแคบ และเอียงปีกลึก ปีกจะเปิดมุมปะทะมาก และการเอียงปีก = แรงยกน้อยกว่าปีกระดับอยู่แล้วด้วย มันจึงเสี่ยงมากกับการเกิด Stall ที่ความเร็วสูง ในความสูงต่ำแบบนี้ อาจไม่เหลือพื้นที่หรือเวลาให้แก้ไขได้อีก และมันจบลงด้วย CFIT (Controlled Flight Into Terrain)
เมื่อบินวนกลับมาพร้อมจะทำการฝึกโจมตีอีกรอบ นักบินที่ 1 นาวาอากาศตรีสมัชชาได้บังคับเครื่องบินโจมตีขนาดเบา AT-6TH บินผ่านชุมชนไป โดยในตอนนั้นเครื่องบินร่อนต่ำกว่าปกติ ลักษณะคล้ายพยายามบินประคองเครื่องผ่านไป ในขณะที่บินอาจมีคำถามว่าทำไมไม่ดีดตัว? คำถามนี้ฟังดูง่าย แต่ในหน้างานจริงซับซ้อนมาก ระบบดีดตัวของเก้าอี้ดีด ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทุกท่าทางการบิน !
แม้ว่าผู้ออกแบบจะบอกว่า Zero altitude - Zero Speed แต่…ไม่มีตรงไหนบอกว่า Every Attitude ! หากเครื่องอยู่ในสภาวะเอียงปีกลึก ดิ่งเร็ว และความสูงเหนือพื้นจำกัด หน้าต่างเวลาสำหรับการดีดอาจไม่มีเลย เมื่อมาดูในเชิงปัจจัยมนุษย์นักบินที่นั่งหน้าเป็นผู้นำหมู่บิน เป็นรุ่นพี่ ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองอาจยังเชื่อว่า “ยังเอาอยู่” และพยายามกู้เครื่อง
ขณะที่นักบินที่นั่งหลังซึ่งเป็นรุ่นน้อง อาจไม่กล้าตัดสินใจดึงคันดีดเอง หากรุ่นพี่ยังไม่สั่ง เพราะเชื่อมั่นว่า รุ่นพี่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ และเมื่อการ stall เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์นับจากนี้มันอาจไม่เหลือทั้งเวลาและท่าทางที่เหมาะสมสำหรับการดีดตัว ทันใดนั้นเองเครื่องบินดิ่งลงลักษณะเอาหัวปักพื้น ได้ยินเสียงระเบิดจํานวน 2 ครั้ง จนกระทั่งสังเกตเห็นกลุ่มควันไฟลอยขึ้นในป่าโดยที่ไม่มีการดีดตัวออกมาจากเครื่องบิน
ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารอากาศจากกองบิน 41 ให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่านักบินทั้ง 2 นายนี้พยายามบินประคองเครื่องให้ผ่านพ้นหมู่บ้านให้ไกลที่สุด ส่งผลให้นักบินจำนวน 2 นาย เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่
หลังจากอุบัติเหตุทางการบินได้ไม่นานในวันเดียวกัน ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะทางผู้บริหารของกองทัพอากาศ ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกั้นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานต่างๆ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญของกองทัพอากาศเข้ามาตรวจสอบ
ส่วนร่างของนักบินและครูฝึกนั้น พบว่าเสียชีวิตติดอยู่กับเก้าอี้ที่นั่งเครื่องบิน ยังไม่สามารถกู้ร่างได้ เนื่องจากว่าตัวอุปกรณ์ที่จะทำให้เครื่องบินดีดออกนั้นมีส่วนประกอบของวัตถุระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายร่างออกมาได้ และต้องกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุไว้ก่อน รอผู้เชี่ยวชาญเข้าเคลียร์พื้นที่ จึงจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาชันสูตร
เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่าง 2 นักบินผู้เสียชีวิต ออกจากซากจุดที่เครื่องบินตกได้สำเร็จ ก่อนนำร่างขึ้นบนรถตู้ 2 คัน เพื่อนำไปพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่ โรงพยาบาลกองบิน 41 เพื่อชันสูตรพลิกศพตามระเบียบของกองทัพอากาศ ซึ่งขณะนำร่างนักบินออกจากพื้นที่ ชาวบ้านที่ทราบข่าว ได้นำธงชาติไทยมาร่วมยืนไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ขอบคุณนักบินทั้ง 2 นาย ที่พยายามประคองเครื่องบินให้พ้นเขตชุมชน และขอร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักบินต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ในช่วงค่ำวันเดียวกันพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีรับร่าง นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ และเรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด นักบินเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 หรือ AT-6TH สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 ซึ่งประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบิน โดยกองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียง C-130 รับร่างนักบินผู้เสียชีวิต จากท่าอากาศยานกองบิน 41 และจัดกองทหารเกียรติยศรับร่างนักบินผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง
จากนั้นเคลื่อนร่างนักบินผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กองทัพอากาศ กล่าวกับสื่อมวลชนว่าตนได้พิจารณาปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น พร้อมทั้งขอพระราชทานยศสูงขึ้นเป็น “พลอากาศโท” และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ท.ช. หรือชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก” ให้แก่ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ และขอพระราชทานยศสูงขึ้นเป็น “พลอากาศตรี” และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ต.ช. หรือชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก” ให้แก่ เรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด
เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงเเค่ความสูญเสียของบุคคลากรกองทัพอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นความสูญเสียอากาศยานมูลค่าหลักล้านที่มาจากภาษีประชาชน ในขณะเดียวกันเครื่องบินสามารถจัดหาใหม่ได้แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือความสูญเสียที้ไม่สามารถนำนักบินผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจเเก่เยาวชนกลับมาบินโชว์งานวันเด็กได้ และไม่สามารถครูการบินผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มาสอนนักบินรุ่นน้องได้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้กับนักบินทั้ง 2 ท่านครับ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกับใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
ไทยรัฐนิวโชวส์
Boy Anupong
RTAF News
Athayuth Khaosa-ard
Thaipost
Kapook
Airlinesweek
pin_panphoto
Sompong Nondhasa
Thairathonline
Thai PBS
เรียบเรียงโดย : THUNDERBIRD
โฆษณา