7 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

เวียดนามแซงไทย ‘ครั้งแรก’ มี ‘นักท่องเที่ยวจีน’ มากกว่า สวนทางไทย ตัวเลขหดตัว 30%

จาก ‘เบอร์หนึ่งแบบไม่ต้องลุ้น’ สู่การ ‘ถูกแซง’ อย่างเงียบ ๆ เกมท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยน เมื่อเวียดนาม ใช้ทั้งความใกล้ ความคล้าย และกลยุทธ์ที่จับต้องได้ ดึงนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ไปครองใจ เรื่องนี้ชวนตั้งคำถามว่า ไทยกำลังเสียอะไรไป และจะทวงความได้เปรียบเดิมกลับมาได้หรือไม่
เดิมที “ไทย” คือจุดหมายท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของชาวจีนในย่านอาเซียน อย่างแทบไร้คู่แข่ง ด้วยภาพลักษณ์ประเทศที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวรู้สึก “ปลอดภัยและไว้ใจได้” มาอย่างยาวนาน
แต่ในปี 2025 ภาพจำนี้กำลังถูกเขย่า เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไป “เวียดนาม” พุ่งแซงหน้าไทย “เป็นครั้งแรก” ด้วยจำนวนกว่า 5.3 ล้านคน
ในขณะที่ “ฝั่งไทย” ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับ “หดตัวลง 30%” เมื่อเทียบกับปี 2024 สัญญาณนี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนระยะสั้น แต่กำลังสะท้อนว่า “ความได้เปรียบเดิมของไทย” กำลังถูกกัดเซาะ ทั้งจากปัญหาความมั่นคง อาชญากรรม และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่” ที่เปลี่ยนไปเร็วกว่าที่ไทยจะปรับตัวทัน
ปัจจัยลบที่ถาโถมเข้าใส่ไทย มีตั้งแต่กรณีเป็น “ทางผ่าน” การลักพาตัวนักแสดงจีนไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา การถูกล่อลวงข้ามแดน เหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชา ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ได้กัดกร่อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนอย่างเงียบ ๆ แต่ต่อเนื่อง
“เมื่อเทียบกับช่วงพีคเมื่อราวสองปีครึ่งก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปประมาณ 60%” เจ้าของร้านเช่าชุดไทยรายหนึ่งกล่าว “เราจำเป็นต้องลดราคาเพราะลูกค้าน้อยลง แต่ก็แทบทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”
1
ขณะที่เจ้าของร้านขายน้ำผลไม้ในบริเวณเดียวกัน ระบุว่า ยอดขายลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
“ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก สามถึงหกเดือน ร้านนี้คงอยู่ไม่ได้” เจ้าของร้านกล่าว “ฉันอยากให้รัฐบาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นี่เป็นประเทศที่ปลอดภัย”
ในช่องว่างนั้น “เวียดนาม” จึงก้าวเข้ามาแทนที่
📌นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ไม่เอาทัวร์ แบ็กแพ็กดีกว่า
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า นอกจากปัจจัยปัญหาในไทยแล้ว ปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “การเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่”
นักท่องเที่ยวจีนอายุต่ำกว่า 40 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเจน Z หันหลังให้แพ็กเกจทัวร์สำเร็จรูป และเลือก “เดินทางแบบอิสระ” แทน โดยวางแผนเองผ่านมือถือ ตั้งแต่การจองที่พัก ทัวร์วันเดียว ไปจนถึงร้านอาหาร
บิช เฟือง มัคคุเทศก์ท้องถิ่นในเวียดนามมานานกว่า 15 ปีเล่าว่า เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก แต่วันนี้ “นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มหลัก”
เธอเล่าว่า นักท่องเที่ยวในปัจจุบันกล้าลองสิ่งใหม่มากขึ้น มักหาทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับหลังเดินทางถึงจุดหมาย และจัดการจองต่าง ๆ ด้วยตัวเองเป็นหลัก
