วันนี้ เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Your Data กลไกใหม่เพื่อการเข้าถึงสินเชื่อของคนไทย

ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ผู้รับจ้างรายวัน ผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินเดือน แม้จะทำงานจริง มีรายได้-รายจ่ายจริง แต่เมื่อไปขอสินเชื่อจากธนาคารแล้วอาจถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า “เอกสารไม่เพียงพอ” “statement ไม่สวย” หรือ “ไม่มีประวัติในเครดิตบูโร” สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของประเทศเล็ก ๆ ไปจนถึงประเทศเศรษฐกิจหลักในโลก จึงมีความพยายามแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินอื่น ๆ ด้วยการใช้ข้อมูลแบบใหม่ที่สะท้อนวิถีชีวิตและสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น
แก้ปัญหาด้วยการใช้ข้อมูลใหม่
อ่านแล้วปัญหาข้างต้นดูคุ้น ๆ คล้ายประเทศไทยไหมคะ? แท้ที่จริงแล้วหลายประเทศทั่วโลกมีปัญหาใกล้เคียงกันแต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามบริบท อย่างสหภาพยุโรปที่ให้คนเดินทางผ่านเข้า-ออกทุกประเทศได้อิสระ แต่การย้ายข้อมูลข้ามธนาคารหรือข้ามประเทศกลับไม่ง่ายเลย คนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ ลดการใช้บัตรเครดิตลงทำให้ไม่มีประวัติการใช้บัตรมาเป็นเอกสารสนับสนุน ประเทศที่มีประชากรจำนวนมากอย่างอินเดียและจีนก็มีคนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสินเชื่อได้
หลายประเทศมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหานี้ผ่านการใช้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อข้อมูลทางการเงิน (Open Banking) หรือจะเป็นการนำ “ข้อมูลทางเลือก” อื่น ๆ เช่น การชำระค่าสาธารณูปโภค และการใช้จ่ายมาใช้ (Data Portability) เพื่อยืนยันว่าพวกเขาเหล่านั้นมีคุณสมบัติมากพอที่จะขอสินเชื่อหรือรับบริการทางการเงินอื่น ๆ วิธีการเหล่านี้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อินเดีย และไทยก็ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลภายใต้โครงการที่ชื่อ Your Data
Your Data ข้อมูลเป็นของคุณ
“Your Data ข้อมูลของคุณ สู่บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์” เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หน่วยงานภาครัฐ และสมาคมผู้ให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักการพื้นฐานว่า “ข้อมูลของเรา เรามีสิทธิใช้ข้อมูลของเราได้” จึงได้ผลักดันการสร้างกลไกที่เอื้อให้ผู้ใช้บริการใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนเอง ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์การเข้าถึงบริการทางการเงินได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มที่มีประวัติทางการเงินไม่เพียงพอ เช่น แรงงานอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ผู้รับจ้างรายวัน หรือผู้ที่ไม่มีบัญชีเงินเดือน ซึ่งมักถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อในระบบ เนื่องจากขาดข้อมูลที่ธนาคารใช้ประเมินความเสี่ยง ขณะที่พฤติกรรมการชำระเงินจริง เช่น การจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟตรงเวลา สามารถช่วยสะท้อนวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบได้เพิ่มเติม การนำข้อมูลจากพฤติกรรมจริงมาใช้จึงช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบอย่างเป็นธรรมมากขึ้น
นอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น การชำระค่าสาธารณูปโภค หรือประวัติการชำระเงินต่าง ๆ มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อหรือบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ให้บริการทางการเงินก็ได้รับประโยชน์จากการมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงของลูกค้าได้แม่นยำ ลดต้นทุนในการตรวจสอบข้อมูล และสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น
จากชำระน้ำ-ไฟ สู่การส่งข้อมูลอย่างโปร่งใสข้ามธนาคาร
หลังจากที่โครงการ Your Data ได้เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ” ผ่านทางแอปพลิเคชันทางรัฐไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เพื่อให้ประชาชนนำไปยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการนำข้อมูลนอกภาคการเงินมาใช้ประโยชน์ต่อตัวเจ้าของข้อมูลเอง
ทั้งนี้ สามารถเริ่มขอประวัติได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป โดยประชาชนที่จะขอข้อมูลได้ต้องมีชื่อเป็นคู่สัญญาในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟก่อน หลังจากนั้นให้ลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันทางรัฐ โดยต้องยืนยันตัวตนให้สำเร็จ และดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. เปิดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
2. เข้าหมวดหมู่ “การเงิน/ประกัน”
3. เลือก “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน”
4. เลือกหน่วยงานและมิเตอร์ที่ต้องการขอประวัติ
5. ตรวจสอบข้อมูล และกด “ขอเอกสาร” โดยเอกสารจะบันทึกอยู่ในมือถือ
6. นำเอกสารที่บันทึกในมือถือไปยื่นสมัครสินเชื่อตามช่องทางที่ผู้ให้บริการสินเชื่อกำหนด
อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่จะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้นั้นมีหลากหลาย ที่ผ่านมา โครงการ Your Data จึงเริ่มขับเคลื่อนกลไกที่เอื้อให้ผู้ใช้บริการใช้สิทธิในการส่งข้อมูลกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ (เช่น ข้อมูลค่าน้ำ-ค่าไฟ) และหน่วยงานภายใต้การกำกับของ ธปท. เอง
สำหรับการดำเนินการผ่านหน่วยงานภายใต้กำกับนั้น ธปท. ได้ออก “หลักเกณฑ์การกำกับดูแลให้มีกลไกให้ผู้ใช้บริการใช้สิทธิส่งข้อมูลในภาคสถาบันการเงิน” มาเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 โดยผู้ใช้บริการทางการเงิน ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ สามารถใช้สิทธิในการส่งข้อมูลของตนเองที่อยู่กับผู้ให้บริการทางการเงินไปยังผู้ให้บริการอื่นผ่านช่องทางดิจิทัลได้ ไม่ต้องรวบรวมเอกสารจากหลายแห่งเหมือนในอดีต ทำให้ได้รับบริการที่ตรงกับความต้องการและสะดวกขึ้น
สาระสำคัญของหลักเกณฑ์นี้คือ การกำกับดูแลให้มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการส่งข้อมูลจะเป็นไปอย่างสะดวก ปลอดภัย โปร่งใส และมีค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงเกินไป รวมถึงให้สิทธิเจ้าของข้อมูลควบคุมและโอนข้อมูลของตนเอง โดยทั้งระบบการเงินไทยจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ การส่งข้อมูลในภาคสถาบันการเงินจะเริ่มเปิดใช้ปลายปี 2569 โดยเริ่มจากข้อมูลเงินฝากประเภทบุคคลธรรมดา ก่อนจะขยายไปสู่ข้อมูลประเภทอื่น ๆ อาทิ สินเชื่อ และการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝาก บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) และบัตรเครดิต ในปี 2570-2571 ต่อไป
ในระยะสั้น โครงการนี้ช่วยให้เรานำข้อมูลจากชีวิตจริงมาใช้แทนเอกสารแบบเดิม ๆ ลดอุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อของคนรายได้ไม่ประจำและผู้ประกอบการรายย่อย แต่ในระยะยาว Your Data คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง วางแผนการออม-ลงทุน ไปจนถึงสถาบันการเงินไร้สาขาอย่าง Virtual Bank ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยง ปลอดภัย และอยู่ภายใต้ความยินยอมของผู้ใช้เป็นหัวใจหลัก
เรื่อง : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT MAGAZINE
โฆษณา