30 ม.ค. เวลา 14:46 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เวลสยามขอซื้อ KAMART ที่ 9.80 บาท ขายดีไหม?

“เวลสยาม” เปิดรับซื้อหุ้น KAMART ที่ราคา 9.80 บาท
จำนวน 128.33 ล้านหุ้น (10%)
ช่วงเวลา 4 ก.พ. – 11 มี.ค. 2569
ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นโอกาสขายแพงกว่าราคาตลาด
แต่พอดูกติกาแล้ว… ขายได้ไม่ครบทุกคน
ประเด็นแรก: ขายได้ไม่ครบ
เมื่อหัก
หุ้นเวลสยามที่ถืออยู่แล้ว
หุ้นซื้อคืน
หุ้นผู้ถือใหญ่เดิมที่ไม่ขาย
จะเหลือหุ้นที่ “มีสิทธิเอามาขายแข่งกัน” ราว 719 ล้านหุ้น
แต่เวลสยามรับซื้อแค่ 128 ล้านหุ้น
👉 แปลว่า
ขายได้จริงประมาณ 18%
ที่เหลือ คืนพอร์ต
ถ้าซื้อมา 8.85 เพื่อไปขาย 9.80 คุ้มไหม?
ส่วนที่ขายผ่าน Tender → ได้กำไร
ส่วนที่เหลือ ~82% → กลับพอร์ต
กำไรเฉลี่ยทั้งก้อน
👉 ประมาณ 1.9%
แล้วความเสี่ยงอยู่ตรงไหน?
คำตอบคือ
ราคาหลังจบ Tender
จากการคำนวณ
ถ้าหุ้นที่คืนพอร์ต
ยืนเหนือ 8.64 บาท → ยังไม่ขาดทุน
ถ้าหลุด 8.64 บาท → ดีลนี้เริ่มติดลบ
ดีลนี้รับได้
ถ้าคุณเชื่อว่าหุ้นจะไม่ถูกเทแรงหลังดีลจบ
แต่มุมที่หลายคนมองข้าม
ดีลนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนเก็ง Tender เป็นหลัก
คนที่ได้เปรียบจริง ๆ คือ
คนที่ถือยาว ทุนต่ำ และชอบบริษัทอยู่แล้ว
สำหรับคนถือยาว ทุนต่ำ
ไม่ได้ซื้อเพราะ 9.80
ไม่ต้องลุ้นว่าจะขายได้กี่ %
ราคาลงมา 8.64 ไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องตาย
สำหรับคนกลุ่มนี้
Tender คือ
“ขายได้ก็ดี
ขายไม่ได้ก็ถือเหมือนเดิม”
และถ้าราคาย่อลงหลังดีล
เขามองว่าเป็น โอกาสซื้อเพิ่ม
ไม่ใช่ความเสี่ยง
ดีลนี้เลยแยกคนออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน
กลุ่มที่ 1: สายเก็ง Tender
กำไรจำกัด (~1.9%)
ต้องคุม downside
แพ้ความผันผวนหลังดีล
กลุ่มที่ 2: ถือยาว ทุนต่ำ
Tender เป็นโบนัส
ราคาย่อไม่ทำให้เครียด
พร้อมรับหุ้นเพิ่มถ้ามีคนทิ้ง
สรุป
ดีล 9.80 บาท
ไม่ใช่ดีล “ขายแล้วจบ”
แต่เป็นดีลที่ต้องรู้ให้ชัดว่า
เราเล่นบทไหน
ถ้าซื้อมาเพื่อเก็ง Tender
ต้องยอมรับกำไรน้อย แลกกับความเสี่ยงราคาหลังดีล
แต่ถ้าถือยาวอยู่แล้ว
ดีลนี้คือ
“ได้ของแถม โดยแทบไม่ต้องทำอะไร”
โฆษณา