“ขอแค่มีโทรศัพท์ เขาก็ไปได้หมด” เฟืองกล่าว
1
ข้อมูล Australian Hospitality Alumni Network in Vietnam ระบุว่า “กว่า 70% ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่” เลือกเดินทางในรูปแบบอิสระด้วยตัวเอง และเริ่มนิยมการขับรถเที่ยวระยะสั้น รวมถึงการข้ามแดนแบบไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งเวียดนามตอบโจทย์รูปแบบนี้ได้ดี ทั้งด้านราคา ความสะดวก และความหลากหลายของประสบการณ์
บิช เฟืองกล่าวเสริมว่า “การท่องเที่ยวแบบขับรถเที่ยวเอง” (Road Trip) เป็นเทรนด์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทางอิสระ
ขณะเดียวกัน เวียดนามก็ได้อำนวยความสะดวกให้ชาวจีนเดินทางข้ามพรมแดนเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้นมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านความร่วมมือระหว่างเมืองหล่างเซินของเวียดนาม และเมืองผิงเสียงของจีน
เจ้าหน้าที่จากสองเมืองชายแดนได้พบหารือกันถึง 8 ครั้งในปี 2024 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับใบอนุญาตเดินทางรูปแบบใหม่ ที่เปิดทางให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถพำนักระยะสั้นได้ “โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง”
📌งัด ‘กลยุทธ์แจกจริง-ได้จริง’
ในการชิงนักท่องเที่ยวยุคหลังโควิด ไม่ได้วัดกันแค่ “จำนวนคนเข้า” อย่างเดียว แต่วัดกันที่ประสบการณ์ ความประทับใจ และการจดจำแบรนด์ประเทศ
1
ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ครบแตะ 20 ล้านคน” ที่ฟู้โกว๊กเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เวียดนามเลือกใช้ “ของขวัญ” ทั้งเครื่องประดับมุก ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และแพ็กเกจความบันเทิง
พิธีต้อนรับจัดขึ้นอย่างสมเกียรติบริเวณเชิงบันไดเครื่องบิน ผสานการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่แขกพิเศษ 3 ราย ได้แก่ ผู้โดยสารลำดับที่ 19,999,999, 20,000,000 และ 20,000,001 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและการเฉลิมฉลอง
สำหรับของขวัญสำหรับ “นักท่องเที่ยวคนที่ 20 ล้าน” มีมูลค่ารวมเกือบ 500 ล้านดองเวียดนาม (ราว 6 แสนบาท) ประกอบด้วยเครื่องประดับมุก ตั๋วเครื่องบิน และบัตรกำนัลที่พักและความบันเทิงในฟู้โกว๊ก
ขณะที่ผู้โดยสารลำดับที่ 19,999,999 และ 20,000,001 ได้รับของขวัญมูลค่ากว่า 200 ล้านดอง (ราว 2.4 แสนบาท) ต่อราย นอกจากนี้ ผู้โดยสารทั้งลำยังได้รับของที่ระลึกและบัตรกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่
นักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 20 ล้าน คือ แคโรไลนา อักนีแชกา มุสกุส ชาวโปแลนด์ ซึ่งเดินทางมาเวียดนามเป็นครั้งแรก เธอกล่าวว่า “รู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง” กับการต้อนรับอันอบอุ่น ความงดงามของธรรมชาติ และผู้คนของเวียดนาม พร้อมตั้งใจจะกลับมาอีกครั้ง และแนะนำจุดหมายปลายทางแห่งนี้ให้เพื่อนและครอบครัว
1
นี่คือการส่งสารว่า “มาเวียดนาม คุณไม่ได้แค่เที่ยว แต่คุณคือแขกคนสำคัญของประเทศ”
ในเชิงกลยุทธ์ เวียดนามได้สร้างข่าว เพื่อให้สื่อทั่วโลกหยิบไปนำเสนอ สร้างประสบการณ์เชิงอารมณ์ ให้นักท่องเที่ยวรู้สึกพิเศษ และสร้าง “การบอกต่อ” ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าการโฆษณา
อ่านเนื้อหาต่อได้ที่: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1219104
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
โฆษณา